"พระพุทธเจ้าตายท่านทิ้งธาตุขันธ์
ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเพียง เท่านั้น
พระอรหันต์ทุกๆ องค์ ท่านตายก็ละทิ้งขันธ์
ซึ่งเป็นเครื่องก่อกวน ได้รับผิดชอบตลอดมาจนกระทั่งถึงวันวาระสุดท้าย แล้วสลัดทิ้งไป ไม่ห่วงใยเสียดายเหมือนสัตว์โลกที่กำลังจะตาย ก็ไม่อยากตาย ใครเกิดมาไม่อยากตายแต่แล้ว...ก็ไปไม่รอดด้วยกันนั้นแล
เพราะฉะนั้น เมื่อเราทราบถึงเรื่องความเป็นความตาย ที่มีประจำอยู่กับทุกคนแล้ว ขอให้พากันระลึกถึงความตาย อยู่...โดยสม่ำเสมอ เพราะเป็นเบรกห้ามล้อในความทะเยอทะยานทั้งหลายที่ดีดที่ดิ้น วิ่งข้ามโดดข้ามป่าช้าของตัวเองตลอดเวลามา จะได้มองเห็นป่าช้าซึ่งอยู่กับตัวเสียบ้างด้วยบทธรรม
คือความตาย มรณัสสติ นี้คือ...ความตาย
คนเราถ้าระลึกถึงความตายแล้ว...
อะไรๆ จะมีความรู้สึกตัวขึ้นมาเป็นลำดับ แล้วนับวันที่จะสร้างคุณงามความดีประจำตน ให้หนาแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ นี่คือ การระลึกถึงความตายมีคุณค่าต่อเราอย่างนี้
องค์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
เทศน์อบรมพระและฆราวาส ณ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
เรียนวิถีจิตด้วยจิตตภาวนา
พระพุทธเจ้า ตาย ทิ้งเพียง ธาตุขันธ์เท่านั้น
ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเพียง เท่านั้น
พระอรหันต์ทุกๆ องค์ ท่านตายก็ละทิ้งขันธ์
ซึ่งเป็นเครื่องก่อกวน ได้รับผิดชอบตลอดมาจนกระทั่งถึงวันวาระสุดท้าย แล้วสลัดทิ้งไป ไม่ห่วงใยเสียดายเหมือนสัตว์โลกที่กำลังจะตาย ก็ไม่อยากตาย ใครเกิดมาไม่อยากตายแต่แล้ว...ก็ไปไม่รอดด้วยกันนั้นแล
เพราะฉะนั้น เมื่อเราทราบถึงเรื่องความเป็นความตาย ที่มีประจำอยู่กับทุกคนแล้ว ขอให้พากันระลึกถึงความตาย อยู่...โดยสม่ำเสมอ เพราะเป็นเบรกห้ามล้อในความทะเยอทะยานทั้งหลายที่ดีดที่ดิ้น วิ่งข้ามโดดข้ามป่าช้าของตัวเองตลอดเวลามา จะได้มองเห็นป่าช้าซึ่งอยู่กับตัวเสียบ้างด้วยบทธรรม
คือความตาย มรณัสสติ นี้คือ...ความตาย
คนเราถ้าระลึกถึงความตายแล้ว...
อะไรๆ จะมีความรู้สึกตัวขึ้นมาเป็นลำดับ แล้วนับวันที่จะสร้างคุณงามความดีประจำตน ให้หนาแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ นี่คือ การระลึกถึงความตายมีคุณค่าต่อเราอย่างนี้
องค์หลวงปู่ใหญ่พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
เทศน์อบรมพระและฆราวาส ณ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
เรียนวิถีจิตด้วยจิตตภาวนา