ปี 2569 นี้ค่าครองชีพมันโหดร้ายกว่าเดิมเยอะครับ แค่ค่ากาแฟก็แทบจะเท่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว หลายคนเลยท้อว่า "เงินเดือนแค่นี้จะเอาที่ไหนไปเก็บให้ถึงล้าน?" วันนี้ผมเลยขอมาแชร์สูตรลับการออมเงินที่ผมลองทำแล้วเห็นผลจริง (แบบไม่ต้องกินมาม่าทุกมื้อ) มาฝากครับ ใครที่กำลังหาวิมธี ออมเงิน หรือ วิธีเก็บเงิน ให้ได้ผล
1. ใช้สูตร 50-30-20 แต่ต้องอัปเกรดให้เข้ากับปี 2026 ครับ
สูตรเดิมๆ มันอาจจะใช้ยากไปแล้วในยุคที่ของแพงแบบนี้
• 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น: ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคอนโด (ถ้าเกิน 50% ต้องเริ่มหาทางลดหรือหารายได้เสริมแล้วครับ)
• 30% ค่าความสุข: ใครบอกว่าออมเงินแล้วห้ามเที่ยว? ผมแบ่งไว้เลย 30% จะกินปิ้งย่างหรือไปคาเฟ่ก็เอาจากก้อนนี้ครับ
• 20% เงินออมและลงทุน: ก้อนนี้ห้ามแตะ! ให้โอนเข้าบัญชีแยกทันทีที่เงินเดือนออก (Pay Yourself First) ครับ
2. บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง (Digital Savings) คือทางรอดครับ
อย่าเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ดอกเบี้ยเหมือนเศษเงินครับ
• ปี 2569: มีแอปธนาคารดิจิทัลหลายเจ้าที่ให้ดอกเบี้ย 1.5% - 2.5% ตั้งแต่บาทแรก
• ความเห็นส่วนตัว: ผมเลือกใช้แอปอย่าง Kept, Dime! หรือ LHB You เพราะมันแยกกระปุกเงินออมได้ชัดเจน เห็นดอกเบี้ยวิ่งรายวันแล้วมันมีกำลังใจเก็บต่อจริงๆ ครับ
3. ลงทุนในกองทุนรวมแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) ครับ
ถ้าอยากให้เงินล้านมาไวขึ้น ต้องใช้ "พลังของดอกเบี้ยทบต้น" ครับ
• รายละเอียดเฉพาะตัว: ผมตัดเงินอัตโนมัติไปลงใน กองทุนดัชนี (S&P 500 หรือ Nasdaq) ทุกเดือน เดือนละ 2,000-3,000 บาท
• ทริค: ช่วงที่ตลาดหุ้นตกคือช่วง "ของเซลล์" ครับ อย่าไปตกใจ ยิ่งซื้อตอนราคาถูก ยิ่งทำให้เราถึงเป้าหมาย 1 ล้านบาทไวขึ้นครับ
4. ลดหย่อนภาษีให้เป็นกำไร 2 เด้งครับ
คนทำงานประจำต้องใช้สิทธิ์ Thai ESG หรือ RMF ให้คุ้มครับ
• ความเห็นส่วนตัว: มันเหมือนเราได้เงินคืนจากสรรพากรเอามาเป็นเงินออมเพิ่มครับ ปี 2569 นี้ใครไม่วางแผนภาษีคือพลาดเงินหมื่นเงินแสนไปฟรีๆ เลยนะครับ
สรุปสิ่งที่ต้องทำถ้าอยากมี 1 ล้านบาทเร็วๆ ครับ:
• ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น: เช่น ค่าสมาชิกแอปที่ไม่ได้ดู หรือค่าส่งอาหารที่รวมๆ แล้วแพงกว่าค่าข้าวครับ
• หาช่องทางรายได้เสริม: ยุคนี้มีแค่รายได้ทางเดียวคือความเสี่ยงครับ
• มีวินัย: ออมก่อนใช้ คือกฎเหล็กที่เปลี่ยนชีวิตผมมาแล้วครับ
วิธี "ออมเงิน" ให้ได้ 1 ล้านบาทแรกฉบับคนเงินเดือนน้อย... วางแผนยังไงให้รวยเร็วแบบไม่เหนื่อยฟรี!
1. ใช้สูตร 50-30-20 แต่ต้องอัปเกรดให้เข้ากับปี 2026 ครับ
สูตรเดิมๆ มันอาจจะใช้ยากไปแล้วในยุคที่ของแพงแบบนี้
• 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น: ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคอนโด (ถ้าเกิน 50% ต้องเริ่มหาทางลดหรือหารายได้เสริมแล้วครับ)
• 30% ค่าความสุข: ใครบอกว่าออมเงินแล้วห้ามเที่ยว? ผมแบ่งไว้เลย 30% จะกินปิ้งย่างหรือไปคาเฟ่ก็เอาจากก้อนนี้ครับ
• 20% เงินออมและลงทุน: ก้อนนี้ห้ามแตะ! ให้โอนเข้าบัญชีแยกทันทีที่เงินเดือนออก (Pay Yourself First) ครับ
2. บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง (Digital Savings) คือทางรอดครับ
อย่าเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาที่ดอกเบี้ยเหมือนเศษเงินครับ
• ปี 2569: มีแอปธนาคารดิจิทัลหลายเจ้าที่ให้ดอกเบี้ย 1.5% - 2.5% ตั้งแต่บาทแรก
• ความเห็นส่วนตัว: ผมเลือกใช้แอปอย่าง Kept, Dime! หรือ LHB You เพราะมันแยกกระปุกเงินออมได้ชัดเจน เห็นดอกเบี้ยวิ่งรายวันแล้วมันมีกำลังใจเก็บต่อจริงๆ ครับ
3. ลงทุนในกองทุนรวมแบบ DCA (Dollar Cost Averaging) ครับ
ถ้าอยากให้เงินล้านมาไวขึ้น ต้องใช้ "พลังของดอกเบี้ยทบต้น" ครับ
• รายละเอียดเฉพาะตัว: ผมตัดเงินอัตโนมัติไปลงใน กองทุนดัชนี (S&P 500 หรือ Nasdaq) ทุกเดือน เดือนละ 2,000-3,000 บาท
• ทริค: ช่วงที่ตลาดหุ้นตกคือช่วง "ของเซลล์" ครับ อย่าไปตกใจ ยิ่งซื้อตอนราคาถูก ยิ่งทำให้เราถึงเป้าหมาย 1 ล้านบาทไวขึ้นครับ
4. ลดหย่อนภาษีให้เป็นกำไร 2 เด้งครับ
คนทำงานประจำต้องใช้สิทธิ์ Thai ESG หรือ RMF ให้คุ้มครับ
• ความเห็นส่วนตัว: มันเหมือนเราได้เงินคืนจากสรรพากรเอามาเป็นเงินออมเพิ่มครับ ปี 2569 นี้ใครไม่วางแผนภาษีคือพลาดเงินหมื่นเงินแสนไปฟรีๆ เลยนะครับ
สรุปสิ่งที่ต้องทำถ้าอยากมี 1 ล้านบาทเร็วๆ ครับ:
• ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น: เช่น ค่าสมาชิกแอปที่ไม่ได้ดู หรือค่าส่งอาหารที่รวมๆ แล้วแพงกว่าค่าข้าวครับ
• หาช่องทางรายได้เสริม: ยุคนี้มีแค่รายได้ทางเดียวคือความเสี่ยงครับ
• มีวินัย: ออมก่อนใช้ คือกฎเหล็กที่เปลี่ยนชีวิตผมมาแล้วครับ