ถ้าพูดถึงการลงทุน เรามักมองหา "ผลตอบแทน" ที่คุ้มค่า แต่ถ้าพูดถึงการบริหารประเทศ สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกมองหาคือ "ความโปร่งใส" ล่าสุด Transparency International ประกาศผลดัชนีการรับรู้การทุจริต และแน่นอนว่า "เดนมาร์ก" ยังคงครองบัลลังก์อันดับ 1 ของโลก (Score 90/100) ทิ้งห่างหลายประเทศแบบไม่เห็นฝุ่น
.
คำถามที่น่าสนใจคือ... เขาทำได้ยังไง? ในเมื่อมนุษย์ทุกคนมีความโลภ?
.
นี่คือ 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ "การคอร์รัปชัน" ในเดนมาร์ก เป็นการลงทุนที่ "ขาดทุนยับเยิน" ที่สุด
.
1️⃣ วัฒนธรรมการเมืองแบบ "ฉันทามติ"
▪️ ระบบรัฐสภาเดนมาร์กมักส่งผลให้เกิด "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" โดยธรรมชาติ ซึ่งต่างจากระบบผู้ชนะกินรวบ รัฐบาลไม่สามารถผ่านกฎหมายหรืองบประมาณได้โดยลำพัง ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่น (รวมถึงฝ่ายค้าน) เพื่อให้เกินกึ่งหนึ่ง กระบวนการนี้บังคับให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล ในทุกขั้นตอนการอนุมัติโครงการ
▪️ การทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) ทำได้ยากมาก เพราะต้องผ่านการเจรจาต่อรองข้ามพรรค การฮั้วประมูล หรือล็อกสเปกจึงถูกตรวจสอบจากพรรคร่วมและฝ่ายค้านอย่างละเอียดก่อนอนุมัติ
.
2️⃣ สวัสดิการและคุณภาพชีวิต (High Opportunity Cost of Corruption)
▪️ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการในระดับสูง เทียบเท่าภาคเอกชน การรับสินบนเพียงเล็กน้อยจึง "ไม่คุ้มเสี่ยง" เพราะหากถูกจับได้ ไม่ใช่แค่ติดคุก แต่จะสูญเสียสิทธิประโยชน์มหาศาลตลอดชีพ ทำให้ตามหลัก "อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ลดลง" เมื่อรายได้หลักเพียงพอและมั่นคง เงินสินบนจะมีค่าความดึงดูดใจลดลงอย่างมาก
.
3️⃣ การบังคับใช้กฎหมาย
▪️ การใช้อำนาจของ "ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา" และความเป็นอิสระของศาล สถาบันตุลาการแยกขาดจากฝ่ายบริหารอย่างสิ้นเชิง และมีหน่วยงาน Ombudsman ที่มีอำนาจตรวจสอบหน่วยงานรัฐทุกระดับ โดยสามารถเรียกดูเอกสารลับของทางราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติจากรัฐมนตรี
▪️ กรณีศึกษา : คดี Atea (The Atea Scandal - 2015) คดีสินบนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเดนมาร์ก บริษัทไอทีชื่อ Atea ให้ของขวัญแก่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในเขต Zealand เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ และสินบนไม่ใช่เงินสดใส่ซอง แต่เป็น "มื้ออาหารหรู, iPad, และทริปดูงานต่างประเทศ"
โดยบทลงโทษ คือ ศาลตัดสินจำคุกผู้บริหารบริษัท และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงกว่า 40 คน โดยมองว่าแม้จะเป็นแค่ "การเลี้ยงดูปูเสื่อ" ก็ถือเป็นคอร์รัปชันที่ยอมรับไม่ได้ สะท้อนมาตรฐานที่สูงลิ่วของการแยกแยะผลประโยชน์
.
หัวใจสำคัญ คือ…โมเดล High Tax, High Return
ทำไมคนเดนมาร์กยอมจ่ายภาษีรายได้สูงถึง 55.9% โดยไม่คิดจะหนี? คำตอบคือ "ความเชื่อมั่นในผลตอบแทน"
▪️ เดนมาร์กใช้ระบบ "การแลกเปลี่ยนทางการคลัง" ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด รัฐบาลทำหน้าที่เสมือน "ผู้ให้บริการ" ที่มีความน่าเชื่อถือ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ที่สูงถึง 55.9% ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกส่งคืนกลับมาเป็น "บริการสาธารณะ" ที่มีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนที่เอกชนต้องจ่ายเอง หากต้องซื้อบริการเหล่านี้ในตลาดเสรี (เช่น ค่าเล่าเรียนแพทย์, ค่าดูแลผู้สูงอายุระยะยาว)
▪️ เมื่อประชาชนคำนวณความคุ้มค่าแล้วพบว่า "กำไร" จากสวัสดิการมีมากกว่า "ต้นทุน" ภาษีที่จ่ายไป แรงจูงใจในการหลีกเลี่ยงภาษีจึงลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
.
กรณีศึกษาของเดนมาร์ก คือ "โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ" ประเทศที่ปราศจากคอร์รัปชัน คือประเทศที่ Resource Allocation (การจัดสรรทรัพยากร) มีประสิทธิภาพสูงสุด เงินภาษีถูกใช้คุ้มค่า และดึงดูด Fund Flow จากทั่วโลกได้ดีที่สุด
FINSTREET
CR 🔽
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้. https://www.facebook.com/FinstreetOfficial/photos/-%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA-denmark-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AD/1213417400894957/?set=a.576866234550080&http_ref=eyJ0cyI6MTc2OTkxNjEzMjAwMCwiciI6IiJ9
🇩🇰 ถอดรหัส Denmark ประเทศที่มี ’คอร์รัปชัน‘ ต่ำสุดสุดในโลก
.
คำถามที่น่าสนใจคือ... เขาทำได้ยังไง? ในเมื่อมนุษย์ทุกคนมีความโลภ?
.
นี่คือ 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ "การคอร์รัปชัน" ในเดนมาร์ก เป็นการลงทุนที่ "ขาดทุนยับเยิน" ที่สุด
.
1️⃣ วัฒนธรรมการเมืองแบบ "ฉันทามติ"
▪️ ระบบรัฐสภาเดนมาร์กมักส่งผลให้เกิด "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" โดยธรรมชาติ ซึ่งต่างจากระบบผู้ชนะกินรวบ รัฐบาลไม่สามารถผ่านกฎหมายหรืองบประมาณได้โดยลำพัง ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่น (รวมถึงฝ่ายค้าน) เพื่อให้เกินกึ่งหนึ่ง กระบวนการนี้บังคับให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล ในทุกขั้นตอนการอนุมัติโครงการ
▪️ การทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) ทำได้ยากมาก เพราะต้องผ่านการเจรจาต่อรองข้ามพรรค การฮั้วประมูล หรือล็อกสเปกจึงถูกตรวจสอบจากพรรคร่วมและฝ่ายค้านอย่างละเอียดก่อนอนุมัติ
.
2️⃣ สวัสดิการและคุณภาพชีวิต (High Opportunity Cost of Corruption)
▪️ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการในระดับสูง เทียบเท่าภาคเอกชน การรับสินบนเพียงเล็กน้อยจึง "ไม่คุ้มเสี่ยง" เพราะหากถูกจับได้ ไม่ใช่แค่ติดคุก แต่จะสูญเสียสิทธิประโยชน์มหาศาลตลอดชีพ ทำให้ตามหลัก "อรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ลดลง" เมื่อรายได้หลักเพียงพอและมั่นคง เงินสินบนจะมีค่าความดึงดูดใจลดลงอย่างมาก
.
3️⃣ การบังคับใช้กฎหมาย
▪️ การใช้อำนาจของ "ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา" และความเป็นอิสระของศาล สถาบันตุลาการแยกขาดจากฝ่ายบริหารอย่างสิ้นเชิง และมีหน่วยงาน Ombudsman ที่มีอำนาจตรวจสอบหน่วยงานรัฐทุกระดับ โดยสามารถเรียกดูเอกสารลับของทางราชการได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติจากรัฐมนตรี
▪️ กรณีศึกษา : คดี Atea (The Atea Scandal - 2015) คดีสินบนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเดนมาร์ก บริษัทไอทีชื่อ Atea ให้ของขวัญแก่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในเขต Zealand เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ และสินบนไม่ใช่เงินสดใส่ซอง แต่เป็น "มื้ออาหารหรู, iPad, และทริปดูงานต่างประเทศ"
โดยบทลงโทษ คือ ศาลตัดสินจำคุกผู้บริหารบริษัท และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงกว่า 40 คน โดยมองว่าแม้จะเป็นแค่ "การเลี้ยงดูปูเสื่อ" ก็ถือเป็นคอร์รัปชันที่ยอมรับไม่ได้ สะท้อนมาตรฐานที่สูงลิ่วของการแยกแยะผลประโยชน์
.
หัวใจสำคัญ คือ…โมเดล High Tax, High Return
ทำไมคนเดนมาร์กยอมจ่ายภาษีรายได้สูงถึง 55.9% โดยไม่คิดจะหนี? คำตอบคือ "ความเชื่อมั่นในผลตอบแทน"
▪️ เดนมาร์กใช้ระบบ "การแลกเปลี่ยนทางการคลัง" ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด รัฐบาลทำหน้าที่เสมือน "ผู้ให้บริการ" ที่มีความน่าเชื่อถือ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ที่สูงถึง 55.9% ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกส่งคืนกลับมาเป็น "บริการสาธารณะ" ที่มีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนที่เอกชนต้องจ่ายเอง หากต้องซื้อบริการเหล่านี้ในตลาดเสรี (เช่น ค่าเล่าเรียนแพทย์, ค่าดูแลผู้สูงอายุระยะยาว)
▪️ เมื่อประชาชนคำนวณความคุ้มค่าแล้วพบว่า "กำไร" จากสวัสดิการมีมากกว่า "ต้นทุน" ภาษีที่จ่ายไป แรงจูงใจในการหลีกเลี่ยงภาษีจึงลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
.
กรณีศึกษาของเดนมาร์ก คือ "โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ" ประเทศที่ปราศจากคอร์รัปชัน คือประเทศที่ Resource Allocation (การจัดสรรทรัพยากร) มีประสิทธิภาพสูงสุด เงินภาษีถูกใช้คุ้มค่า และดึงดูด Fund Flow จากทั่วโลกได้ดีที่สุด
FINSTREET
CR 🔽
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้