หมอธรรม

กระทู้สนทนา
ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ในการเล่าบริบทและความเป็นตัวตนของ "หมอธรรม" ตามคติของลาว-อีสาน นะครับ
จากที่พี่ๆ น้องๆ หลายท่านเคยเล่าเรื่องเล่ากันมีการมักพูดคำคำหนึ่งที่พวกเราคุ้นหูกันซึ่งคือคำว่า หมอธรรม และมักจะพูดในลักษณะมุมมองและทัศนะของตนเองที่คิดว่า หมอธรรมจะเป็นคนอย่างนั้นๆ ตามแต่มุมของแต่ละท่านละคน
วันนี้ ผมจะขอเล่าถึงคำว่า หมอธรรม ที่ค่อนข้างเห็นภาพ เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจคำว่าหมอธรรมที่ท่านได้ยินได้ฟังกันมานั้นจริงๆแล้วเป็นอย่าง
หมอธรรม คำนี้ ผมขอแยกบริบทของคำนะ ดังนี้ 1.หมอธรรม คำว่าหมอธรรมคือคำเรียกผู้เรียนดวงพระธรรม
2.ดวงธรรม  ดวงพระธรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงธรรมะโดยตรง แต่ดวงพระธรรมในที่นี้ คือวิชาแขนงหนึ่งของลาว - อีสาน เป็นวิชาสำหรับการไล่ผี รักษาโรคเกี่ยวกับผี การโดนคุณไสย อาการการเสียสติจากการกระด้วยผีหรือคุณไสยมนต์ดำ ที่ดินเข็ดขวง(เฮี้ยน) การเกี่ยวกับผีเข้าต่างๆเป็นต้น ดวงธรรมเป็นไสยศาสตร์ชั้นสูงสุดของลาว-อีสาน โบราณจารย์จัดให้ดวงพระธรรมนี้มีศักดิ์สูงกว่าวิชา โดยการตั้งคายดวงพระธรรมนั้น จะตั้งพระพุทธรูปสูงกว่า รองลงมาจึงเป็นคายดวงพระธรรม และเป็นคายวิชา เหตุที่ดวงธรรมมีศักดิ์สูงกว่าวิชานั้นเป็นเพราะ เวลาคนที่เรียนวิชาแตกปอบแล้วปอบเข้าคน ถ้าเอาวิชาไล่ผีไล่ปอบที่เกิดจากวิชามาสิง ศักดิ์มันเสมอกันบางทีไล่ปอบตัวเก่งๆเอาวิชาไล่ปอบไม่ค่อยกลัว อุปมา โจรกับตำรวจ เป็นคนเหมือนกัน แต่จะเอาคนธรรมดาจับโจรโจรมันไม่กลัวแล้วคนธรรมดาตัดสินโทษโจรไม่ได้เพราะคนธรรมดาไม่มีอำนาจเพราะเป็นประชาชนเหมือนกับโจร แต่ถ้าตำรวจจับโจรสามารถจับโจรติดคุกได้เพราะตำรวจมีอำนาจ ทั้งที่คนเหมือนกันแต่มีอำนาจเหนือกว่านั้นแล
ดวงพระธรรม มีด้วยกันหลากหลายดวง อาทิ พระธรรมผึ้งพันน้ำมันหมื่น พระธรรมฟ้าหยาดแก้วมณียน พระธรรมแสงไชย พระธรรมเฮือนหิน พระธรรมบาหลอดบาแสง พระธรรมแปดหมื่นสีพัน พระธรรมจืด ธรรมเก้าโกฏิ ธรรมอุปคุต เป็นต้น ซึ่งมีมากกว่า 30ดวงในแผ่นดินลาวและอีสาน (พระธรรมเรียกเป็นดวง วิชาเรียกเป็นช่อ) ดวงพระธรรมที่ยกตัวอย่างมาเหล่านี้เรียกว่าธรรมปราบหรือธรรมผาบ(ออกเสียงแบบอีสาน) พระธรรมนี้จะมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่สามารถเรียนได้ โดยมีจารีตห้ามผู้หญิงเรียนโดยเด็ดขาดและห้ามผู้หญิงจับต้องขันคายธรรมโดยเด็ดขาดด้วย พระธรรมหรือดวงธรรมเหล่านี้ ใช้ในการรักษาอาการเกี่ยวกับผี เช่น การตัดเชื้อผีฟ้า ( ผีฟ้า ผีแถน แถน ไทเทิง ไทเทิงหมายถึงชาวที่อยู่ข้างบน คำเหล่านี้คือคำเรียกเหล่ารุกขเทวดาในทางลาว-อีสาน) การรักษาผู้เรียนวิชาที่แตกปอบ ซึ่งปอบนี้ แต่เดิมเป็นคติความเชื่อของชาวลาว-อีสาน เท่านั้น ภาคอื่น ไม่มีผีปอบ คนมารู้จักผีปอบในช่วงการนำมาทำเป็นหนังละคร แม้แต่หมอธรรมก็เป็นไสยศาสตร์ของลาว-อีสานเท่านั้น ภาคอื่นไม่มีหมอธรรม หากมีจะเป็นคนอีสานย้ายถิ่นฐานไปหรือเป็นคนภาคอื่นมาเรียนไปจากคนอีสาน
ผู้เรียนดวงธรรมเหล่านี้มักถูกเรียกว่า หมอธรรม จะเป็นผู้ที่มีการยึดถือข้อวัตรที่มีความละเอียด เช่น การห้ามกินอาหาร อาทิ เนื้อที่เป็นมังสัง การไม่กินข้าวบ้านคนตาย การไม่กินหารเดร การไม่ไหว้ศพผู้ที่ไม่ใช่พ่อแม่หรือผู้มีบุญคุณแต่จะจุดธูปปักเท่านั้น เมื่อถึงเวลาวันพระหมอธรรมจะมีการเข้าครอง คือการไหว้พระสวดมนต์ทำวัตรแล้วจะมีการสวดสาธยายดวงพระธรรมที่ตนเรียนมา เพื่อเป็นการทบทวน
หลาย ๆ ท่านยังมีความเข้าใจว่า ผู้มีวิชาไล่ผีจะเป็นหมอธรรมไปสะหมดนั้น ไม่ใช่เลย สัปเหร่อมีวิชาไล่ผี ถ้าสัปเหร่อไม่ได้เรียนดวงพระธรรมา ก็ไม่ถือว่าเป็นหมอธรรม หรือ หมอดูก็ไม่ใช่หมอธรรมถ้าหมอดูนั้นไม่ได้เรียนดวงธรรม มิฉะนั้น ผู้จะเป็นหมอธรรม คือจะต้องเรียนพระธรรมมาเท่านั้น ถ้าผู้เรียนวิชาแต่ไม่ได้เรียนดวงพระธรรม จะถูกเรียกว่า หมอวิชา ส่วนหมอธรรมนั้นสามารถเรียนดวงพระธรรมที่เป็นหมอธรรมได้และยังสามารถเรียนวิชาได้เช่นกัน อยู่ที่บริบทของการใช้งาน นี้คือความแตกต่างระหว่างหมอธรรมและหมอวิชา
อีกประการ การเรียนดวงธรรมนั้น หากผู้เรียนกระทำผิดข้อห้าม จะไม่เป็นปอบ (แต่หมอธรรมที่เรียนวิชาทำผิดแล้วเป็นปอบหมอธรรมก็สามารถเป็นปอบได้แต่เกิดจากทำผิดวิชาไม่ใช่เพราะธรรม)  แต่การผิดดวงพระธรรมนั้นหากทำผิดมากหรือร้ายแรงอาจทำให้เสียสติวิกลจริตได้แต่ย้ำว่า ไม่เป็นปอบ เพราะปอบนั้น เกิดจากเรียนวิชาบางจำพวกขอย้ำว่าบางจำพวกเท่านั้น เช่น วิชาอ้อบางอ้อ วิชาเสน่ห์บ้างวิชา หรือวิชาที่ทำให้ร่ำรวยบางวิชา แล้วกระทำผิดข้อห้าม ปอบบางจำพวกเกิดจากการเลี้ยงว่าน เช่นว่านกระจาย (หนุมานนั่งแท่น) จากนั้นเลี้ยงตามวิธีเคล็ดทำให้ว่านออกแสงจึงจะเรียกว่าโพง แล้วว่านนั้นแก่ตัวจนสามารถออกหากินเองได้ และเข้าคนได้ เมื่อว่านเข้าคนผู้ทำการไล่จะเค้นถาม ผีว่านโพงนั้นก็จะพูดว่าใครเป็นเจ้าของเจ้าของผู้เลี้ยงว่านชื่ออะไร การที่ผีว่านบอกชื่อของเจ้าของนี้เรียกว่า การออกปากหรือการแลกหน้า ปอบอีกบางจำพวก คือ ปอบของ เช่น สีผึ้งที่มีการผสมว่านโพงแล้วผู้สร้างฆ่าว่านไม่ดีทำให้สีผึ้งขึ้นรา เมื่อสีผึ้งขึ้นราก็จะเกิดตัวไรว่าน (ตัวไรเล็กๆไต่ตามตลับสีผึ้ง) ตัวไรที่เกิดขึ้นนั้นจะกลายเป็นปอบและสีผึ้งตลับนั้นจะออกแสงได้ เมื่อแก่ตัวจะสามารถมีแสงลอยออกลอยเข้าตลับสีผึ้งได้ เรียกว่าปอบของ ส่วนปอบผีฟ้านั้น เหมือนกับการกล่าวไปข้างต้น ผีฟ้า ไม่ใช่ปอบ เป็นรุกขเทวดาที่มาอาสัยอยู่กับผู้คนเพื่อให้คุณและโทษ และสืบเชื้อสายต่อกันไปตามสายเลือดตะกูล จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า ผีเซื้อ หรือผีเชื้อ ที่หมายถึงเชื้อสายวงศ์ตะกูล นั้นเอง หากลูกหลานรุ่นใหม่ไม่ต้องการสืบต่อก็จะมีการให้ผู้ที่เป็นครูบาใหญ่ผีฟ้าตัดเชื้อผีฟ้าให้ก็ได้หรือหมอธรรมทำการตัดเชื้อให้ซึ่งมีวิธีกลแบบตามของดวงพระธรรมดวงนั้น ๆ ซึ่งเหมือนกันกับซึ่งการเป็นปอบ ก็จะมีการให้หมอธรรมปลงดวงพระธรรมลงรักษาตัดปอบให้เช่นกัน
ซึ่งผู้ป่วยหรือผู้ที่เป็นผีฟ้า เป็นปอบนั้น จะต้องยอมรับว่าตนเองเป็นจริง และจะต้องยอมรับการรักษา หมอธรรมจึงจะมีสิทธิ์รักษา หากเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นปอบแต่ไม่ยอมรักษา หมอธรรมก็ไม่มีสิทธิ์รักษา หากเจ้าตัวอยากรักษาแต่ไม่ยอมรับว่าเป็น หมอธรรมก็ไม่มีสิทธิ์รักษา เขาจะต้องยอมรับทั้งสองข้อจึงจะทำการรักษาได้
ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ผมผู้โพสต์และเขียนบทความนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะละเมิดความคิดของผู้ใดที่มีความเห็นต่าง เพียงต้องการสะท้อนความเป็นของหมอธรรม ลักษณะหมอธรรม ดวงพระธรรมในคติความเชื่ออันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบรรพชนในลุ่มน้ำโขง ลาว -อีสาน ที่ถูกต้องออกมาเผยแผ่ให้ได้อ่าน ในมุมของผู้ศึกษาดวงธรรมมาเท่านั้นเอง หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่สมาชิกกลุ่มผู้ที่ได้อ่านบทความไม่มากก็น้อย
2กุมภาพันธ์ 2569
โอม เพี้ยง ผู้เขียน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่