ผ่าตัดกระดูกสันหลังยุคใหม่ “MIS” ลดเวลานอนโรงพยาบาล เหลือเพียงคืนเดียว ชี้เทคโนโลยีการแพทย์เปลี่ยนโจทย์การรักษา
นวัตกรรมผ่าตัดแผลเล็ก Minimally Invasive Surgery (MIS) พลิกภาพจำการผ่าตัดกระดูกสันหลัง จากการพักฟื้นยาวนาน สู่การรักษาที่รบกวนร่างกายน้อย ฟื้นตัวเร็ว ช่วยผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผ่าตัดกระดูกสันหลังเคยถูกมองว่าเป็นการรักษาขั้นสุดท้าย ที่ต้องแลกกับแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ การพักฟื้นหลายวัน และความเสี่ยงหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการผ่าตัดแผลเล็ก หรือ Minimally Invasive Surgery (MIS) ที่เข้ามายกระดับมาตรฐานการรักษาโรคกระดูกสันหลังในยุคใหม่
นพ.วิศิษฐ์ แซ่ล้อ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคนิค MIS ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ใช้แผลขนาดเล็กเพียงประมาณ 0.5 เซนติเมตร อาศัยกล้องและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงตำแหน่งที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปิดแผลกว้างหรือตัดกล้ามเนื้อจำนวนมากเหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
“แม้จะยังใช้คำว่า ‘ผ่าตัด’ แต่ MIS เป็นการรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว จนหลายกรณีสามารถพักฟื้นเพียงคืนเดียว
และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย” นพ.วิศิษฐ์กล่าว
เทคนิค MIS ถูกนำมาใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือทับเส้นประสาท, โรคกระดูกสันหลังเสื่อม, ภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ, กระดูกสันหลังเคลื่อน รวมถึงความผิดรูปหรือเนื้องอกบริเวณกระดูกสันหลัง
จุดเด่นสำคัญของการผ่าตัดแผลเล็ก คือการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน และทำกิจวัตรพื้นฐานได้ภายใน 6–24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ลดความจำเป็นในการนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาลหรือภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนิ่ง แต่ยังช่วยลดต้นทุนทางอ้อม ทั้งด้านเวลาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน
ทั้งนี้ การพักฟื้นเพียงคืนเดียวไม่ได้หมายถึงการลดทอนมาตรฐานการดูแล แต่เป็นผลจากการวางระบบรักษาอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เทคนิคการผ่าตัดที่แม่นยำ การเฝ้าระวังอาการหลังผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลและฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
นพ.วิศิษฐ์ย้ำว่า การเลือกเข้ารับการผ่าตัดแผลเล็ก MIS ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน และระบบดูแลหลังการรักษา เพื่อให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาพระยะยาว ที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
โรงพยาบาลเอส โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ
(S-Spine and Joint Hospital) มีจุดแข็งจากการมุ่งเน้นการรักษาในกลุ่มโรคเฉพาะ ทำให้ทีมแพทย์มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยกระดูกสันหลังในเคสซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง สามารถประเมินแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การคัดกรองว่าใคร “จำเป็นต้องผ่าตัด” และใครสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ ไปจนถึงการเลือกใช้เทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) ให้ตรงกับลักษณะโรคอย่างแท้จริง
และมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการผ่าตัดแผลเล็กโดยตรง รวมถึงการใช้กล้องและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดการรบกวนเนื้อเยื่อ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ MIS ให้เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
อีกหนึ่งปัจจัยที่แตกต่าง คือระบบดูแลหลังผ่าตัดแบบครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวังอาการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก การวางแผนฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวคิด “พักฟื้นคืนเดียว” เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้เร็วขึ้น ลดการสูญเสียเวลาและต้นทุน ทางอ้อมในระยะยาว
ผ่าตัดคืนเดียว ลดต้นทุนทั้งระบบ “MIS” เขย่าโมเดลรักษากระดูกสันหลังไทย
นวัตกรรมผ่าตัดแผลเล็ก Minimally Invasive Surgery (MIS) พลิกภาพจำการผ่าตัดกระดูกสันหลัง จากการพักฟื้นยาวนาน สู่การรักษาที่รบกวนร่างกายน้อย ฟื้นตัวเร็ว ช่วยผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผ่าตัดกระดูกสันหลังเคยถูกมองว่าเป็นการรักษาขั้นสุดท้าย ที่ต้องแลกกับแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ การพักฟื้นหลายวัน และความเสี่ยงหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการผ่าตัดแผลเล็ก หรือ Minimally Invasive Surgery (MIS) ที่เข้ามายกระดับมาตรฐานการรักษาโรคกระดูกสันหลังในยุคใหม่
นพ.วิศิษฐ์ แซ่ล้อ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคนิค MIS ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ใช้แผลขนาดเล็กเพียงประมาณ 0.5 เซนติเมตร อาศัยกล้องและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงตำแหน่งที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปิดแผลกว้างหรือตัดกล้ามเนื้อจำนวนมากเหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
“แม้จะยังใช้คำว่า ‘ผ่าตัด’ แต่ MIS เป็นการรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว จนหลายกรณีสามารถพักฟื้นเพียงคืนเดียว
และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย” นพ.วิศิษฐ์กล่าว
เทคนิค MIS ถูกนำมาใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือทับเส้นประสาท, โรคกระดูกสันหลังเสื่อม, ภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ, กระดูกสันหลังเคลื่อน รวมถึงความผิดรูปหรือเนื้องอกบริเวณกระดูกสันหลัง
จุดเด่นสำคัญของการผ่าตัดแผลเล็ก คือการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน และทำกิจวัตรพื้นฐานได้ภายใน 6–24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ลดความจำเป็นในการนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาลหรือภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนิ่ง แต่ยังช่วยลดต้นทุนทางอ้อม ทั้งด้านเวลาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน
ทั้งนี้ การพักฟื้นเพียงคืนเดียวไม่ได้หมายถึงการลดทอนมาตรฐานการดูแล แต่เป็นผลจากการวางระบบรักษาอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เทคนิคการผ่าตัดที่แม่นยำ การเฝ้าระวังอาการหลังผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลและฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
นพ.วิศิษฐ์ย้ำว่า การเลือกเข้ารับการผ่าตัดแผลเล็ก MIS ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน และระบบดูแลหลังการรักษา เพื่อให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาพระยะยาว ที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
โรงพยาบาลเอส โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S-Spine and Joint Hospital) มีจุดแข็งจากการมุ่งเน้นการรักษาในกลุ่มโรคเฉพาะ ทำให้ทีมแพทย์มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยกระดูกสันหลังในเคสซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง สามารถประเมินแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การคัดกรองว่าใคร “จำเป็นต้องผ่าตัด” และใครสามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ ไปจนถึงการเลือกใช้เทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) ให้ตรงกับลักษณะโรคอย่างแท้จริง
และมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการผ่าตัดแผลเล็กโดยตรง รวมถึงการใช้กล้องและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดการรบกวนเนื้อเยื่อ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำ MIS ให้เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
อีกหนึ่งปัจจัยที่แตกต่าง คือระบบดูแลหลังผ่าตัดแบบครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวังอาการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก การวางแผนฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวคิด “พักฟื้นคืนเดียว” เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้เร็วขึ้น ลดการสูญเสียเวลาและต้นทุน ทางอ้อมในระยะยาว