ยิ่งจิตว่าง​ ยิ่งมีปัญญา

กระทู้คำถาม
∆ คนยิ่งจิตว่าง...ก็ยิ่งมีปัญญา
เพราะปัญญาความว่างมันยิ่งใหญ่มาก
เอาร้อยๆโลกมารวมกันก็ยังแคบกว่าความว่าง
ความว่างคือปัญญาวิปัสสนา
ปัญญาโลกุตระ...มันเหนือปัญญาโลกียะ
บางคนนึกว่า...อยู่ตรงนั้นไม่มีปัญญา
ถ้าไม่มีปัญญามันว่างไม่ได้หรอก
ที่จิตว่างได้...นั้นมีปัญญาแล้ว
ที่ว่างไม่ได้...นั้นไม่ใช่ปัญญา...นั้นหลงสังขาร
หลงความโลภ-ความโกรธ ความหลง
นึกว่าตัวเองมีปัญญา...ไม่ใช่แล้ว
เพราะจิตตรงนั้นมันจะไม่มี... มันปกติ
.....#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

            **************
∆ “นิวรณ์” แท้จริงมันก็มีอยู่กับตัวเราเสมอ
#ถึงจะเรียนก็มี #ไม่เรียนก็มีนิวรณ์นี้
มันมีอำนาจ อิทธิพลมาก
เพราะเป็นเครื่องกลบเกลื่อนดวงจิตของเรา
ไม่ให้ก้าวขึ้นสู่ความดีได้

เส้นทางของนิวรณ์ที่จะไหลมาสู่เรา
ก็คือ “สัญญาอดีต” อันได้แก่เรื่องราวต่างๆ
ทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งของเราของเขาซึ่งเป็นอดีต
ทั้งหมดเส้นหนึ่ง

อีกเส้นหนึ่งคือ “สัญญาอนาคต”
นับแต่เรื่องที่คิดไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันตาย
ซึ่งเราอาจเดาอาจคิดไปด้วยความผิดพลาด
ทั้งหมดทั้ง ๒ ทาง
นี้เป็นเส้นทางที่ไหลมาจากนิวรณ์ทั้งสิ้น

ฉะนั้น เรื่องอดีต อนาคต ก็ต้องวางไว้ก่อน
ยกจิตของเราขึ้นสู่องค์ภาวนา
คือ นึกถึงลมหายใจของลมอันเป็นส่วนปัจจุบัน
ของรูป ปัจจุบันของนาม
ได้แก่ “ตัวรู้” เมื่อเราทำได้เช่นนี้
จิตของเราก็จะเหมือนกับลูกโป่งที่ลอยอยู่ใน
อากาศ

เพียงตัดเชือกเส้นเดียวเท่านั้นเราก็จะหลุดได้
คือ เมื่อตัดสัญญาขาด จิตของเราก็จะเข้าไปสู่
องค์ภาวนาได้ทันที

ใจก็ไม่มีอาการอึดอัด มีแต่ความโปร่งสบาย
ใจก็สูงเหมือนลูกโป่งที่ถูกตัดเชือกออกจาก
ก้อนหินที่ผูกไว้

สิ่งที่จะตามขึ้นไปทำลายรบกวนก็ยาก
เพราะธรรมดาขี้ฝุ่นนั้นก็จะกลบได้แต่เพียง
แค่ศีรษะคนเท่านั้น
ที่มันจะปลิวขึ้นไปกลบถึงยอดภูเขา
หรือยอดไม้สูงๆ นั้นย่อมไม่ได้

ฉะนั้น เมื่อจิตของเราสูงขึ้นแล้ว
นิวรณ์ทั้งหลายก็ไม่สามารถจะกลบจิต
ของเราให้เศร้าหมองได้

     ท่านพ่อลี ธัมมธโร
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่