JJNY : เซฟวันโคราช คนทะลัก เท้งจัดเต็ม│ธนาธรลุยสระแก้ว│พิธา-ปิยบุตร ลุยสกลนคร│ลิซ่าซัดคนจนตรอก│ไทยตอนบนยังอากาศเย็น

กระทู้ข่าว
เซฟวันโคราช คนทะลัก เท้ง จัดเต็มบุกถิ่นย่าโม ปราศรัยอ้อนขอคะแนนสร้างความเปลี่ยนแปลง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5575131
.

.
เซฟวันโคราช คนทะลัก เท้ง จัดเต็มบุกถิ่นย่าโม ปราศรัยอ้อนขอคะแนนสร้างความเปลี่ยนแปลง เลือก ส.ส 16 เขต ยกจังหวัด 
.
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 31 มกราคม พรรคประชาชน (ปชน.) โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าและแกนนำ ประกอบด้วยนางอมรรัตน์ โชคประมิตรสกุล นายคำพอง เทพาคำ นายปิยรัฐ จงเทพ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ จัดขบวนคาราวานรถแห่รณรงค์หาเสียงภายใต้ธีม “เลือกอนาคต เลือกรัฐบาลประชาชน
.
ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้แบ่งออกเป็น 2 สาย ออกตระเวนในเส้นทางหลัก สาย 1 ตลาดศาลเจ้าและอนุสาวรีย์เจ้าพ่อด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด หน้าที่ว่าการอำเภอสีคิ้ว ตลาดเมืองและสวนสาธารณะเขาแคน อ.ปากช่อง แยกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มะเกลือเก่า ตลาดสดเทศบาล ที่ว่าการอำเภอสูงเนิน ถนนศรีพลรัตน์ อ.ปักธงชัย เทศบาลตำบล (ทต.)โชคชัย อ.โชคชัย ทางแยกหัวทะเล อ.เมือง สาย 2 ตลาดสดเทศบาลตำบล (ทต.) เมืองคง ที่ว่าการอำเภอบัวใหญ่ โรงเรียนสระประดู่ อ.ประทาย วัดเก่าประตูชัย บ.ข.ส อำเภอพิมาย โรงเรียน ทต.จักราช อ.จักราช ตลอดเส้นทางที่ขบวนคาราวานจอดปราศรัย มีแฟนคลับด้อมส้มมายืนรอตามจุดนัดพบ
.
โดยโบกเสียงส่งเทียงทักทายแสดงสัญญาณตอบรับกันอย่างคึกคัก จากนั้นทั้งสอง 2 สาย มาร่วมปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวันโคราช ซึ่งเป็นตลาดกลางคืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โยมีช่วยผู้สมัคร ส.ส ทั้ง 16 เขต หาเสียง ท่ามกลางด้อมส้มกว่า 4 พันคน
.
“เท้ง” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราสร้างการเปลี่ยนแปลงมาด้วยกันตลอด แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ดี วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ความรู้สึกเดียวกันกา 46 ด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนจาก 14 ล้าน มารเป็น 16 ล้านเสียง บอกตามตรงมันยังไม่มากพอ สิ่งที่เราต้องการมากกว่านี้ 3 เขต โคราช เป็น 16 เขต สิ่งที่ทำแบบนี้ได้ต้องร่วมกัน เราโดนสาดโคลนมาตลอด หลายฝ่ายรุมส้ม เราต้องอดทน สิ่งที่เราต้องการให้พ่อแม่พี่น้องชักชวนคนไม่ว่าจะเคยสวมเสื้อสีอะไร ให้เขามาช่วยเรามากขึ้นชักชวนให้พวกเขามาเห็นด้วย เราต้องสื่อสารนำเสนอการเมืองแห่งความหวัง การเมืองของการเปลี่ยนแปลง เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลประชาชนจะเข้ามาช่วยกันสร้างประเทศไทย สิ่งที่ตนอยากให้หัวคะแนนธรรมชาติช่วยทำงาน สื่อสารความหวังดี ความปรารถนาดี.
.

.
ธนาธร พร้อมคาราวานประชาชนลุยสระแก้ว ปลุก อย่าหมดหวังกับการเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5575153
.
‘ธนาธร’ พร้อมคาราวานประชาชนลุยสระแก้ว ปลุก อย่าหมดหวังกับการเลือกตั้ง ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน ส่งณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี
.
วันที่ 31 มกราคม ที่บริเวณ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว จังหวัดสระแก้ว คาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วยเซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, เอกอนันต์ หูแก้ว เขต 1 (เบอร์ 6), ยุทธชัย รำไพวรรณ์ เขต 2 (เบอร์ 5), ศตพัฒน์ พิมพ์คำ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน เขต 3 (เบอร์ 2) และเบญจา แสงจันทร์ คณะก้าวหน้า
.
นายธนาธร กล่าวว่า การทำงานของพรรคประชาชนไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อเสียง ไม่ใช่การเลี้ยงดูเครือข่ายหัวคะแนน ไม่ได้เลี้ยงดูเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เป็นการคัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชนได้
.
จากนั้น จึงยกตัวอย่างถึงคนที่จะมาดูแลปัญหาชายแดน จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อมารับมือสงครามการค้าในดุลอำนาจใหม่ของโลก เช่น พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก สหรัฐอเมริกา
.
คนที่มาจะเข้ามาช่วยปฏิรูประบบราชการที่ใหญ่โต เทอะทะ ไม่ตอบสนองความต้องการประชาชน ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการประชาชนมากขึ้น คือเพียงพนอ บุญกล่ำ หนึ่งในนักกฎหมายที่เก่งที่สุดในไทย
.
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า พวกเราไม่มีใคร ไม่มีเงินถุงเงินถังจะทำป้ายติดทุกสี่แยก ไม่ได้มีเครือข่ายหัวคะแนน ไม่มีเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เรามีแต่พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่จะสนับสนุนกัน เดินไปด้วยกัน ส่งพวกเขาเข้าสภา ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล
.
เลือกตั้งรอบนี้ ไม่ได้มีสมาชิกวุฒิสภามาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีด้วยแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชนกำหนดอนาคตประเทศได้เอง ผ่านมา 15 ปีแล้วที่ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 การเลือกตั้งครั้งนั้นพรรคเพื่อไทยชนะ คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นมีการเลือกตั้งปี 57 แต่ก็ถูกโมฆะไป จนกระทั่งมีการทำรัฐประหาร ก็ไม่มีเลือกตั้งอีกเลย เลือกตั้งครั้งต่อมาคือปี 62 ในปี 62 พรรคเพื่อไทยชนะอันดับหนึ่ง แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะมี ส.ว. ร่วมโหวตนายกฯ แม้เข้าสู่​ปี 66 พรรคก้าวไกลในสมัยนั้น ชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะ ส.ว. ไม่โหวตให้พิธาเป็นนายกฯ
.
​การดำรงอยู่ของอำนาจ ส.ว. ในการร่วมโหวตนายกฯ ทำให้ผลการเลือกตั้ง กับผลการจัดตั้งรัฐบาล ไม่เหมือนกัน ไม่สอดคล้องกัน ครั้งสุดท้ายที่ผลการเลือกตั้ง กับผลการตั้งรัฐบาลสอดคล้องกัน คือปี พ.ศ. 2554 หรือ 15 ปีที่แล้ว นี่คือเรื่องสำคัญ ว่าเสียงของประชาชนจะกำหนดอนาคตของประเทศได้อีกครั้ง
.
​เขาบอกว่า ต่อให้เราชนะเป็นอันดับหนึ่ง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้หรอก ประโยคนี้เขาต้องการทำลายเรา แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น เขาต้องการทำให้ทุกท่าน หมดจิต หมดใจจะใฝ่ฝัน เขาต้องการทุบความฝัน ความหวังของท่านให้แตกสลาย เขาต้องการให้ท่านเชื่อว่า สังคมใหม่เป็นไปไม่ได้ สังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรมเป็นไปไม่ได้หรอก สังคมที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ สังคมที่ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นไปไม่ได้ เขาต้องการให้ทุกท่านหมดหวังกับการเมือง เพื่อที่ถ้าท่านหมดหวังกับการเมืองแล้ว ท่านจะไปเลือกพรรคเดิม ๆ ท่านจะไม่มีความหวัง ท่านจะไม่สนใจการเมือง
.
​เมื่อทุกคนไม่มีความหวัง ระเบียบก็จะไม่ถูกท้าทาย พวกเขาก็จะสามารถ เสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของประชาชนได้ต่อไป ถ้าพรรคประชาชนชนะเป็นอันดับหนึ่งแล้วจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันเป็นไปได้แค่วิธีเดียว ก็คือพรรคอันดับสอง อันดับสามร่วมมือกันตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง นี่เป็นวิธีเดียว ที่จะทำให้ถึงแม้ว่าเราชนะแล้ว เป็นรัฐบาลไม่ได้
.
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ที่พูดกันว่าต่อให้พรรคประชาชนชนะอันดับหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าพรรคอันดับสอง พรรคอันดับสามจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่งไม่ได้ แต่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ถ้าทุกคนเคารพในคุณค่าของประชาธิปไตย ถึงแม้ว่าพรรคอันดับสอง อันดับสาม จับมือกันจะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม แต่มันผิดหลักการประชาธิปไตย
.
มีวิธีเดียวเท่านั้น ขอให้พ่อแม่พี่น้องสระแก้ว กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ จะเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยั้งไม่ให้มีใครตั้งรัฐบาลแข่ง ขอสระแก้วกาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ส่งผู้สมัคร ส.ส. เขตทั้ง 3 คนไปเป็นปากเสียง ให้กับทุกท่านในสภาผู้แทนราษฎร ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และส่งหัวหน้าพรรค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี
.

.
พิธา-ปิยบุตร ลุยสกลนคร ชี้ ตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็น 2 ขั้ว ขั้วเดิมกับขั้วใหม่ เท่านั้น https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5575116
.
พิธา-ปิยบุตร ลุยสกลนคร ชี้ ตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็น 2 ขั้ว ขั้วเดิมกับขั้วใหม่ เท่านั้น
.
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ตลาดนัดหน้าค่าย บขส.สกลนคร พรรคประชาชน จัดเวทีปราศรัย นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เป็นคาราวานประชาชนมี 8 เส้นทางทั่วประเทศไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าวิธีการรณรงค์หาเสียงแบบนี้ที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ไม่มีพรรคไหนลอกเลียนแบบได้ เพราะเรามีแกนนำ ผู้ปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัคร ส.ส. จำนวนมากที่เป็นดาวฤกษ์ สามารถไปได้ทั่วประเทศพร้อมกัน นี่แหละคือผู้คนและการเดินทางของพรรคประชาชน
.
ตนมาที่สกลนครหลายครั้งตั้งแต่เริ่มต้นตั้งพรรคอนาคตใหม่ สร้างพรรคเมื่อปี 2561 ต่อมาเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องให้ความไว้วางใจเราทั่วทั้งจังหวัดสกลนครประมาณ 84,000 คะแนน เราก็เดินหน้ารณรงค์อยากให้พี่น้องชาวสกลนครเปลี่ยนใจมาเลือกพวกเรามากขึ้น แล้วผลก็เป็นเช่นนั้น แม้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แม้แกนนำหลายคนจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่เมื่อเป็นพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนก็เพิ่มเกือบ 3 เท่าเป็น 200,000 คะแนน แต่น่าเสียดายที่เรายังแพ้ในระดับ ส.ส.เขต บางเขตขาดไปแค่นิดเดียว พรรคเราจึงยังไม่มีผู้แทนที่สกลนคร ดังนั้นการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขอได้หรือไม่ ขอให้ทะลุ 300,000 กว่าคะแนนทั่วทั้งจังหวัดสกลนครไปเลย และขอผู้แทนพรรคประชาชนทั้ง 7 คน 7 เขต
.
การเลือกตั้งที่จะถึงในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นวันกำหนดอนาคตประเทศไทย กำหนดอนาคตของพ่อแม่พี่น้อง และกำหนดอนาคตของลูกหลานของเรา โค้งสุดท้ายแบบนี้ไม่ต้องอธิบายความกันมาก ตัดสินกันอยู่เท่านี้ว่าเราต้องการรัฐบาลแบบไหน อยากให้ใครเป็นแกนนำรัฐบาล ซึ่งสำหรับสกลนคร เราต้องการเปลี่ยนผู้แทนราษฎร ขอโอกาสผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนทั้ง 7 คนได้รับใช้พี่น้อง และทั้ง 7 คนนี้จะไปทำภารกิจสำคัญคือการตั้งรัฐบาลประชาชน ครั้งนี้มีเพียง ส.ส. 500 คนจากการเลือกตั้งเท่านั้นที่จะไปเลือกนายกฯ เราจึงจำเป็นต้องมี ส.ส.ให้มากที่สุด มีคะแนนเสียงรวมกันทั่วประเทศให้มากที่สุด
.
ที่ตนบอกว่าพูดกันให้ชัดๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย มันคืออะไร ตอนนี้นักวิเคราะห์ เกจิอาจารย์ อาวุโสทางการเมืองทั้งหลายมักจะบอกว่าการเมืองในยุคนี้เป็นการเมืองสามก๊ก เพราะมีพรรคใหญ่ 3 พรรคที่กำลังแย่งชิงคะแนนกัน ต้องชิงไหวชิงพริบกันไปกันมา และพอตั้งรัฐบาลก็ต้องมี 2 ใน 3 พรรคนี้ไปร่วมกัน ตนอยากชวนให้คิดอีกแบบว่าการเมืองสามก๊กเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะเป็นเพียงการดูว่ามีพรรคการเมืองใหญ่กี่พรรค ซึ่งทุกวันนี้ก็วิเคราะห์กันว่ามีส้ม น้ำเงิน และแดง แต่นี่เป็นการวิเคราะห์แบบหยาบเกินไป
.
ตนขอชวนให้คิดลึกกว่านั้น ว่าไม่ใช่สามก๊ก แต่เป็นการเมืองสองขั้วที่กำลังชิงชัยในการเป็นรัฐบาล ระหว่าง “ขั้วอดีต” ขั้วเดิมที่เคยสลับสับเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลหมดแล้ว แม้อาจจะเปลี่ยนชื่อพรรคไปบ้างแต่ก็เคยอยู่ร่วมกันมาก่อน วันหนึ่งแตกออกมา วันหน้าก็อาจจะกลับไปรวมกันใหม่ นี่คือขั้วอดีตที่ทำงานการเมืองแบบเดิมๆ ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ คิดอ่านตั้งรัฐมนตรีโดยดูว่าใครเป็นหัวหน้ามุ้ง ใครพา ส.ส.เข้ามาได้เยอะ ตอนนี้ตนได้ข่าวแว่วๆ ว่า ส.ส.สกลนครบางคน หวังอยู่ว่างวดนี้ถ้าพาเข้าไปได้เยอะจะได้เป็นรัฐมนตรี
.
“เขาคิดอ่านกันแบบนี้ ขั้วแบบเดิมๆ แม้ว่าวันนี้เขาจะอยู่กันคนละพรรคคนละมุ้ง แต่เขาโตมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน เผ่าพันธุ์เดียวกัน ตนให้ชื่อว่าเป็น ‘เผ่าพันธุ์นักการเมืองแบบเดิม’
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่