
: Monkey Man (2024) เดือดสุดขีด! แอ็คชั่นจัดเต็ม สไตล์พระเอกหัวร้อน ที่สาวกสายบู๊ห้ามพลาด!
สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังแอ็คชั่นสุดเดือดเรื่องใหม่มาแนะนำครับ ชื่อเรื่องว่า "Monkey Man" (2024) ที่เพิ่งเข้าฉายไปหมาดๆ บอกเลยว่าใครที่ชอบหนังแนวแก้แค้น ดุเดือด เลือดสาด สไตล์พระเอกหัวร้อน ที่มีคิวบู๊แบบโคตรมันส์ พลาดเรื่องนี้ไปเสียดายแย่เลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเป็นแฟนหนังแอ็คชั่นตัวยงเลยครับ พอเห็นตัวอย่าง "Monkey Man" เข้าเท่านั้นแหละครับ รู้เลยว่าต้องไปดูให้ได้ ฟีลลิ่งมันได้มากครับ หนังเรื่องนี้กำกับโดย Dev Patel ซึ่งนอกจากจะรับบทนำแล้ว ยังเป็นคนเขียนบทและโปรดิวเซอร์เองด้วยครับ นี่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความตั้งใจของเขาจริงๆ ว่าอยากจะสร้างหนังแอ็คชั่นที่แตกต่างและมีสไตล์ของตัวเอง
เรื่องราวของ "Monkey Man" จะพาเราไปรู้จักกับ "คีป" (รับบทโดย Dev Patel) ชายหนุ่มปริศนาที่ทำงานในบ่อนใต้ดินแห่งหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและคอร์รัปชัน หน้าที่ของเขาคือการต่อสู้กับนักมวยที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองทุกคืน เพื่อหาเงินไปวันๆ แต่เบื้องหลังใบหน้าอันเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้น คีปกำลังซุ่มวางแผนแก้แค้นใครบางคนมาตลอดชีวิต การแก้แค้นครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลมืดที่คอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบผู้คนในสังคมอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ "Monkey Man" โดดเด่นและน่าจดจำมากที่สุดสำหรับผมคือ "คิวบู๊" ครับ บอกเลยว่าโหด ดิบ เถื่อน สะใจมากครับ ไม่ใช่แอ็คชั่นแบบสวยงาม แต่เป็นแอ็คชั่นที่ดูสมจริง สมบุกสมบัน ทุกการโจมตี ทุกการป้องกัน มีน้ำหนัก มีความเจ็บปวดแฝงอยู่ ดูแล้วลุ้นตามจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ การออกแบบฉากต่อสู้ทำได้ชาญฉลาดมากครับ มีการนำเอาสภาพแวดล้อมรอบตัวมาใช้ในการต่อสู้ได้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้แต่ละฉากมีความสดใหม่และน่าตื่นเต้นตลอดเวลา
Dev Patel แสดงได้ยอดเยี่ยมมากครับ เขาถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความมุ่งมั่นของตัวละครออกมาได้อย่างถึงแก่น เห็นแล้วรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยตัวละครคีปไปด้วยเลยครับ การแสดงของเขาไม่ใช่แค่การต่อสู้เก่ง แต่ยังสื่อสารอารมณ์ผ่านสายตาและท่าทางได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะฉากที่เขาปลดปล่อยความแค้นออกมานี่คือพีคสุดๆ ไปเลยครับ
นอกจาก Dev Patel แล้ว นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเช่นกันครับ โดยเฉพาะตัวร้ายที่ดูมีอำนาจและน่ากลัว การสร้างบรรยากาศของหนังก็ทำได้ดีครับ การถ่ายทำในอินเดีย ทำให้เราได้เห็นภาพความขัดแย้งระหว่างความร่ำรวยและความยากจน การฉ้อฉลาก และการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หนังพยายามนำเสนอ
"Monkey Man" ไม่ได้เป็นแค่หนังแอ็คชั่นที่เน้นความมันส์เพียงอย่างเดียวครับ แต่ยังแฝงไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างคมคาย หนังพูดถึงเรื่องของความอยุติธรรม การกดขี่ การใช้กำลังและความมั่งคั่งเพื่อเอาชนะผู้อื่น และการต่อสู้เพื่อความถูกต้องของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกผลักให้จนมุม การหยิบยกเอาตำนานของหนุมานมาเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้ของพระเอก ก็ยิ่งเสริมให้หนังมีความน่าสนใจและมีมิติมากขึ้นครับ
หลายคนอาจจะมองว่าหนังมีความรุนแรงไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้ว ความรุนแรงในเรื่องนี้มันสมเหตุสมผลกับบริบทของเรื่องครับ มันคือภาพสะท้อนของโลกที่ตัวละครต้องเผชิญอยู่ การแก้แค้นที่เขาเลือกเดิน เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ครับ
ส่วนเรื่องเสียงประกอบและดนตรีประกอบก็ทำได้ดีครับ ช่วยเสริมอารมณ์ของฉากแอ็คชั่นและฉากดราม่าให้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก การตัดต่อก็ทำได้รวดเร็ว ฉับไว ทำให้หนังเดินเรื่องได้ลื่นไหลและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง
อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าบางช่วงของหนังอาจจะมีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเร็วไปนิด ทำให้บางประเด็นอาจจะยังไม่ถูกขยายความให้ลึกซึ้งเท่าที่ควร แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เป็นจุดบกพร่องที่ทำให้เสียอรรถรสในการรับชมแต่อย่างใดครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังแอ็คชั่นที่ดูแล้วไม่ผิดหวัง "Monkey Man" เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ครับ มันคือหนังแอ็คชั่นที่มีสไตล์ มีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม และมีฉากบู๊ที่รับประกันความมันส์แบบเต็มพิกัด ถ้าคุณเป็นคนชอบหนังแบบ John Wick ที่มีความดิบและสไตล์เฉพาะตัว รับรองว่าคุณจะหลงรัก "Monkey Man" แน่นอนครับ
สรุปแล้ว "Monkey Man" (2024) เป็นหนังแอ็คชั่นที่ผมอยากแนะนำให้ไปดูกันครับ เป็นหนังที่ดูสนุก บันเทิง และยังได้ข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาด้วยครับ ใครที่ไปดูมาแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับว่าชอบหรือไม่ชอบยังไงบ้าง แล้วเจอกันใหม่ในรีวิวหนังเรื่องต่อไปครับผม!
Monkey Man (2024) เดือดสุดขีด! แอ็คชั่นจัดเต็ม สไตล์พระเอกหัวร้อน ที่สาวกสายบู๊ห้ามพลาด!
: Monkey Man (2024) เดือดสุดขีด! แอ็คชั่นจัดเต็ม สไตล์พระเอกหัวร้อน ที่สาวกสายบู๊ห้ามพลาด!
สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังแอ็คชั่นสุดเดือดเรื่องใหม่มาแนะนำครับ ชื่อเรื่องว่า "Monkey Man" (2024) ที่เพิ่งเข้าฉายไปหมาดๆ บอกเลยว่าใครที่ชอบหนังแนวแก้แค้น ดุเดือด เลือดสาด สไตล์พระเอกหัวร้อน ที่มีคิวบู๊แบบโคตรมันส์ พลาดเรื่องนี้ไปเสียดายแย่เลยครับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเป็นแฟนหนังแอ็คชั่นตัวยงเลยครับ พอเห็นตัวอย่าง "Monkey Man" เข้าเท่านั้นแหละครับ รู้เลยว่าต้องไปดูให้ได้ ฟีลลิ่งมันได้มากครับ หนังเรื่องนี้กำกับโดย Dev Patel ซึ่งนอกจากจะรับบทนำแล้ว ยังเป็นคนเขียนบทและโปรดิวเซอร์เองด้วยครับ นี่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความตั้งใจของเขาจริงๆ ว่าอยากจะสร้างหนังแอ็คชั่นที่แตกต่างและมีสไตล์ของตัวเอง
เรื่องราวของ "Monkey Man" จะพาเราไปรู้จักกับ "คีป" (รับบทโดย Dev Patel) ชายหนุ่มปริศนาที่ทำงานในบ่อนใต้ดินแห่งหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและคอร์รัปชัน หน้าที่ของเขาคือการต่อสู้กับนักมวยที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองทุกคืน เพื่อหาเงินไปวันๆ แต่เบื้องหลังใบหน้าอันเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้น คีปกำลังซุ่มวางแผนแก้แค้นใครบางคนมาตลอดชีวิต การแก้แค้นครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลมืดที่คอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบผู้คนในสังคมอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ "Monkey Man" โดดเด่นและน่าจดจำมากที่สุดสำหรับผมคือ "คิวบู๊" ครับ บอกเลยว่าโหด ดิบ เถื่อน สะใจมากครับ ไม่ใช่แอ็คชั่นแบบสวยงาม แต่เป็นแอ็คชั่นที่ดูสมจริง สมบุกสมบัน ทุกการโจมตี ทุกการป้องกัน มีน้ำหนัก มีความเจ็บปวดแฝงอยู่ ดูแล้วลุ้นตามจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ การออกแบบฉากต่อสู้ทำได้ชาญฉลาดมากครับ มีการนำเอาสภาพแวดล้อมรอบตัวมาใช้ในการต่อสู้ได้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้แต่ละฉากมีความสดใหม่และน่าตื่นเต้นตลอดเวลา
Dev Patel แสดงได้ยอดเยี่ยมมากครับ เขาถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความมุ่งมั่นของตัวละครออกมาได้อย่างถึงแก่น เห็นแล้วรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยตัวละครคีปไปด้วยเลยครับ การแสดงของเขาไม่ใช่แค่การต่อสู้เก่ง แต่ยังสื่อสารอารมณ์ผ่านสายตาและท่าทางได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะฉากที่เขาปลดปล่อยความแค้นออกมานี่คือพีคสุดๆ ไปเลยครับ
นอกจาก Dev Patel แล้ว นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเช่นกันครับ โดยเฉพาะตัวร้ายที่ดูมีอำนาจและน่ากลัว การสร้างบรรยากาศของหนังก็ทำได้ดีครับ การถ่ายทำในอินเดีย ทำให้เราได้เห็นภาพความขัดแย้งระหว่างความร่ำรวยและความยากจน การฉ้อฉลาก และการทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่หนังพยายามนำเสนอ
"Monkey Man" ไม่ได้เป็นแค่หนังแอ็คชั่นที่เน้นความมันส์เพียงอย่างเดียวครับ แต่ยังแฝงไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างคมคาย หนังพูดถึงเรื่องของความอยุติธรรม การกดขี่ การใช้กำลังและความมั่งคั่งเพื่อเอาชนะผู้อื่น และการต่อสู้เพื่อความถูกต้องของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกผลักให้จนมุม การหยิบยกเอาตำนานของหนุมานมาเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้ของพระเอก ก็ยิ่งเสริมให้หนังมีความน่าสนใจและมีมิติมากขึ้นครับ
หลายคนอาจจะมองว่าหนังมีความรุนแรงไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้ว ความรุนแรงในเรื่องนี้มันสมเหตุสมผลกับบริบทของเรื่องครับ มันคือภาพสะท้อนของโลกที่ตัวละครต้องเผชิญอยู่ การแก้แค้นที่เขาเลือกเดิน เป็นเพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ครับ
ส่วนเรื่องเสียงประกอบและดนตรีประกอบก็ทำได้ดีครับ ช่วยเสริมอารมณ์ของฉากแอ็คชั่นและฉากดราม่าให้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก การตัดต่อก็ทำได้รวดเร็ว ฉับไว ทำให้หนังเดินเรื่องได้ลื่นไหลและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง
อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าบางช่วงของหนังอาจจะมีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเร็วไปนิด ทำให้บางประเด็นอาจจะยังไม่ถูกขยายความให้ลึกซึ้งเท่าที่ควร แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้เป็นจุดบกพร่องที่ทำให้เสียอรรถรสในการรับชมแต่อย่างใดครับ
สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังแอ็คชั่นที่ดูแล้วไม่ผิดหวัง "Monkey Man" เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ครับ มันคือหนังแอ็คชั่นที่มีสไตล์ มีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม และมีฉากบู๊ที่รับประกันความมันส์แบบเต็มพิกัด ถ้าคุณเป็นคนชอบหนังแบบ John Wick ที่มีความดิบและสไตล์เฉพาะตัว รับรองว่าคุณจะหลงรัก "Monkey Man" แน่นอนครับ
สรุปแล้ว "Monkey Man" (2024) เป็นหนังแอ็คชั่นที่ผมอยากแนะนำให้ไปดูกันครับ เป็นหนังที่ดูสนุก บันเทิง และยังได้ข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาด้วยครับ ใครที่ไปดูมาแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับว่าชอบหรือไม่ชอบยังไงบ้าง แล้วเจอกันใหม่ในรีวิวหนังเรื่องต่อไปครับผม!