ทำความรู้จัก “Fleur de Sel” (เฟลอร์ เดอเซล) เกลือที่เป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าในโลกของการปรุงอาหาร


Fleur de Sel (เฟลอร์ เดอเซล) คือเกลือชนิดพิเศษที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกลือที่ล้ำค่า และหายากที่สุดในโลก เกลือชนิดนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงเก็บด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมที่อาศัยความชำนาญของมนุษย์ และจังหวะของธรรมชาติอย่างเคร่งครัดมาจนถึงปัจจุบัน

คำว่า Fleur de Sel เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลตรงตัวว่า “ดอกไม้แห่งเกลือ” ชื่อนี้สะท้อนลักษณะเฉพาะของเกลือชนิดนี้ ซึ่งเกิดเป็นผลึกบางเบาสีขาวคล้ายกลีบดอกไม้ ผลึกเหล่านี้จะก่อตัวขึ้นเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาพอากาศเหมาะสม ทั้งแสงแดด ลม และความชื้นต้องอยู่ในจุดสมดุลอย่างพอดี

การเก็บเกี่ยว Fleur de Sel มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยโบราณ โดย Pliny the Elder นักประวัติศาสตร์ และนักธรรมชาติวิทยาชาวโรมัน ได้บันทึกไว้ในหนังสือ Natural History ว่าชาวโรมันรู้จักเกลือชนิดนี้ในชื่อ “Flos salis” อย่างไรก็ตามในยุคนั้น Fleur de Sel ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารอย่างแพร่หลาย แต่มักถูกใช้ในทางการแพทย์ เช่น เป็นยาระบาย และใช้พอกแผล

แม้จะมีหลักฐานการใช้งานมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ แต่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของ Fleur de Sel เริ่มต้นขึ้นที่เมือง Guérande ในแคว้น Bretagne ประเทศฝรั่งเศส โดยมีหลักฐานระบุว่าในปี ค.ศ. 945 นักบวชจากอาราม Landévennec Abbey ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติของพื้นที่ชายฝั่ง ทั้งการขึ้นลงของกระแสน้ำทะเล ทิศทางลม และอิทธิพลของแสงอาทิตย์ ก่อนจะพัฒนาเป็นระบบนาเกลือที่อาศัยพลังงานธรรมชาติ ซึ่งยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

นักบวชเหล่านี้สร้างนาเกลือขึ้นบริเวณชายฝั่งเมือง Géronde โดยออกแบบพื้นที่ให้ทำหน้าที่เสมือน “โรงงานกลางแจ้ง” ที่ใช้น้ำทะเล ลม และแสงแดดเป็นหัวใจของกระบวนการผลิต ระบบดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้นาเกลือที่เมือง Guérande สามารถผลิตเกลือได้อย่างต่อเนื่องยาวนานนับหลายศตวรรษ

ในช่วงยุคกลางเกลือถือเป็นสินค้าที่มีคุณค่ามหาศาลจนได้รับสมญานามว่า “ทองคำสีขาว” เนื่องจากมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการถนอมอาหาร และการดำรงชีวิตของผู้คน ด้วยความสำคัญดังกล่าวเมือง Guérande จึงก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าเกลือที่สำคัญของยุโรป

ระบบการผลิตเกลือในพื้นที่นี้ได้เปิดเส้นทางการค้าเกลือยุคแรก ๆ ของทวีปยุโรป และนำความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมือง Guérande อย่างต่อเนื่องยาวนานหลายศตวรรษ เกลือจาก Guérande มีมูลค่าสูงถึงขั้นถูกใช้เป็นสกุลเงิน และสินค้าแลกเปลี่ยนได้ในการค้าขายระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วยุโรป

ด้วยความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ของการค้าเกลือ เมือง Guérande จึงต้องสร้างกำแพงและป้อมปราการที่แข็งแกร่ง เพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก โดยเฉพาะหลังจากที่เมืองถูกกองทัพสเปนโจมตีในช่วงศตวรรษที่ 14

ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว Fleur de Sel จะเริ่มต้นจากการสร้างคันดิน และระบบเขื่อน เพื่อผันนำน้ำทะเลเข้าสู่นาเกลือ หรือที่เรียกว่า Salt Pans จากนั้นจะปล่อยให้น้ำระเหยออกตามธรรมชาติด้วยแสงอาทิตย์ และแรงลม

ระบบนาเกลือประกอบด้วยบ่อน้ำตื้นหลายระดับที่เชื่อมต่อถึงกัน โดยอาศัยจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ น้ำทะเล ซึ่งมีความเค็มประมาณ 25 กรัมต่อลิตร จะถูกนำเข้าสู่บ่อแรกที่เรียกว่า “Vasière” ทำหน้าที่เป็นบ่อพักน้ำ และบ่อตกตะกอน เพื่อให้น้ำสะอาด และเหมาะสมต่อกระบวนการระเหย

เมื่อน้ำค่อย ๆ ไหลผ่านบ่อถัดไป ความเข้มข้นของเกลือจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้าสู่บ่อสุดท้ายที่เรียกว่า “œillets” ซึ่งมีความลึกเพียงไม่กี่เซนติเมตร ในจุดนี้ความเค็มของน้ำทะเลจะสูงถึงประมาณ 250–280 กรัมต่อลิตรทำให้เกลือเริ่มตกผลึก

ภายใต้สภาพอากาศที่เหมาะสม ทั้งอุณหภูมิ แสงแดด และทิศทางลม ผลึกเกลือจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนผิวน้ำเป็นชั้นบางละเอียดลักษณะคล้ายดอกไม้ หรือเกล็ดหิมะ ซึ่งก็คือ Fleur de Sel อย่างไรก็ตามผลึกเหล่านี้เปราะบางมาก การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของผิวน้ำ ไม่ว่าจะเกิดจากลมพัด หรือแม้แต่นกที่บินผ่าน ก็อาจทำให้ผลึกจมลงสู่ก้นบ่อ และกลายเป็น “Sel Gris” หรือเกลือเทา ซึ่งสัมผัสกับดินเหนียวด้านล่าง และมีลักษณะแตกต่างออกไป

การเก็บเกี่ยว Fleur de Sel จะใช้คราดไม้ชนิดพิเศษที่เรียกว่า “Lousse à fleur” ค่อย ๆ ตักผลึกเกลือออกจากผิวน้ำอย่างนุ่มนวล เพื่อไม่ให้โครงสร้างอันบอบบางของดอกเกลือแตกสลาย

ในอดีตงานเก็บเกี่ยว Fleur de Sel  มักเป็นหน้าที่ของผู้หญิง เนื่องจากมีความเชื่อว่าผลึกเกลือมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ จึงต้องอาศัยความประณีต ความอดทน และการเคลื่อนไหวที่เบามือ หลังจากการเก็บเกี่ยว เกลือจะถูกนำไปบรรจุในภาชนะเฉพาะ และตากให้แห้งตามธรรมชาติภายใต้แสงแดด ก่อนนำไปจัดเก็บและบรรจุหีบห่อ โดยต้องหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือน เพื่อรักษารูปทรง และคุณภาพของเกล็ดเกลือให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ด้วยกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งธรรมชาติ แรงงานคน และความชำนาญเฉพาะทางนี้ ส่งผลให้ Fleur de Sel มีปริมาณจำกัด หายาก และได้รับการยกย่องว่าเป็นเกลือทะเลที่มีคุณค่าเหนือกว่าเกลือทะเลทั่วไป

สีของ Fleur de Sel มักไม่ขาวบริสุทธิ์เหมือนเกลือทั่วไป แต่จะมีลักษณะเป็นสีเทาอ่อน หรือสีขาวนวล ซึ่งเกิดจากการปะปนของดินเหนียวจากพื้นนาเกลือโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ในบางพื้นที่อาจพบ Fleur de Sel ที่มีสีชมพูอ่อนเล็กน้อย อันเป็นผลมาจากการมีอยู่ของ Dunaliella salina สาหร่ายขนาดเล็กสีชมพูที่พบได้ทั่วไปในนาเกลือ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศตามธรรมชาติของการผลิตเกลือทะเล

Fleur de sel มีองค์ประกอบของแร่ธาตุหลากหลายชนิด เช่น แคลเซียม และแมกนีเซียมคลอไรด์ ซึ่งช่วยสร้างมิติของรสชาติให้มีความซับซ้อนมากกว่าเกลือทั่วไป แร่ธาตุเหล่านี้ทำให้รสเค็มของ Fleur de Sel มีความชัดเจน แต่ไม่แข็งกระด้าง พร้อมให้ความรู้สึกที่มักถูกอธิบายว่าเป็น “รสชาติของทะเล” อย่างแท้จริง

ปริมาณ และสัดส่วนของแร่ธาตุจะเปลี่ยนแปลงไปตามแหล่งที่เก็บเกี่ยว ส่งผลให้ Fleur de Selจากแต่ละพื้นที่มีลักษณะรสชาติที่แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเกลือชนิดนี้

เกลือจากเมือง Guérande ได้รับการรับรองสถานะ IGP (Indication Géographique Protégée) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งเป็นการรับประกันอย่างเป็นทางการถึงแหล่งกำเนิด วิธีการผลิตตามธรรมชาติ และเทคนิคการเก็บเกี่ยวแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบัน Fleur de sel ได้รับการยอมรับจากเชฟมืออาชีพทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในเกลือที่มีคุณภาพสูงและประณีตที่สุด ด้วยรสชาติที่ซับซ้อน เนื้อสัมผัสที่ละเอียดอ่อน และคุณสมบัติในการเสริมรสอาหารโดยไม่กลบรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบ

Fleur de sel เหมาะสำหรับนำมาใช้กับอาหารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสเต็ก อาหารทะเล หรือสลัด เนื่องจากผลึกเกลือมีลักษณะบาง เบา และละลายช้าบนลิ้น เมื่อนำมาโรยในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเสิร์ฟ จะช่วยขับรสชาติของวัตถุดิบหลักให้โดดเด่น ชัดเจน และมีมิติมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Fleur de sel ยังได้รับความนิยมในการนำไปใช้กับขนมหวานบางชนิด เช่น Salted caramel หรือช็อกโกแลตระดับพรีเมียม ซึ่งความเค็มอ่อนละมุน และซับซ้อนของ Fleur de sel จะช่วยตัดรสหวาน เพิ่มความสมดุล และสร้างมิติของรสชาติให้ลึกขึ้นอย่างนุ่มนวล

ที่มา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่