[ United Calypso 1976 #5]
พลังจากสนามซ้อมและโค้ชผู้ปลุก "เซสโก" ให้กลายเป็นฮีโร่นาทีบาป
เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด (1 ก.พ.2026) เกือบจบลงด้วยความผิดหวังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่ เบนจามิน เซสโก ยิงประตูชัยนาทีที่ 94 ใส่ฟูแลม การหมุนตัวจบสกอร์จากการเปิดของ บรูโน แฟร์นันด์ส ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากชั่วโมงการซ้อมที่เข้มข้นภายใต้การดูแลของทีมงานโค้ช โดยเฉพาะ ทราวิส บินเนียน (Travis Binnion) ที่ทำงานแบบตัวต่อตัวเพื่อขัดเกลารายละเอียดในเกมของกองหน้าวัย 22 ปี
ไมเคิล คาร์ริค เปิดเผยหลังเกมว่า เซสโกใช้เวลาหลายสัปดาห์ที่แคร์ริงตันเพื่อปรับองค์ประกอบการเล่นให้เฉียบคมขึ้น หลังย้ายมาจากไลป์ซิกด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์
ก่อนหน้านี้ หัวหอกชาวสโลวีเนียเคยทำผลงานได้ดีในยุค ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ยิงสามประตูจากการออกสตาร์ตสองนัด แต่เมื่อคาร์ริคเข้ามาคุมทีม เขากลับต้องเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองตลอดสามเกมแรก หลายคนกังวลว่าจังหวะของเขาอาจสะดุด ทว่าเกมกับฟูแล่มพิสูจน์ตรงกันข้าม
หลังถูกส่งลงสนาม เซสโกเกือบใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดทันทีจากลูกโหม่งที่ชนเสา โอกาสนั้นสามารถทำให้ยูไนเต็ดนำ 3-0 และปิดเกมได้ แต่ความผิดพลาดเกือบกลายเป็นจุดเปลี่ยนเมื่อทีมของ มาร์โก ซิลวา ไล่ตีเสมอสองลูกรวด อย่างไรก็ตามยูไนเต็ดบุกกลับอีกครั้ง และคราวนี้แฟร์นันด์สเลือกจ่ายให้เซสโกที่ไม่พลาด
คาร์ริคยกเครดิตให้ทีมงาน โดยเฉพาะบินเนียน ที่ได้รับการเลื่อนจากโค้ชทีมยู-21 ขึ้นมาทำงานกับชุดใหญ่ “เขามีพรสวรรค์มหาศาล เราทำงานกับเขาหลายรูปแบบในช่วงสองสัปดาห์ เขาดูอันตรายในการซ้อม ทำงานพิเศษเสมอ และทราฟ (บินเนียน) ใช้เวลาตัวต่อตัวกับเขาเยอะมาก”
ภาพที่น่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่อเซสโกเดินกลับห้องแต่งตัว แล้วได้รับการปรบมือยืนจากเพื่อนร่วมทีม คาร์ริคบอกว่านั่นสะท้อนทุกอย่าง “มันเป็นโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนดีใจกับเขามาก การต้อนรับตอนกลับเข้าห้องแต่งตัว บอกเราหมดแล้วว่าเพื่อนๆ คิดกับเขายังไง”
เซสโกได้สัมผัสความรู้สึกที่ศูนย์หน้าทุกคนของยูไนเต็ดฝันถึง — การยิงประตูชัยต่อหน้า สเตรทฟอร์ด เอนด์ หลังจากเพิ่งพลาดโอกาสสำคัญไปก่อนหน้า “นี่คือธรรมชาติของกองหน้า พลาดแล้วต้องไปต่อ เขาทำได้ และสมควรอย่างยิ่ง” คาร์ริคย้ำ
ชัยชนะนัดที่สามติดต่อกันของสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ไม่ได้บอกแค่ผลการแข่งขัน แต่เผยให้เห็นพลังของการทำงานเบื้องหลังที่แคร์ริงตัน เซสโกคือหลักฐานชัดเจนว่า การซ้อมแบบเจาะลึกและความเชื่อมั่นจากโค้ช สามารถเปลี่ยนผู้เล่นให้กลายเป็นฮีโร่ได้ในชั่วพริบตา
เรียบเรียงจากบทความของ Tyrone Marshall, Manchester Evening News
พลังจากสนามซ้อมและโค้ชผู้ปลุก "เซสโก" ให้กลายเป็นฮีโร่นาทีบาป
พลังจากสนามซ้อมและโค้ชผู้ปลุก "เซสโก" ให้กลายเป็นฮีโร่นาทีบาป
เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด (1 ก.พ.2026) เกือบจบลงด้วยความผิดหวังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่ เบนจามิน เซสโก ยิงประตูชัยนาทีที่ 94 ใส่ฟูแลม การหมุนตัวจบสกอร์จากการเปิดของ บรูโน แฟร์นันด์ส ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากชั่วโมงการซ้อมที่เข้มข้นภายใต้การดูแลของทีมงานโค้ช โดยเฉพาะ ทราวิส บินเนียน (Travis Binnion) ที่ทำงานแบบตัวต่อตัวเพื่อขัดเกลารายละเอียดในเกมของกองหน้าวัย 22 ปี
ไมเคิล คาร์ริค เปิดเผยหลังเกมว่า เซสโกใช้เวลาหลายสัปดาห์ที่แคร์ริงตันเพื่อปรับองค์ประกอบการเล่นให้เฉียบคมขึ้น หลังย้ายมาจากไลป์ซิกด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์
ก่อนหน้านี้ หัวหอกชาวสโลวีเนียเคยทำผลงานได้ดีในยุค ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ยิงสามประตูจากการออกสตาร์ตสองนัด แต่เมื่อคาร์ริคเข้ามาคุมทีม เขากลับต้องเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองตลอดสามเกมแรก หลายคนกังวลว่าจังหวะของเขาอาจสะดุด ทว่าเกมกับฟูแล่มพิสูจน์ตรงกันข้าม
หลังถูกส่งลงสนาม เซสโกเกือบใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดทันทีจากลูกโหม่งที่ชนเสา โอกาสนั้นสามารถทำให้ยูไนเต็ดนำ 3-0 และปิดเกมได้ แต่ความผิดพลาดเกือบกลายเป็นจุดเปลี่ยนเมื่อทีมของ มาร์โก ซิลวา ไล่ตีเสมอสองลูกรวด อย่างไรก็ตามยูไนเต็ดบุกกลับอีกครั้ง และคราวนี้แฟร์นันด์สเลือกจ่ายให้เซสโกที่ไม่พลาด
คาร์ริคยกเครดิตให้ทีมงาน โดยเฉพาะบินเนียน ที่ได้รับการเลื่อนจากโค้ชทีมยู-21 ขึ้นมาทำงานกับชุดใหญ่ “เขามีพรสวรรค์มหาศาล เราทำงานกับเขาหลายรูปแบบในช่วงสองสัปดาห์ เขาดูอันตรายในการซ้อม ทำงานพิเศษเสมอ และทราฟ (บินเนียน) ใช้เวลาตัวต่อตัวกับเขาเยอะมาก”
ภาพที่น่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่อเซสโกเดินกลับห้องแต่งตัว แล้วได้รับการปรบมือยืนจากเพื่อนร่วมทีม คาร์ริคบอกว่านั่นสะท้อนทุกอย่าง “มันเป็นโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนดีใจกับเขามาก การต้อนรับตอนกลับเข้าห้องแต่งตัว บอกเราหมดแล้วว่าเพื่อนๆ คิดกับเขายังไง”
เซสโกได้สัมผัสความรู้สึกที่ศูนย์หน้าทุกคนของยูไนเต็ดฝันถึง — การยิงประตูชัยต่อหน้า สเตรทฟอร์ด เอนด์ หลังจากเพิ่งพลาดโอกาสสำคัญไปก่อนหน้า “นี่คือธรรมชาติของกองหน้า พลาดแล้วต้องไปต่อ เขาทำได้ และสมควรอย่างยิ่ง” คาร์ริคย้ำ
ชัยชนะนัดที่สามติดต่อกันของสตาฟฟ์โค้ชชุดใหม่ไม่ได้บอกแค่ผลการแข่งขัน แต่เผยให้เห็นพลังของการทำงานเบื้องหลังที่แคร์ริงตัน เซสโกคือหลักฐานชัดเจนว่า การซ้อมแบบเจาะลึกและความเชื่อมั่นจากโค้ช สามารถเปลี่ยนผู้เล่นให้กลายเป็นฮีโร่ได้ในชั่วพริบตา
เรียบเรียงจากบทความของ Tyrone Marshall, Manchester Evening News