สวัสดีค่ะหนูเป็นเด็กผู้หญิงคนนึง เป็นลูกคนเดียว มีความฟันอยากเป็นนางแบบ…ขอโทษค่ะ
ขอเริ่มแนะนำตัวใหม่นะคะ สวัสดีค่ะหนูชื่อพินตอนนี้อายุ 14 ปีนี้ก็เข้า 15 ค่ะกำลังจะสอบเข้ส ม.4 มีความฝัน… เอาแค่มีชีวิตรอดให้พ้นปีนี้ก่อนก็พอค่ะ
ตั้งแต่ตอนที่หนูอายุหกขวบหนูมีความฝันว่าหนูอยากดังอยากเป็นอินฟลู อยากเป็นนางแบบเป็นดารา หนูมีโอกาสได้ร่วมงานถ่ายแบบเดินแบบกับห้างใหญ่ๆ หรือว่าแบรนด์เสื้อผ้าดังๆ ตั้งแต่เด็กแต่เผอิญว่าพ่อแม่ไม่ชอบค่ะ ตรงนั้นก็ตัดจบไป
หนูได้เริ่มเรียนเต้นเรียนไปจนอายุประมาณแปดขวบคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เห็นด้วยค่ะเค้าบอกหนูจริงจังเกินไป ตรงนั้นก็ตัดจบไปอีกค่ะ
ช่วงตอนที่หนูอายุ 11 หนูขอร้องให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาส่งหนูเรียนเต้น พอเรียนไปได้ประมาณสามเดือนก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันเยอะแยะเลยค่ะ ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าปัญหาที่มีที่โรงเรียนทั้งหมดหรือว่าปัญหาที่บ้านมันหายไปในชั่วโมงที่หนูได้เต้นหนูรู้สึกมีความสุขมาก ว่าอย่างน้อยก็มีซัก 3-4 ชั่วโมงในหนึ่งวัน ที่หนูไม่เครียดเลยแล้วก็ไม่คิดอยากฆ่าตัวตายค่ะ
หนูโดนบูลลี่เรื่องสารพัด ตั้งแต่ป. 6 แล้ว เข้าสังคมไม่ได้ ไม่มีเพื่อน เพราะมันมีผู้หญิงคนนึงเป็นคนในห้องหนูนี่แหละค่ะเค้าไม่ชอบหนูมากด้วยเหตุผลบางอย่างจนทุกวันนี้หนูยังไม่รู้เลย เค้ารังควานหนูตั้งแต่ ป. 6 แล้วก็ดันไปเข้ามอหนึ่งโรงเรียนเดียวกันอีก นั่นแหละค่ะเค้าก็ทำให้หนูไม่มีเพื่อนจนได้เพราะว่าเค้าก็เหมือนเป็นสาวป๊อบในโรงเรียนเค้าสวยมากแล้วก็ดังมาก
หนูเริ่มเกิดอาการเก็บกดแล้วก็ซึมเศร้าค่ะพบจิตแพทย์เป็นประจำช่วงนั้น แต่ก็ยังดีค่ะอาการไม่หนัก ช่วงนั้นหนูมีความสุขมากจนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาใกล้จะหมดแล้ว
พอขึ้นมอสามคุณแม่ก็ บอกว่าให้เลิกเรียนเต้นได้แล้วไร้สาระต้องเอาเวลาไปที่เป็นงานจริงๆแล้ว ตอนนั้นโลกหนูแตกสลายเลยค่ะ
แตกสลาย เป็นเสี่ยงๆ ที่บ้านหนูมีธุรกิจส่วนตัวค่ะก็พอมีหน้ามีตาอยู่บ้างค่อนข้างใหญ่ พี่หนูเรียนเก่งมากค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องนะคะแต่ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันที่หนูเกิดเลย เค้าทำอะไรก็ดีก็ถูกไปหมด จนตอนที่หนูอยู่ใกล้เขาตั้งแต่เด็กหนูดูเป็นคนที่งี่เง่าไม่มีเหตุผลไปเลย พี่หนูเค้าคิดอะไรเป็นการเป็นงานมีความฝันชัดเจนตั้งแต่เด็กถูกใจผู้ใหญ่มาก ส่วนที่บ้านตอนนั้นอยากให้หนูเป็นทนาย มันเป็นสิ่งที่หนูเกลียดมากเลยแต่สักพักตรงนั้นมาได้
หนูต้องรีบหาความฝันอะไรซักอย่างของตัวเองมาเพื่อที่จะปิดช่องตรงนั้นจะได้ไม่ต้องโดนยัดเยียด
หนูไม่เคยบอกคุณแม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าอยากเป็นนางแบบหรือว่าทำงานในวงการบันเทิงค่ะเพราะว่าคุณแม่ไม่ชอบ แต่จริงๆเค้าก็รู้แหละค่ะ
คุณพ่อกับคุณแม่จะมีคำพูดติดปากตลอด ว่า “พิน หนูอยากเป็นอะไรหนูบอกได้เลยนะลูก พ่อแม่พร้อมที่จะซัพพอร์ตหนูทุกอย่าง”ค่ะก็นั่นแหละหนูเพิ่งจะมารู้ตัวว่ามันเหมือนเป็นคำพูดที่ทำให้หนูคิดว่าเลือกอะไรก็ได้ทั้งทั้งที่หนูไม่สามารถเลือกอะไรได้จริงๆเลย
แต่หนูก็เปิดใจนะ หนูชอบวาดรูปแล้วก็มีแต่คนบอกว่าเป็นพรสวรรค์ ช่วงนั้นหนูก็เรียนวาดรูปค่ะเรียนไปได้ปีกว่าคุณแม่ก็อยากให้หนูเอามาประกอบอาชีพจนสิ่งที่หนูชอบมันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วงานอดิเรกหนูสิ่งที่หนูทำแล้วทรมานอีกอย่างนึง หนูก็เลยเลิกไป เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็โดนให้เอามาเป็นอาชีพ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ชอบหลังจากนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ก็พูดตลอดนะคะว่า วาดรูปก็ดีอยู่แล้วจะเลิกทำไม คุณแม่บอกว่าเป็นความฝันคุณแม่เลยนะ
อ่ะ ขออีกทีของใครนะ?
นั่นแหละค่ะหนูเลยคิดว่า ช่างแม่งั้น
จะทำอะไรก็ทำเถอะเดี๋ยวก็ตายแล้ว ช่วงนั้นน่ะค่ะหนูคิดถึงการฆ่าตัวตายทุกวันหนูไม่เคยกลัวความตายเลยหนูรู้สึกว่าถ้าตายก็จบ ก็แค่จบ
ไม่ต้องทนทุกข์ ไม่ต้องเจอคำพูดหลอกลวง หนูว่ามันดูดีนะคะจริงๆ แต่ที่ไม่ฆ่าตัวตายเพราะว่าไม่อยากจะเป็นภาระใคร ไม่อยากผูกคอเพราะว่ากลัวใครมาเห็นแล้วไม่กล้าอยู่บ้านนี้อีก ลำบากคนอื่น โดดตึกก็มีคนโดนผลกระทบแน่นอน โดดน้ำก็ต้องลำบากพี่ๆกู้ภัยอีก ทำอะไรก็ยากไปหมด
ช่วงนั้นหนูไม่มีแรงที่จะออกไปเจอคนอื่นวันวันหนูนอนอยู่บนเตียงกินข้าววันละมื้อแล้วก็นอนเล่นโทรศัพท์นอนอยู่ทั้งวันนอนตั้งแต่ตื่นจนหลับอีกทีนึงหนูอยู่อย่างนั้นเป็นอาทิตย์ตอนนั้นความรู้สึกหนูแย่มาก
แต่มันกลับมาดีขึ้นค่ะตอนที่หนูย้ายโรงเรียน ม. 1 หนูโดนบุลลี่เยอะจัด ม. 2 ก็เลยย้ายค่ะ ย้ายมาเจอกลุ่มเพื่อนที่ดีเจออะไรที่ดี
แต่ก็นั่นแหละค่ะคบเพื่อนผิดกลุ่ม
หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงหนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงหนูกลัวการไม่มีเพื่อนมากๆจนหนูไม่เป็นตัวเอง หนูสามารถรู้ได้ว่าเพื่อนในอุดมคติเค้าต้องการอะไร
แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูเลียนแบบตรงนั้นออกมาได้ดีทีเดียว จนเค้าชอบหนูมากแล้วหนูก็เผลอปล่อยตัวสบายเป็นเป็นตัวของตัวเองเพราะคิดว่าเค้าชอบหนูแต่ไม่เลยหนูลืมไปว่าเค้าไม่ได้ชอบหนูเลยเค้าชอบสิ่งที่หนูทำเฉยๆ แต่ก็ได้ย้ายห้องนะคะเพราะย้ายห้องก็มาเจอกลุ่มเพื่อนปัจจุบันดีทีเดียว
ตอนนี้หนูไล่บอกทุกคนว่าความฝันหนูคือการเป็นผู้สอบบัญชี ไม่รู้ทำไมค่ะ ก็แค่รู้สึกว่าคุณลุงทำแล้วรวยก็เลยทำ
แต่ความฝันจริงๆหนูก็ไม่ได้หายไป
หนูไม่ได้แสร้งทำเป็นหนูไม่เป็นตัวเอง หนูแค่ปั้นยิ้มค่ะ เค้าทำอะไรเค้าทำอะไรหนูก็โกรธไม่ได้ หนูห้ามเสียใจนานเกินหนูห้ามงอนนานเกิน
เพราะคนอื่นไม่ชอบ หน้าหนูยิ้มหนูเข้ามาในห้องนี้แล้วหนูยิ้มหนูยิ้มให้ทุกคนหนูยิ้มให้ทุกอย่างใครด่าใครว่าหนูหนูก็ทำให้มันเป็นเรื่องขำๆ
อันนี้พูดตรงตรงเลยนะคะ เหนื่อย

ช่วงนี้หนูรู้สึกว่ากลับมาไม่มีแรงค่ะแต่ไม่ได้อยากฆ่าตัวตายนะแค่ไม่เห็นคุณค่าในตัวตัวเอง เลย
หนูกลับมาเป็นอีกแล้ว สามวันที่ผ่านมาโรงเรียนหนูหยุด หนูนอนทั้งวันค่ะหนูนอนทั้งวันเลยหนูนอนทั้งวันเลยจริงๆทั้งทั้งที่รู้ตัวว่าใกล้สอบเข้าแล้วมีความฝันว่าอยากเข้าที่ไหนซึ่งเป็นความฝันหนูจริงๆหนูอยากเข้ามันเองจริงๆแต่หนูไม่มีแรงที่จะคว้าอ่านหนังสือขึ้นมาเปิดเลยซ้ำ มันไม่ใช่ความขี้เกียจเลยค่ะหนูรู้สึกล้าหนูรู้สึกเหนื่อยมากถึงแม้หนังสือจะอยู่ข้างมือแต่หนูก็ไม่ได้เลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาเลย สามวันที่ผ่านมาหนูนอนเล่นโทรศัพท์อย่างเดียวนอนก็ปาไป 6 โมงครึ่ง ตื่นก็เที่ยงก็บ่ายลงไปทานข้าวเพราะว่าหนูต้องทานยา แล้วก็ขึ้นมานอนต่อ
ช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมาหนูไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลยหนูอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม ทั้งกินทั้งนอนในนี้
เมื่อเช้านี้คุณแม่หนูเรียกหนูไปคุย เค้าบอกว่าคิดถึงหนูมากไม่ได้เจอหน้าเลยนอนร้องไห้หลายคืนกับคุณพ่อบอกว่า คิดถึงลูก อยากกอด เจอกันเลยห้องข้างกัน มีประโยคนึงหนูพูดขึ้นมาว่า เดี๋ยวหนูจะจะรู้เองว่ารู้สึกยังไงแค่ตอนที่มีฝาโรงกั้น จังหวะนั้นหนูอยากสวนกลับไปว่า แล้วรู้ว่าโรงจะเป็นใครก่อน
แต่หนูก็ไม่ได้สวนกลับนะหนูก็แค่นั่งฟังเงียบเงียบแล้วก็กลับห้องมา
ถึงแม้คุณแม่จะพูดแบบนั้นแต่ตอนนี้ถึงเย็นแล้วหนูก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปหาท่านเลย แค่รู้สึกว่าการเดินออกจากห้องยังยากเลยค่ะ หนูไม่ได้ไม่รักแล้วก็ไม่คิดถึงนะคะตอนนี้หนูก็รู้สึกคิดถึงมากแล้วก็อยากจะเข้าไปกอด
มันแค่รู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆมันเหนื่อยเกินไป หนูไม่อยากเจอหน้าใครไม่อยากเจอหน้าใครเลย
ใช้ชีวิตอยู่ไปวันวันเหมือนคนไม่มีอนาคต ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตดีนอกจากนั่งๆนอนๆรอวันตาย
แต่ตอนนี้หนูก็กลับมาวาดรูปนะคะเงียบเงียบ จนตอนนี้ทั้งวันก็แค่นั่งอยู่บนโต๊ะในห้องแล้วก็ขึ้นเตียง ตื่นมาก็เล่นโทรศัพท์อีกสี่ 5 ชั่วโมง
เล่นเสร็จก็ลุกมาวาดรูป วาดรูปเสร็จก็เล่นโทรศัพท์แล้วก็นอน
แล้วก็ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่ก็ทะเลาะกันตลอดเวลาเลยคุณพ่อก็จะตีคุณแม่ก็เอาแต่นั่งเบื่อ ด้วยความว่าคุณแม่ก็เป็นไทรอยด์หนูก็เป็นที่ระบายของทั้งคู่
จะทำตัวเด็กที่บ้านไม่ได้จะทำตัวแย่ที่โรงเรียนไม่ได้ เป็นตัวเองไม่ได้จน ทุกวันนี้ หนูไม่รู้แล้วว่าตัวเองจริงๆเป็นยังไงเพราะพ่ออยู่คนเดียวก็จะเอาแต่นอน
หนูเหนื่อยจังเลย
หนูควรทำยังไงต่อกับชีวิตดีคะ (กระทู้นี้อาจจะยาวหน่อยนะคะ ถ้ามีพี่ๆ หรือผู้ใหญ่ใจดีคนไหนมีเวลาก็ช่วยหน่อยนะคะ)
ขอเริ่มแนะนำตัวใหม่นะคะ สวัสดีค่ะหนูชื่อพินตอนนี้อายุ 14 ปีนี้ก็เข้า 15 ค่ะกำลังจะสอบเข้ส ม.4 มีความฝัน… เอาแค่มีชีวิตรอดให้พ้นปีนี้ก่อนก็พอค่ะ
ตั้งแต่ตอนที่หนูอายุหกขวบหนูมีความฝันว่าหนูอยากดังอยากเป็นอินฟลู อยากเป็นนางแบบเป็นดารา หนูมีโอกาสได้ร่วมงานถ่ายแบบเดินแบบกับห้างใหญ่ๆ หรือว่าแบรนด์เสื้อผ้าดังๆ ตั้งแต่เด็กแต่เผอิญว่าพ่อแม่ไม่ชอบค่ะ ตรงนั้นก็ตัดจบไป
หนูได้เริ่มเรียนเต้นเรียนไปจนอายุประมาณแปดขวบคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เห็นด้วยค่ะเค้าบอกหนูจริงจังเกินไป ตรงนั้นก็ตัดจบไปอีกค่ะ
ช่วงตอนที่หนูอายุ 11 หนูขอร้องให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาส่งหนูเรียนเต้น พอเรียนไปได้ประมาณสามเดือนก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันเยอะแยะเลยค่ะ ตอนนั้นหนูรู้สึกว่าปัญหาที่มีที่โรงเรียนทั้งหมดหรือว่าปัญหาที่บ้านมันหายไปในชั่วโมงที่หนูได้เต้นหนูรู้สึกมีความสุขมาก ว่าอย่างน้อยก็มีซัก 3-4 ชั่วโมงในหนึ่งวัน ที่หนูไม่เครียดเลยแล้วก็ไม่คิดอยากฆ่าตัวตายค่ะ
หนูโดนบูลลี่เรื่องสารพัด ตั้งแต่ป. 6 แล้ว เข้าสังคมไม่ได้ ไม่มีเพื่อน เพราะมันมีผู้หญิงคนนึงเป็นคนในห้องหนูนี่แหละค่ะเค้าไม่ชอบหนูมากด้วยเหตุผลบางอย่างจนทุกวันนี้หนูยังไม่รู้เลย เค้ารังควานหนูตั้งแต่ ป. 6 แล้วก็ดันไปเข้ามอหนึ่งโรงเรียนเดียวกันอีก นั่นแหละค่ะเค้าก็ทำให้หนูไม่มีเพื่อนจนได้เพราะว่าเค้าก็เหมือนเป็นสาวป๊อบในโรงเรียนเค้าสวยมากแล้วก็ดังมาก
หนูเริ่มเกิดอาการเก็บกดแล้วก็ซึมเศร้าค่ะพบจิตแพทย์เป็นประจำช่วงนั้น แต่ก็ยังดีค่ะอาการไม่หนัก ช่วงนั้นหนูมีความสุขมากจนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาใกล้จะหมดแล้ว
พอขึ้นมอสามคุณแม่ก็ บอกว่าให้เลิกเรียนเต้นได้แล้วไร้สาระต้องเอาเวลาไปที่เป็นงานจริงๆแล้ว ตอนนั้นโลกหนูแตกสลายเลยค่ะ
แตกสลาย เป็นเสี่ยงๆ ที่บ้านหนูมีธุรกิจส่วนตัวค่ะก็พอมีหน้ามีตาอยู่บ้างค่อนข้างใหญ่ พี่หนูเรียนเก่งมากค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องนะคะแต่ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันที่หนูเกิดเลย เค้าทำอะไรก็ดีก็ถูกไปหมด จนตอนที่หนูอยู่ใกล้เขาตั้งแต่เด็กหนูดูเป็นคนที่งี่เง่าไม่มีเหตุผลไปเลย พี่หนูเค้าคิดอะไรเป็นการเป็นงานมีความฝันชัดเจนตั้งแต่เด็กถูกใจผู้ใหญ่มาก ส่วนที่บ้านตอนนั้นอยากให้หนูเป็นทนาย มันเป็นสิ่งที่หนูเกลียดมากเลยแต่สักพักตรงนั้นมาได้
หนูต้องรีบหาความฝันอะไรซักอย่างของตัวเองมาเพื่อที่จะปิดช่องตรงนั้นจะได้ไม่ต้องโดนยัดเยียด
หนูไม่เคยบอกคุณแม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าอยากเป็นนางแบบหรือว่าทำงานในวงการบันเทิงค่ะเพราะว่าคุณแม่ไม่ชอบ แต่จริงๆเค้าก็รู้แหละค่ะ
คุณพ่อกับคุณแม่จะมีคำพูดติดปากตลอด ว่า “พิน หนูอยากเป็นอะไรหนูบอกได้เลยนะลูก พ่อแม่พร้อมที่จะซัพพอร์ตหนูทุกอย่าง”ค่ะก็นั่นแหละหนูเพิ่งจะมารู้ตัวว่ามันเหมือนเป็นคำพูดที่ทำให้หนูคิดว่าเลือกอะไรก็ได้ทั้งทั้งที่หนูไม่สามารถเลือกอะไรได้จริงๆเลย
แต่หนูก็เปิดใจนะ หนูชอบวาดรูปแล้วก็มีแต่คนบอกว่าเป็นพรสวรรค์ ช่วงนั้นหนูก็เรียนวาดรูปค่ะเรียนไปได้ปีกว่าคุณแม่ก็อยากให้หนูเอามาประกอบอาชีพจนสิ่งที่หนูชอบมันได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วงานอดิเรกหนูสิ่งที่หนูทำแล้วทรมานอีกอย่างนึง หนูก็เลยเลิกไป เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็โดนให้เอามาเป็นอาชีพ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่ชอบหลังจากนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ก็พูดตลอดนะคะว่า วาดรูปก็ดีอยู่แล้วจะเลิกทำไม คุณแม่บอกว่าเป็นความฝันคุณแม่เลยนะ
อ่ะ ขออีกทีของใครนะ?
นั่นแหละค่ะหนูเลยคิดว่า ช่างแม่งั้น
จะทำอะไรก็ทำเถอะเดี๋ยวก็ตายแล้ว ช่วงนั้นน่ะค่ะหนูคิดถึงการฆ่าตัวตายทุกวันหนูไม่เคยกลัวความตายเลยหนูรู้สึกว่าถ้าตายก็จบ ก็แค่จบ
ไม่ต้องทนทุกข์ ไม่ต้องเจอคำพูดหลอกลวง หนูว่ามันดูดีนะคะจริงๆ แต่ที่ไม่ฆ่าตัวตายเพราะว่าไม่อยากจะเป็นภาระใคร ไม่อยากผูกคอเพราะว่ากลัวใครมาเห็นแล้วไม่กล้าอยู่บ้านนี้อีก ลำบากคนอื่น โดดตึกก็มีคนโดนผลกระทบแน่นอน โดดน้ำก็ต้องลำบากพี่ๆกู้ภัยอีก ทำอะไรก็ยากไปหมด
ช่วงนั้นหนูไม่มีแรงที่จะออกไปเจอคนอื่นวันวันหนูนอนอยู่บนเตียงกินข้าววันละมื้อแล้วก็นอนเล่นโทรศัพท์นอนอยู่ทั้งวันนอนตั้งแต่ตื่นจนหลับอีกทีนึงหนูอยู่อย่างนั้นเป็นอาทิตย์ตอนนั้นความรู้สึกหนูแย่มาก
แต่มันกลับมาดีขึ้นค่ะตอนที่หนูย้ายโรงเรียน ม. 1 หนูโดนบุลลี่เยอะจัด ม. 2 ก็เลยย้ายค่ะ ย้ายมาเจอกลุ่มเพื่อนที่ดีเจออะไรที่ดี
แต่ก็นั่นแหละค่ะคบเพื่อนผิดกลุ่ม
หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงหนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงหนูกลัวการไม่มีเพื่อนมากๆจนหนูไม่เป็นตัวเอง หนูสามารถรู้ได้ว่าเพื่อนในอุดมคติเค้าต้องการอะไร
แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูเลียนแบบตรงนั้นออกมาได้ดีทีเดียว จนเค้าชอบหนูมากแล้วหนูก็เผลอปล่อยตัวสบายเป็นเป็นตัวของตัวเองเพราะคิดว่าเค้าชอบหนูแต่ไม่เลยหนูลืมไปว่าเค้าไม่ได้ชอบหนูเลยเค้าชอบสิ่งที่หนูทำเฉยๆ แต่ก็ได้ย้ายห้องนะคะเพราะย้ายห้องก็มาเจอกลุ่มเพื่อนปัจจุบันดีทีเดียว
ตอนนี้หนูไล่บอกทุกคนว่าความฝันหนูคือการเป็นผู้สอบบัญชี ไม่รู้ทำไมค่ะ ก็แค่รู้สึกว่าคุณลุงทำแล้วรวยก็เลยทำ
แต่ความฝันจริงๆหนูก็ไม่ได้หายไป
หนูไม่ได้แสร้งทำเป็นหนูไม่เป็นตัวเอง หนูแค่ปั้นยิ้มค่ะ เค้าทำอะไรเค้าทำอะไรหนูก็โกรธไม่ได้ หนูห้ามเสียใจนานเกินหนูห้ามงอนนานเกิน
เพราะคนอื่นไม่ชอบ หน้าหนูยิ้มหนูเข้ามาในห้องนี้แล้วหนูยิ้มหนูยิ้มให้ทุกคนหนูยิ้มให้ทุกอย่างใครด่าใครว่าหนูหนูก็ทำให้มันเป็นเรื่องขำๆ
อันนี้พูดตรงตรงเลยนะคะ เหนื่อย
หนูกลับมาเป็นอีกแล้ว สามวันที่ผ่านมาโรงเรียนหนูหยุด หนูนอนทั้งวันค่ะหนูนอนทั้งวันเลยหนูนอนทั้งวันเลยจริงๆทั้งทั้งที่รู้ตัวว่าใกล้สอบเข้าแล้วมีความฝันว่าอยากเข้าที่ไหนซึ่งเป็นความฝันหนูจริงๆหนูอยากเข้ามันเองจริงๆแต่หนูไม่มีแรงที่จะคว้าอ่านหนังสือขึ้นมาเปิดเลยซ้ำ มันไม่ใช่ความขี้เกียจเลยค่ะหนูรู้สึกล้าหนูรู้สึกเหนื่อยมากถึงแม้หนังสือจะอยู่ข้างมือแต่หนูก็ไม่ได้เลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาเลย สามวันที่ผ่านมาหนูนอนเล่นโทรศัพท์อย่างเดียวนอนก็ปาไป 6 โมงครึ่ง ตื่นก็เที่ยงก็บ่ายลงไปทานข้าวเพราะว่าหนูต้องทานยา แล้วก็ขึ้นมานอนต่อ
ช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมาหนูไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลยหนูอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยม ทั้งกินทั้งนอนในนี้
เมื่อเช้านี้คุณแม่หนูเรียกหนูไปคุย เค้าบอกว่าคิดถึงหนูมากไม่ได้เจอหน้าเลยนอนร้องไห้หลายคืนกับคุณพ่อบอกว่า คิดถึงลูก อยากกอด เจอกันเลยห้องข้างกัน มีประโยคนึงหนูพูดขึ้นมาว่า เดี๋ยวหนูจะจะรู้เองว่ารู้สึกยังไงแค่ตอนที่มีฝาโรงกั้น จังหวะนั้นหนูอยากสวนกลับไปว่า แล้วรู้ว่าโรงจะเป็นใครก่อน
แต่หนูก็ไม่ได้สวนกลับนะหนูก็แค่นั่งฟังเงียบเงียบแล้วก็กลับห้องมา
ถึงแม้คุณแม่จะพูดแบบนั้นแต่ตอนนี้ถึงเย็นแล้วหนูก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปหาท่านเลย แค่รู้สึกว่าการเดินออกจากห้องยังยากเลยค่ะ หนูไม่ได้ไม่รักแล้วก็ไม่คิดถึงนะคะตอนนี้หนูก็รู้สึกคิดถึงมากแล้วก็อยากจะเข้าไปกอด
มันแค่รู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆมันเหนื่อยเกินไป หนูไม่อยากเจอหน้าใครไม่อยากเจอหน้าใครเลย
ใช้ชีวิตอยู่ไปวันวันเหมือนคนไม่มีอนาคต ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิตดีนอกจากนั่งๆนอนๆรอวันตาย
แต่ตอนนี้หนูก็กลับมาวาดรูปนะคะเงียบเงียบ จนตอนนี้ทั้งวันก็แค่นั่งอยู่บนโต๊ะในห้องแล้วก็ขึ้นเตียง ตื่นมาก็เล่นโทรศัพท์อีกสี่ 5 ชั่วโมง
เล่นเสร็จก็ลุกมาวาดรูป วาดรูปเสร็จก็เล่นโทรศัพท์แล้วก็นอน
แล้วก็ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่ก็ทะเลาะกันตลอดเวลาเลยคุณพ่อก็จะตีคุณแม่ก็เอาแต่นั่งเบื่อ ด้วยความว่าคุณแม่ก็เป็นไทรอยด์หนูก็เป็นที่ระบายของทั้งคู่
จะทำตัวเด็กที่บ้านไม่ได้จะทำตัวแย่ที่โรงเรียนไม่ได้ เป็นตัวเองไม่ได้จน ทุกวันนี้ หนูไม่รู้แล้วว่าตัวเองจริงๆเป็นยังไงเพราะพ่ออยู่คนเดียวก็จะเอาแต่นอน
หนูเหนื่อยจังเลย