หาดใหญ่ซบยาว หลังน้ำท่วมยังโงหัวไม่ขึ้น ร้านค้ายังเปิดน้อย ไร้การสนใจจากรัฐบาล
https://www.matichon.co.th/region/news_5578829
.

.
หาดใหญ่ซบยาว หลังน้ำท่วมยังโงหัวไม่ขึ้น ท่องเที่ยวตรุษจีนยอดจองห้องพักไม่ถึงครึ่ง เหตุเมืองยังไม่ฟื้น ร้านค้ายังเปิดน้อย ไร้การสนใจจากรัฐบาล
.
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ภายหลังผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะย่านชั้นในตัวเมืองหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักผ่านพ้นมาแล้วย่างเข้าเดือนที่ 3 หาดใหญ่ยังไม่ฟื้นคืนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้จะมีการจัดเก็บขยะทำความสะอาดเมือง ล้างบ้านเรือน จนธุรกิจบางอย่างเริ่มเปิดให้บริการ แต่ก็ยังไม่เต็มรูปแบบโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
.
นาย
สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ขณะนี้โรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่พยายามที่จะเปิดให้บริการจนเกือบครบทั้งหมดแล้ว แต่เป็นความพยายามของผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องทำทุกทางเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว แต่ผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปแล้ว เดิมคาดหวังว่าเทศกาลตรุษจีนจะสามารถเปิดเมือง เปิดการท่องเที่ยวได้เต็มรูปแบบเหมือนช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดน้ำท่วม แต่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เนื่องจากปัจจุบันร้านค้าต่างๆ ในย่านกลางเมืองโดยเฉพาะร้านค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวยังเปิดให้บริการได้ไม่ถึงครึ่ง ส่วนหนึ่งมาจากการขาดเงินทุนในการฟื้นธุรกิจกลับมาอีกครั้ง
.
และส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่มั่นใจว่าหากลงทุนเปิดกิจการอีกครั้งจะต้องประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงอย่างที่เพิ่งผ่านพ้นไปอีกครั้งหรือไม่ ทำให้สภาพเมืองหาดใหญ่ยังไม่ได้กลับมาเป็นเมืองเหมือนเดิม เป็นเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซียยังไม่ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในจำนวนที่มากเหมือนเดิม
.
“ต้องยอมรับว่าหาดใหญ่นั้นเราขายความเป็นเมือง ไม่ได้ขายความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นสีสันความเป็นเมือง ความคึกคัก แสงไฟที่สร้างสีสันยามค่ำคืน ร้านค้าผู้คนที่คึกคัก จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้กลับมาเต็มรูปแบบ สถานการณ์ทางการท่องเที่ยวจึงถือว่ายังไม่ได้กลับเข้าสู่โหมดปกติ” นาย
สิทธิพงษ์กล่าว
.
นาย
สิทธิพงษ์กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงยอดจองห้องพักโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่จึงเป็นไปอย่างช้าๆ จนถึงวันนี้มียอดจองห้องพักไม่ถึงร้อยละ 50 แม้ทางผู้ประกอบการจะพยายามระดมทุนเพื่อทำการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันอีกครั้ง แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเกิดคำถามว่าหาดใหญ่มีความพร้อม มีความเป็นเมือง ร้านรวงเปิดปกติแล้วหรือไม่ เหล่านี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเร่งรีบดำเนินการ ซึ่งได้พยายามร้องขอและชี้แจงสถานการณ์ไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ เพื่อให้สีสันเมืองหาดใหญ่กลับคืนมา โดยตรุษจีนปีก่อนหน้านี้นั้นจะมียอดจองห้องพักเข้ามาอย่างคึกคัก และเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ชาวมาเลเซียสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แต่ในปีนี้ยังถือว่าซบเซา
.
“
เดิมในช่วงผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี เราคาดว่าช่วงตรุษจีนจะเป็นช่วงฟื้นเมืองหาดใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ยังคาดหวังต่อไปว่าอาจจะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หาดใหญ่จะกลับมาเป็นเมืองมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง” นาย
สิทธิพงษ์กล่าว
.
.
เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ รู้หรือไม่? คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” เป็นล้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5579021
.
เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ รู้หรือไม่? คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” เป็นล้านเสียง พลิกผลประชามติได้
.
รศ.ดร.
อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ข้อความในเฟ๊ซบุ๊ค ระบุว่า
.
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าโดยเลือกนอกเขต และพบข้อสังเกตสำคัญที่ประชาชนควรรู้ คือการเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้มีการทำ ประชามติควบคู่กัน แต่ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้ออกเสียงประชามติล่วงหน้า เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าไปใช้สิทธิวันที่ 1 ก.พ. แล้วจะได้บัตรครบทั้งสามใบ ทั้งที่ความจริง ประชามติต้องไปใช้สิทธิในวันจริง คือวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น
.
ปัญหาสำคัญอีกประเด็นคือ ระบบการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับการลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามติเป็น คนละระบบ ต้องลงทะเบียนแยก ส่งผลให้มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านคน แต่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามติมีเพียงประมาณ 1.5 ล้านคน ส่วนต่างกว่า 9 แสนคน นี้มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ไปใช้สิทธิประชามติ ด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะไม่รู้ตัว หรือติดธุระในวันที่ 8 หรือไม่อยากไปสองรอบ ฯลฯ
.
เหตุหลังสุด ที่ว่าคนอาจไม่ไปสองรอบ แม้แต่ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตไว้แล้ว 1.5 ล้านคน ที่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. หลังจากต้องฝ่ารถติด หาที่จอดรถ และต่อแถวยาวเพื่อใช้สิทธิ โอกาสที่จะกลับไปฝ่าคลื่นมหาชนอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. (ซึ่งคนเยอะกว่าเดิมมหาศาล) เพื่อเจาะจงไปลงประชามติโดยเฉพาะ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในฐานะนักประชาธิปไตยอย่างมาก ซึ่งในทางปฏิบัติคงแทบจะไม่มี
.
ในขณะเดียวกัน คนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า การไม่ไปลงประชามติไม่มีผลกระทบต่อตนเองทางกฎหมาย ทั้งที่ความจริง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มาตรา 24 กำหนดให้ผู้ไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุ ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง แทบไม่ต่างจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประเด็นนี้ต้องขอท้วงติงว่า การประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งยังน้อยเกินไปมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณของหน่วยงาน
.
เมื่อพิจารณาควบคู่กับผล KPI Poll ล่าสุด ที่พบว่าผู้เห็นชอบประชามติอยู่ที่ประมาณ 53% การที่เสียงจำนวนมากอาจหายไปจากกระบวนการ ย่อมตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “ผลประชามติครั้งนี้จะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด
.
“ดังนั้นผู้ที่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. หากวันที่ 8 ก.พ. ไม่ติดธุระสำคัญ ผมขอเชิญชวนให้ยอมไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอีกครั้ง และหากไม่สามารถไปได้จริง อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิภายในกำหนด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ก.พ. เพราะ สิทธิของเราไม่ควรหายไปเพราะ “ไม่รู้ข้อมูล” ครับ.
.
https://www.facebook.com/issara.sereewatthanawut/posts/pfbid02NHtmBavkLEp3UCAoK1oME4gqXiDSnFmjCdC87A5xr1WfKnHdDy8Yc8tP9F4FZaLxl
.
.
ปิยบุตร พาคาราวาน นายฮ้อยทมิฬ ลั่น เปลี่ยน หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม.
http://matichon.co.th/politics/election69/news_5578897
.
ปิยบุตร พาคาราวาน นายฮ้อยทมิฬ ลงพื้นที่ ลั่น เปลี่ยน หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม
.
หนองบัวลำภู-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณลานหอสองนาง ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ขบวนคาราวาน “
นายฮ้อยทมิฬ” พรรคประชาชน นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และคณะ นายฮ้อยทมิฬ ได้นำรถแห่เครื่องเสียงของพรรค เดินทางมาจัดกิจกรรมรณรงค์หาเสียงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ให้กับ นาย
กฤษณโชติ(ยะ) เทศแก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 เบอร์ 4 นาย
นิติภูมิ ( โบว์ลิ่ง ) ติวทอง ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 2 เบอร์ 4และ น.ส.
ธนกนกอร แสนคำผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 เบอร์ 3
.
โดยก่อนที่ นาย
ปิยบุตร จะเดินทางมาถึง ได้มี นาย
คณิศร ขุริรัง อดีตผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานีของพรรคก้าวหน้า ซึ่งเป็นแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงในพื้นที่อีสานตอนบน ได้ทำการปราศรัยพบกับประชาชนที่ให้ความสนใจมาคอยรับฟังนโยบายของพรรคประชาชน โดย ประเด็นการอภิปราย ได้มีการพูดถึง การทุจริต การปราบปรามอาชญากรรมและทุจริต ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยยกตัวอย่างกรณีงบประมาณก่อสร้างอาคาร สตง. และปัญหาอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น เงินนอกระบบ หรือเงินสีเทา สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ และปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาด พร้อมทั้งให้สัญญายืนยันว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการกวาดล้างปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป
.
ส่วน นโยบายทางด้าน เศรษฐกิจ ได้นำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องที่ปรับให้เข้ากับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีรณรงค์ให้เลือกทั้ง แบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ทั้ง 2 ใน และยังได้ขอให้ ได้ใหการเห็นชอบในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ อีกด้วย
.
จากนั้น นาย
กฤษณโชติ ได้ แนะนำตัวเอง ประวัติส่วนตัวและพูดถึงการมาลงสมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู และยังได้กล่าว วิจารณ์การทำงานของ ส.ส. กลุ่มเดิมหรือตระกูลการเมืองเดิมในพื้นที่ว่าไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร และมีพฤติกรรม “
อยู่แต่กรุงเทพฯ” ไม่ลงพื้นที่มาสัมผัสปัญหาของพี่น้องประชาชน หากเลือกตนเองจะช่วยเรื่องรายได้ตัวหัวของประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้ดีขึ้น และ เน้นย้ำเรื่องรายได้เกษตรกรและประชาชนในจังหวัดที่ตกต่ำ และปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา แนะนำตัวในฐานะคนรุ่นใหม่และขอโอกาสให้พรรคประชาชนเข้าไปบริหารประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงจังหวัด
.
จากนั้นเวลา 09.20 น. นาย
ปิยบุตร เดินทางมาถึง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ที่มาคอยฟังการปราศรัยของพรรคประชาชนกว่า 300 คน ต่างได้หันไปหาและปรบมือต้อนรับ นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง นำพวงมาลัยขนม ดอกกุหลาบมามอบให้ ขอถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคักคัก จนทางด้าน นาย
ปิยบุตร ขอให้หยุดก่อน เพื่อจะได้พบปะชี้แจงนโยบายให้กับพี่น้องประชาชนก่อน
.
นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า แม้ว่าจะมา ช่วงเวลาทำงาน ประชาชนก็มาร่วมรับฟังกัน เราคาดหวังว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะได้ผู้แทนราษฎรที่นี่ พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะเปลี่ยนผู้แทนราษฎร เปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
.
นาย
ปิยบุตร ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะขอ 3 การเปลี่ยนแปลง คือ หนึ่งเปลี่ยนแปลงผู้แทนราษฎร สนับสนุนให้เลือกคนใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน แทนกลุ่มขั้วอำนาจเดิมที่ บางทีก็ย้ายพรรคออกไปอยู่พรรคใหม่ พอได้เป็น ส.ส.แล้วก็กลับมารวมกันอีก คนทีเคยเป็น รัฐมนตรีเมื่อปี 2562 และ 2566 ก็จะเป็นคนเดิมอีก สองเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งทางพรรค ยืนยันความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพียงขั้วเดียว ไม่ร่วมกับขั้วอำนาจเดิม หากได้รับการสนับสนุน 250 เสียงขึ้นไป เราต้องชนะให้มากที่สุดถ้าเราได้ถึง 250 เราจบเกม ปิดเกมส์ได้ทันที หรือทิ้งห่างพรรคอันดับสอง อันสามให้มาก พรรคเหล่านั้นจะได้เกิดความรู้สึกอายในการจัดตั้งรัฐบาล จะได้บอกว่า อย่าไปแย่งเขาเลย
.
“
ดังนั้นต้องไปให้ขาดแล้วเขาจะได้นั่งเฉยๆ แล้วรอเราไปชวนเองว่าจะให้ใครมาร่วมรัฐบาลกับเราดังนั้นขออำนาจพี่น้องประชาชนคนหนองบัวลำภูสามเปลี่ยนด้วยกัน และสามเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ ชูเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยใหม่ หาก ประชาชนมีประชามติ 15 ล้านเสียง 30 ล้านเสียงทั่วประเทศไทย บอกว่าเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คราวนี้ แหละ ส.ว. คนไหน หน้าไหนก็มาขวางเราไม่ได้”นายปิยบุตร กล่าว
.
นาย
ปิยบุตร กล่าวว่า ให้ประชาชนเลิกเลือก คนเดิม พรรคเดิม ที่ประกอบด้วยหลายขั้วผลประโยชน์กลุ่มการเมืองเก่า แต่ให้เลือกขั้ว อนาคต คือ พรรคประชาชนเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย จากที่ จังหวัดหนองบัวลำภู จากเดิมคือ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้ พรรคประชาชน ขอให้ หนองบัวลำภู เป็นพรรคประชาชนทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง จากเป็น หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม
JJNY : หาดใหญ่ไร้การสนใจจากรัฐบาล│รู้หรือไม่?อาจ“ตกน้ำ”เป็นล้าน│ปิยบุตรเปลี่ยนเป็นหนองบัวลำภูส้ม│ทนายอั๋นฟาดแสวงจี้ลาออก
https://www.matichon.co.th/region/news_5578829
.
.
หาดใหญ่ซบยาว หลังน้ำท่วมยังโงหัวไม่ขึ้น ท่องเที่ยวตรุษจีนยอดจองห้องพักไม่ถึงครึ่ง เหตุเมืองยังไม่ฟื้น ร้านค้ายังเปิดน้อย ไร้การสนใจจากรัฐบาล
.
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ภายหลังผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะย่านชั้นในตัวเมืองหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักผ่านพ้นมาแล้วย่างเข้าเดือนที่ 3 หาดใหญ่ยังไม่ฟื้นคืนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้จะมีการจัดเก็บขยะทำความสะอาดเมือง ล้างบ้านเรือน จนธุรกิจบางอย่างเริ่มเปิดให้บริการ แต่ก็ยังไม่เต็มรูปแบบโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
.
นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ขณะนี้โรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่พยายามที่จะเปิดให้บริการจนเกือบครบทั้งหมดแล้ว แต่เป็นความพยายามของผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องทำทุกทางเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว แต่ผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไปแล้ว เดิมคาดหวังว่าเทศกาลตรุษจีนจะสามารถเปิดเมือง เปิดการท่องเที่ยวได้เต็มรูปแบบเหมือนช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดน้ำท่วม แต่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เนื่องจากปัจจุบันร้านค้าต่างๆ ในย่านกลางเมืองโดยเฉพาะร้านค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวยังเปิดให้บริการได้ไม่ถึงครึ่ง ส่วนหนึ่งมาจากการขาดเงินทุนในการฟื้นธุรกิจกลับมาอีกครั้ง
.
และส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่มั่นใจว่าหากลงทุนเปิดกิจการอีกครั้งจะต้องประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงอย่างที่เพิ่งผ่านพ้นไปอีกครั้งหรือไม่ ทำให้สภาพเมืองหาดใหญ่ยังไม่ได้กลับมาเป็นเมืองเหมือนเดิม เป็นเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซียยังไม่ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้ามาท่องเที่ยวในจำนวนที่มากเหมือนเดิม
.
“ต้องยอมรับว่าหาดใหญ่นั้นเราขายความเป็นเมือง ไม่ได้ขายความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นสีสันความเป็นเมือง ความคึกคัก แสงไฟที่สร้างสีสันยามค่ำคืน ร้านค้าผู้คนที่คึกคัก จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้กลับมาเต็มรูปแบบ สถานการณ์ทางการท่องเที่ยวจึงถือว่ายังไม่ได้กลับเข้าสู่โหมดปกติ” นายสิทธิพงษ์กล่าว
.
นายสิทธิพงษ์กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงยอดจองห้องพักโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่จึงเป็นไปอย่างช้าๆ จนถึงวันนี้มียอดจองห้องพักไม่ถึงร้อยละ 50 แม้ทางผู้ประกอบการจะพยายามระดมทุนเพื่อทำการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันอีกครั้ง แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเกิดคำถามว่าหาดใหญ่มีความพร้อม มีความเป็นเมือง ร้านรวงเปิดปกติแล้วหรือไม่ เหล่านี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเร่งรีบดำเนินการ ซึ่งได้พยายามร้องขอและชี้แจงสถานการณ์ไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ เพื่อให้สีสันเมืองหาดใหญ่กลับคืนมา โดยตรุษจีนปีก่อนหน้านี้นั้นจะมียอดจองห้องพักเข้ามาอย่างคึกคัก และเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ชาวมาเลเซียสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แต่ในปีนี้ยังถือว่าซบเซา
.
“เดิมในช่วงผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี เราคาดว่าช่วงตรุษจีนจะเป็นช่วงฟื้นเมืองหาดใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ยังคาดหวังต่อไปว่าอาจจะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หาดใหญ่จะกลับมาเป็นเมืองมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง” นายสิทธิพงษ์กล่าว
.
.
เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ รู้หรือไม่? คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” เป็นล้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5579021
.
เลขาฯสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ รู้หรือไม่? คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” เป็นล้านเสียง พลิกผลประชามติได้
.
รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์ข้อความในเฟ๊ซบุ๊ค ระบุว่า
.
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าโดยเลือกนอกเขต และพบข้อสังเกตสำคัญที่ประชาชนควรรู้ คือการเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้มีการทำ ประชามติควบคู่กัน แต่ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้ออกเสียงประชามติล่วงหน้า เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าไปใช้สิทธิวันที่ 1 ก.พ. แล้วจะได้บัตรครบทั้งสามใบ ทั้งที่ความจริง ประชามติต้องไปใช้สิทธิในวันจริง คือวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น
.
ปัญหาสำคัญอีกประเด็นคือ ระบบการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับการลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามติเป็น คนละระบบ ต้องลงทะเบียนแยก ส่งผลให้มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านคน แต่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามติมีเพียงประมาณ 1.5 ล้านคน ส่วนต่างกว่า 9 แสนคน นี้มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ไปใช้สิทธิประชามติ ด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะไม่รู้ตัว หรือติดธุระในวันที่ 8 หรือไม่อยากไปสองรอบ ฯลฯ
.
เหตุหลังสุด ที่ว่าคนอาจไม่ไปสองรอบ แม้แต่ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตไว้แล้ว 1.5 ล้านคน ที่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. หลังจากต้องฝ่ารถติด หาที่จอดรถ และต่อแถวยาวเพื่อใช้สิทธิ โอกาสที่จะกลับไปฝ่าคลื่นมหาชนอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. (ซึ่งคนเยอะกว่าเดิมมหาศาล) เพื่อเจาะจงไปลงประชามติโดยเฉพาะ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในฐานะนักประชาธิปไตยอย่างมาก ซึ่งในทางปฏิบัติคงแทบจะไม่มี
.
ในขณะเดียวกัน คนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า การไม่ไปลงประชามติไม่มีผลกระทบต่อตนเองทางกฎหมาย ทั้งที่ความจริง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มาตรา 24 กำหนดให้ผู้ไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุ ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง แทบไม่ต่างจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประเด็นนี้ต้องขอท้วงติงว่า การประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งยังน้อยเกินไปมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณของหน่วยงาน
.
เมื่อพิจารณาควบคู่กับผล KPI Poll ล่าสุด ที่พบว่าผู้เห็นชอบประชามติอยู่ที่ประมาณ 53% การที่เสียงจำนวนมากอาจหายไปจากกระบวนการ ย่อมตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “ผลประชามติครั้งนี้จะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด
.
“ดังนั้นผู้ที่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. หากวันที่ 8 ก.พ. ไม่ติดธุระสำคัญ ผมขอเชิญชวนให้ยอมไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอีกครั้ง และหากไม่สามารถไปได้จริง อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิภายในกำหนด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ก.พ. เพราะ สิทธิของเราไม่ควรหายไปเพราะ “ไม่รู้ข้อมูล” ครับ.
.
https://www.facebook.com/issara.sereewatthanawut/posts/pfbid02NHtmBavkLEp3UCAoK1oME4gqXiDSnFmjCdC87A5xr1WfKnHdDy8Yc8tP9F4FZaLxl
.
.
ปิยบุตร พาคาราวาน นายฮ้อยทมิฬ ลั่น เปลี่ยน หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม.
http://matichon.co.th/politics/election69/news_5578897
.
ปิยบุตร พาคาราวาน นายฮ้อยทมิฬ ลงพื้นที่ ลั่น เปลี่ยน หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม
.
หนองบัวลำภู-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณลานหอสองนาง ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ขบวนคาราวาน “นายฮ้อยทมิฬ” พรรคประชาชน นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และคณะ นายฮ้อยทมิฬ ได้นำรถแห่เครื่องเสียงของพรรค เดินทางมาจัดกิจกรรมรณรงค์หาเสียงในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ให้กับ นายกฤษณโชติ(ยะ) เทศแก้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 เบอร์ 4 นายนิติภูมิ ( โบว์ลิ่ง ) ติวทอง ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 2 เบอร์ 4และ น.ส.ธนกนกอร แสนคำผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 เบอร์ 3
.
โดยก่อนที่ นายปิยบุตร จะเดินทางมาถึง ได้มี นายคณิศร ขุริรัง อดีตผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานีของพรรคก้าวหน้า ซึ่งเป็นแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงในพื้นที่อีสานตอนบน ได้ทำการปราศรัยพบกับประชาชนที่ให้ความสนใจมาคอยรับฟังนโยบายของพรรคประชาชน โดย ประเด็นการอภิปราย ได้มีการพูดถึง การทุจริต การปราบปรามอาชญากรรมและทุจริต ปัญหาคอร์รัปชั่น โดยยกตัวอย่างกรณีงบประมาณก่อสร้างอาคาร สตง. และปัญหาอาชญากรรมสมัยใหม่ เช่น เงินนอกระบบ หรือเงินสีเทา สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ และปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาด พร้อมทั้งให้สัญญายืนยันว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการกวาดล้างปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป
.
ส่วน นโยบายทางด้าน เศรษฐกิจ ได้นำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องที่ปรับให้เข้ากับบริบทพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีรณรงค์ให้เลือกทั้ง แบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ทั้ง 2 ใน และยังได้ขอให้ ได้ใหการเห็นชอบในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ อีกด้วย
.
จากนั้น นายกฤษณโชติ ได้ แนะนำตัวเอง ประวัติส่วนตัวและพูดถึงการมาลงสมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู และยังได้กล่าว วิจารณ์การทำงานของ ส.ส. กลุ่มเดิมหรือตระกูลการเมืองเดิมในพื้นที่ว่าไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร และมีพฤติกรรม “อยู่แต่กรุงเทพฯ” ไม่ลงพื้นที่มาสัมผัสปัญหาของพี่น้องประชาชน หากเลือกตนเองจะช่วยเรื่องรายได้ตัวหัวของประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้ดีขึ้น และ เน้นย้ำเรื่องรายได้เกษตรกรและประชาชนในจังหวัดที่ตกต่ำ และปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา แนะนำตัวในฐานะคนรุ่นใหม่และขอโอกาสให้พรรคประชาชนเข้าไปบริหารประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงจังหวัด
.
จากนั้นเวลา 09.20 น. นายปิยบุตร เดินทางมาถึง ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ที่มาคอยฟังการปราศรัยของพรรคประชาชนกว่า 300 คน ต่างได้หันไปหาและปรบมือต้อนรับ นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง นำพวงมาลัยขนม ดอกกุหลาบมามอบให้ ขอถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคักคัก จนทางด้าน นายปิยบุตร ขอให้หยุดก่อน เพื่อจะได้พบปะชี้แจงนโยบายให้กับพี่น้องประชาชนก่อน
.
นายปิยบุตร กล่าวว่า แม้ว่าจะมา ช่วงเวลาทำงาน ประชาชนก็มาร่วมรับฟังกัน เราคาดหวังว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะได้ผู้แทนราษฎรที่นี่ พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะเปลี่ยนผู้แทนราษฎร เปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
.
นายปิยบุตร ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะขอ 3 การเปลี่ยนแปลง คือ หนึ่งเปลี่ยนแปลงผู้แทนราษฎร สนับสนุนให้เลือกคนใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน แทนกลุ่มขั้วอำนาจเดิมที่ บางทีก็ย้ายพรรคออกไปอยู่พรรคใหม่ พอได้เป็น ส.ส.แล้วก็กลับมารวมกันอีก คนทีเคยเป็น รัฐมนตรีเมื่อปี 2562 และ 2566 ก็จะเป็นคนเดิมอีก สองเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งทางพรรค ยืนยันความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเพียงขั้วเดียว ไม่ร่วมกับขั้วอำนาจเดิม หากได้รับการสนับสนุน 250 เสียงขึ้นไป เราต้องชนะให้มากที่สุดถ้าเราได้ถึง 250 เราจบเกม ปิดเกมส์ได้ทันที หรือทิ้งห่างพรรคอันดับสอง อันสามให้มาก พรรคเหล่านั้นจะได้เกิดความรู้สึกอายในการจัดตั้งรัฐบาล จะได้บอกว่า อย่าไปแย่งเขาเลย
.
“ดังนั้นต้องไปให้ขาดแล้วเขาจะได้นั่งเฉยๆ แล้วรอเราไปชวนเองว่าจะให้ใครมาร่วมรัฐบาลกับเราดังนั้นขออำนาจพี่น้องประชาชนคนหนองบัวลำภูสามเปลี่ยนด้วยกัน และสามเปลี่ยนรัฐธรรมนูญใหม่ ชูเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยใหม่ หาก ประชาชนมีประชามติ 15 ล้านเสียง 30 ล้านเสียงทั่วประเทศไทย บอกว่าเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คราวนี้ แหละ ส.ว. คนไหน หน้าไหนก็มาขวางเราไม่ได้”นายปิยบุตร กล่าว
.
นายปิยบุตร กล่าวว่า ให้ประชาชนเลิกเลือก คนเดิม พรรคเดิม ที่ประกอบด้วยหลายขั้วผลประโยชน์กลุ่มการเมืองเก่า แต่ให้เลือกขั้ว อนาคต คือ พรรคประชาชนเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย จากที่ จังหวัดหนองบัวลำภู จากเดิมคือ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้ พรรคประชาชน ขอให้ หนองบัวลำภู เป็นพรรคประชาชนทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง จากเป็น หนองบัวลำภูแดง ให้เป็น หนองบัวลำภูส้ม