จุดกำเนิดและการก่อตั้ง Shanghai Municipal Police (SMP)
หลังสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 จีนพ่ายแพ้อังกฤษและต้องลงนามในสนธิสัญญานานกิง (1842) ซึ่งเปิดเมืองท่าต่างๆ ให้ชาวต่างชาติเข้ามาค้าขาย เซี่ยงไฮ้จึงถูกแบ่งพื้นที่เป็น "เขตเช่า" (Concessions) โดยเฉพาะ เขตเช่าสากล (International Settlement) ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างเขตเช่าของอังกฤษและอเมริกัน
ค.ศ. 1854 SMP ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเดิมทีเป็นเพียงกองกำลังรักษาความปลอดภัยเล็กๆ ของสภาเทศบาล (Shanghai Municipal Council - SMC) เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของชาวต่างชาติในเขตเช่า
เจ้าหน้าที่ SMP ปี 1908
เจ้าหน้าที่ SMP สวมเสื้อเกราะกันสระสุน
โครงสร้างองค์กร SMP เป็นหน่วยงานที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูงมาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในยุคนั้น โดยแบ่งลำดับชั้นชัดเจน:
ระดับบริหาร/สัญญาบัตรส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ (British)
ตำรวจชั้นประทวนประกอบด้วยชาวสิกข์จากอินเดียซึ่งมีเอกลักษณ์คือการโพกหัวสีแดงและชาวจีนยุคหลังมีการรับชาวญี่ปุ่นและชาวรัสเซียขาว (White Russians) ที่ลี้ภัยจากการปฏิวัติรัสเซียเข้ามาร่วมด้วย
ยุคแห่งความโกลาหล 1920s - 1930s
ในช่วงทศวรรษที่ 1920-1930 เซี่ยงไฮ้ได้ชื่อว่าเป็น "ปารีสแห่งตะวันออก" แต่ในมุมมืด มันคือเมืองหลวงแห่งอาชญากรรมของโลก
อิทธิพลมืด - แก๊งมาเฟียจีน (เช่น แก๊งเขียว - Green Gang) มีอิทธิพลมหาศาล คุมบ่อนการพนัน การค้าฝิ่น และซ่องโสเภณี
การลักพาตัว - การลักพาตัวเศรษฐีเพื่อเรียกค่าไถ่กลายเป็น "อุตสาหกรรม" ที่แพร่ระบาด โจรมีการใช้อาวุธสงครามที่ทันสมัยกว่าตำรวจ เช่น ปืนพก Mauser
สภาวะบ้านเมืองที่ไร้ขื่อแปและการเผชิญหน้ากับอาชญากรที่มีอาวุธหนักทำให้ SMP ต้องปรับตัวอย่างรุนแรง และนี่คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูปยุทธวิธีตำรวจ
ต้นกำเนิดหน่วย SWAT ครั้งแรกของโลก (The Reserve Unit)
แม้คำว่า "SWAT" (Special Weapons and Tactics) จะถูกบัญญัติขึ้นโดยกรมตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ในทศวรรษที่ 1960 แต่รากฐานทางยุทธวิธีและโครงสร้างเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 40 ปีก่อนหน้านั้น
บุคคลสำคัญ
William E. Fairbairn (วิลเลียม อี. แฟร์แบร์น) ตำนานแห่ง SMP ผู้ซึ่งเข้าร่วมหน่วยในปี 1907 เขาพบว่าการฝึกแบบตำรวจอังกฤษดั้งเดิมใช้ไม่ได้ผลในเซี่ยงไฮ้เขาจึงคิดค้นวิชาการต่อสู้ระยะประชิดที่เรียกว่า "Defendu" และปรับปรุงการยิงปืนทางยุทธวิธี
William E. Fairbairn (28 กุมภาพันธ์ 1885 – 20 มิถุนายน 1960)
Eric A. Sykes คู่หูของแฟร์แบร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและการซุ่มยิง
Eric A. Sykes (5 กุมภาพันธ์ 1883 – 12 พฤษภาคม 1945)
นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกตำรวจ
หลังจากเหตุจลาจลปี 1925 แฟร์แบร์นได้รับมอบหมายให้ตั้งหน่วยพิเศษเพื่อรับมือกับเหตุจลาจลและการจู่โจมด้วยอาวุธหนัก
การตั้งหน่วย "Reserve Unit" นี่คือต้นแบบของ SWAT ทีมนี้ได้รับการฝึกฝนทักษะขั้นสูง มีเกราะกันกระสุน (ซึ่งถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น) และอาวุธหนักเช่น ปืนกลมือ Thompson
Shooting House แฟร์แบร์นสร้าง "Mystery House" หรือบ้านจำลองสถานการณ์ เพื่อฝึกให้ตำรวจรู้จักการ "เคลียร์ห้อง" (Room Clearing) การแยกแยะเป้าหมาย (Friend or Foe) ในสภาวะกดดัน ซึ่งเป็นมาตรฐานการฝึกหน่วยรบพิเศษทั่วโลกในปัจจุบัน
ยุทธวิธี Double Tap แนวคิดการยิงซ้ำสองนัดเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายหยุดการเคลื่อนไหวเริ่มต้นใช้จริงจังที่นี่
Combat Knife มีดสั้น Fairbairn-Sykes Fighting Knife ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในหน่วยนี้ และต่อมากลายเป็นอาวุธประจำกายของหน่วยคอมมานโดอังกฤษ (SAS) ในสงครามโลกครั้งที่ 2
SMP คือผู้ให้กำเนิด "ยุทธวิธีตำรวจสมัยใหม่" (Modern Tactical Policing) ที่เปลี่ยนตำรวจจากผู้เดินยามเป็นนักรบในเมือง (Urban Warriors)
สงครามและการยุบหน่วย 1937 - 1943
ปี 1937 (ยุทธการเซี่ยงไฮ้): ญี่ปุ่นบุกจีนและยึดพื้นที่รอบๆ เขตเช่าสากล SMP ตกอยู่ในสถานะลำบาก ต้องรักษาสมดุลระหว่างอำนาจญี่ปุ่นกับความปลอดภัยในเขตเช่า
ปี 1941 (เพิร์ลฮาร์เบอร์) เมื่อญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา กองทัพญี่ปุ่นบุกยึดเขตเช่าสากลทันที
เจ้าหน้าที่ระดับสูงชาวอังกฤษถูกปลดและถูกจับเป็นเชลยศึก SMP ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหน้าที่ชาวจีนและญี่ปุ่นรับหน้าที่หลัก
1943 (จุดจบ) รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ลงนามยอมสละสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในจีนทำให้สถานะทางกฎหมายของ "เขตเช่าสากล" สิ้นสุดลง SMP จึงถูกยุบและโอนย้ายหน้าที่ไปอยู่ภายใต้กรมตำรวจของรัฐบาลหุ่นเชิดจีน (ที่ญี่ปุ่นหนุนหลัง) และต่อมาคือรัฐบาลก๊กมินตั๋งหลังสงครามจบ
มรดกที่ทิ้งไว้
วิชา Defendu และ Silent Killing แฟร์แบร์นและไซก์ กลับไปอังกฤษและนำวิชาที่คิดค้นใน SMP ไปฝึกให้กับหน่วย OSS (ต้นกำเนิด CIA), SAS (หน่วยรบพิเศษอังกฤษ) และหน่วย SOE เพื่อใช้ทำสงครามกองโจรต่อต้านนาซี
Defendu วิชาการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมที่สุด (The Art of Gutter Fighting)
ในขณะที่ศิลปะการป้องกันตัวทั่วไปเน้นท่วงท่าที่สวยงามหรือการแข่งขันกีฬา
William E. Fairbairn พบว่าสิ่งเหล่านั้น "ไร้ประโยชน์" ในตรอกซอยมืดของเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งตำรวจต้องสู้กับมาเฟียที่ถือมีดขวานหรือปืน
หลักการของ Defendu
"Kill or get killed" (ฆ่าหรือถูกฆ่า): นี่ไม่ใชีกีฬา แต่เป็นการเอาชีวิตรอด Fairbairn เรียกมันว่า "Gutter Fighting" (การสู้แบบข้างถนน/สู้แบบหมาจนตรอก)
เน้นจุดตาย การฝึกสอนให้โจมตีจุดที่เปราะบางที่สุดทันที เช่น ลูกตา, ลูกกระเดือก, ขาหนีบ, และข้อต่อ ไม่มีการรอจังหวะดูเชิง
ผสมผสาน Fairbairn เป็นสายดำยูโดและยิวยิตสู แต่เขานำมาผสมกับการชกมวยและการต่อสู้แบบจีน (Kung Fu) ที่เขาเรียนรู้จากครูมวยในท้องถิ่น ตัดทอนท่าที่ซับซ้อนทิ้ง เหลือแต่ท่าที่ใช้ได้จริงใน 3 วินาที
มรดกสู่ยุคปัจจุบัน วิชานี้ถูกนำไปสอนหน่วยรบพิเศษอังกฤษ (Commando) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเน้นการ "Silent Killing" (การฆ่าเงียบ) เพื่อลอบสังหารทหารนาซี
อาวุธและยุทธวิธี (Weapons & Tactics)
SMP คือห้องทดลองทางยุทธวิธีที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อนสาเหตุหลักมาจากอาชญากรในเซี่ยงไฮ้ช่วงปี 1920-1930 นั้น "ดุ" และ "อึด" มาก (หลายคนติดฝิ่นทำให้ทนทายาดต่อความเจ็บปวด)
การเปลี่ยนมาตรฐานปืนพก
ปัญหา - ตำรวจเดิมใช้ปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งอำนาจหยุดยั้งต่ำ เคยมีเหตุการณ์ที่คนร้ายถูกยิงหลายนัดแต่ยังวิ่งเข้ามาชาร์จตำรวจได้
ทางแก้ - SMP เป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ Colt M1911 ขนาด .45 ACP อย่างแพร่หลาย กระสุนหน้าตัดใหญ่ทำให้คนร้าย "ร่วง" ได้ในนัดเดียว ซึ่งเป็นรากฐานของแนวคิด Stopping Power ในปัจจุบัน
ปืนกลมือทอมป์สัน "The Tommy Gun"
ในขณะที่ตำรวจทั่วโลกในยุคนั้นมองว่าปืนกลมือเป็นอาวุธทหาร SMP สั่งซื้อ Thompson Submachine Gun มาใช้ปราบจลาจลและถล่มรังโจร
พวกเขาพัฒนาเทคนิคการยิงแบบ Hip Fire (ยิงระดับเอว) ที่แม่นยำ เพื่อเคลียร์พื้นที่ในตรอกแคบๆ ของเซี่ยงไฮ้
เสื้อเกราะกันกระสุน (The Shanghai Vest)
SMP พัฒนาเกราะกันกระสุนขึ้นเองร่วมกับผู้ผลิตในสหรัฐฯถึงแม้จะหนักและเทอะทะแต่ก็สามารถกันกระสุนปืนพกได้จริง ซึ่งช่วยชีวิตตำรวจ SMP ไว้ได้หลายนายในการดวลปืนระยะประชิด
บ้านปริศนา (The Mystery House)
นี่คือนวัตกรรมที่สำคัญที่สุด ในการฝึก SWAT Fairbairn สร้างอาคารจำลองที่มีทางเดินซับซ้อน ผนังเคลื่อนที่ได้ และ แสงไฟสลัว เป้าหุ่นฟาง (Pop-up Targets) เป้าจะโผล่ออกมาแบบสุ่มมีทั้งเป้ารูปคนร้ายถือปืนและเป้ารูปผู้หญิง/เด็ก ตำรวจต้องเดินเคลียร์ห้อง (Room Clearing) และตัดสินใจยิงภายในเสี้ยววินาที
ผลลัพธ์ - สิ่งนี้ฝึกให้ตำรวจมี "สติ" ภายใต้ความกดดัน (Stress Inoculation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกตำรวจทั่วโลกในทุกวันนี้
https://en.wikipedia.org/wiki/Shanghai_Municipal_Police
https://archive.org/details/smpa-46
หนังสือ The World's First SWAT Team: W. E. Fairbairn and the Shanghai Municipal Police Reserve Unit โดย Leroy Thompson
สวัสดีครับ
Shanghai Municipal Police ต้นแบบของหน่วย S.W.A.T
หลังสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 จีนพ่ายแพ้อังกฤษและต้องลงนามในสนธิสัญญานานกิง (1842) ซึ่งเปิดเมืองท่าต่างๆ ให้ชาวต่างชาติเข้ามาค้าขาย เซี่ยงไฮ้จึงถูกแบ่งพื้นที่เป็น "เขตเช่า" (Concessions) โดยเฉพาะ เขตเช่าสากล (International Settlement) ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างเขตเช่าของอังกฤษและอเมริกัน
ค.ศ. 1854 SMP ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเดิมทีเป็นเพียงกองกำลังรักษาความปลอดภัยเล็กๆ ของสภาเทศบาล (Shanghai Municipal Council - SMC) เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของชาวต่างชาติในเขตเช่า
เจ้าหน้าที่ SMP ปี 1908
เจ้าหน้าที่ SMP สวมเสื้อเกราะกันสระสุน
โครงสร้างองค์กร SMP เป็นหน่วยงานที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูงมาก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในยุคนั้น โดยแบ่งลำดับชั้นชัดเจน:
ระดับบริหาร/สัญญาบัตรส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ (British)
ตำรวจชั้นประทวนประกอบด้วยชาวสิกข์จากอินเดียซึ่งมีเอกลักษณ์คือการโพกหัวสีแดงและชาวจีนยุคหลังมีการรับชาวญี่ปุ่นและชาวรัสเซียขาว (White Russians) ที่ลี้ภัยจากการปฏิวัติรัสเซียเข้ามาร่วมด้วย
ยุคแห่งความโกลาหล 1920s - 1930s
ในช่วงทศวรรษที่ 1920-1930 เซี่ยงไฮ้ได้ชื่อว่าเป็น "ปารีสแห่งตะวันออก" แต่ในมุมมืด มันคือเมืองหลวงแห่งอาชญากรรมของโลก
อิทธิพลมืด - แก๊งมาเฟียจีน (เช่น แก๊งเขียว - Green Gang) มีอิทธิพลมหาศาล คุมบ่อนการพนัน การค้าฝิ่น และซ่องโสเภณี
การลักพาตัว - การลักพาตัวเศรษฐีเพื่อเรียกค่าไถ่กลายเป็น "อุตสาหกรรม" ที่แพร่ระบาด โจรมีการใช้อาวุธสงครามที่ทันสมัยกว่าตำรวจ เช่น ปืนพก Mauser
สภาวะบ้านเมืองที่ไร้ขื่อแปและการเผชิญหน้ากับอาชญากรที่มีอาวุธหนักทำให้ SMP ต้องปรับตัวอย่างรุนแรง และนี่คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การปฏิรูปยุทธวิธีตำรวจ
ต้นกำเนิดหน่วย SWAT ครั้งแรกของโลก (The Reserve Unit)
แม้คำว่า "SWAT" (Special Weapons and Tactics) จะถูกบัญญัติขึ้นโดยกรมตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ในทศวรรษที่ 1960 แต่รากฐานทางยุทธวิธีและโครงสร้างเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 40 ปีก่อนหน้านั้น
บุคคลสำคัญ
William E. Fairbairn (วิลเลียม อี. แฟร์แบร์น) ตำนานแห่ง SMP ผู้ซึ่งเข้าร่วมหน่วยในปี 1907 เขาพบว่าการฝึกแบบตำรวจอังกฤษดั้งเดิมใช้ไม่ได้ผลในเซี่ยงไฮ้เขาจึงคิดค้นวิชาการต่อสู้ระยะประชิดที่เรียกว่า "Defendu" และปรับปรุงการยิงปืนทางยุทธวิธี
William E. Fairbairn (28 กุมภาพันธ์ 1885 – 20 มิถุนายน 1960)
Eric A. Sykes คู่หูของแฟร์แบร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและการซุ่มยิง
Eric A. Sykes (5 กุมภาพันธ์ 1883 – 12 พฤษภาคม 1945)
นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกตำรวจ
หลังจากเหตุจลาจลปี 1925 แฟร์แบร์นได้รับมอบหมายให้ตั้งหน่วยพิเศษเพื่อรับมือกับเหตุจลาจลและการจู่โจมด้วยอาวุธหนัก
การตั้งหน่วย "Reserve Unit" นี่คือต้นแบบของ SWAT ทีมนี้ได้รับการฝึกฝนทักษะขั้นสูง มีเกราะกันกระสุน (ซึ่งถือว่าล้ำหน้ามากในยุคนั้น) และอาวุธหนักเช่น ปืนกลมือ Thompson
Shooting House แฟร์แบร์นสร้าง "Mystery House" หรือบ้านจำลองสถานการณ์ เพื่อฝึกให้ตำรวจรู้จักการ "เคลียร์ห้อง" (Room Clearing) การแยกแยะเป้าหมาย (Friend or Foe) ในสภาวะกดดัน ซึ่งเป็นมาตรฐานการฝึกหน่วยรบพิเศษทั่วโลกในปัจจุบัน
ยุทธวิธี Double Tap แนวคิดการยิงซ้ำสองนัดเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายหยุดการเคลื่อนไหวเริ่มต้นใช้จริงจังที่นี่
Combat Knife มีดสั้น Fairbairn-Sykes Fighting Knife ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในหน่วยนี้ และต่อมากลายเป็นอาวุธประจำกายของหน่วยคอมมานโดอังกฤษ (SAS) ในสงครามโลกครั้งที่ 2
SMP คือผู้ให้กำเนิด "ยุทธวิธีตำรวจสมัยใหม่" (Modern Tactical Policing) ที่เปลี่ยนตำรวจจากผู้เดินยามเป็นนักรบในเมือง (Urban Warriors)
สงครามและการยุบหน่วย 1937 - 1943
ปี 1937 (ยุทธการเซี่ยงไฮ้): ญี่ปุ่นบุกจีนและยึดพื้นที่รอบๆ เขตเช่าสากล SMP ตกอยู่ในสถานะลำบาก ต้องรักษาสมดุลระหว่างอำนาจญี่ปุ่นกับความปลอดภัยในเขตเช่า
ปี 1941 (เพิร์ลฮาร์เบอร์) เมื่อญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา กองทัพญี่ปุ่นบุกยึดเขตเช่าสากลทันที
เจ้าหน้าที่ระดับสูงชาวอังกฤษถูกปลดและถูกจับเป็นเชลยศึก SMP ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหน้าที่ชาวจีนและญี่ปุ่นรับหน้าที่หลัก
1943 (จุดจบ) รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ลงนามยอมสละสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในจีนทำให้สถานะทางกฎหมายของ "เขตเช่าสากล" สิ้นสุดลง SMP จึงถูกยุบและโอนย้ายหน้าที่ไปอยู่ภายใต้กรมตำรวจของรัฐบาลหุ่นเชิดจีน (ที่ญี่ปุ่นหนุนหลัง) และต่อมาคือรัฐบาลก๊กมินตั๋งหลังสงครามจบ
มรดกที่ทิ้งไว้
วิชา Defendu และ Silent Killing แฟร์แบร์นและไซก์ กลับไปอังกฤษและนำวิชาที่คิดค้นใน SMP ไปฝึกให้กับหน่วย OSS (ต้นกำเนิด CIA), SAS (หน่วยรบพิเศษอังกฤษ) และหน่วย SOE เพื่อใช้ทำสงครามกองโจรต่อต้านนาซี
Defendu วิชาการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมที่สุด (The Art of Gutter Fighting)
ในขณะที่ศิลปะการป้องกันตัวทั่วไปเน้นท่วงท่าที่สวยงามหรือการแข่งขันกีฬา William E. Fairbairn พบว่าสิ่งเหล่านั้น "ไร้ประโยชน์" ในตรอกซอยมืดของเซี่ยงไฮ้ ที่ซึ่งตำรวจต้องสู้กับมาเฟียที่ถือมีดขวานหรือปืน
หลักการของ Defendu
"Kill or get killed" (ฆ่าหรือถูกฆ่า): นี่ไม่ใชีกีฬา แต่เป็นการเอาชีวิตรอด Fairbairn เรียกมันว่า "Gutter Fighting" (การสู้แบบข้างถนน/สู้แบบหมาจนตรอก)
เน้นจุดตาย การฝึกสอนให้โจมตีจุดที่เปราะบางที่สุดทันที เช่น ลูกตา, ลูกกระเดือก, ขาหนีบ, และข้อต่อ ไม่มีการรอจังหวะดูเชิง
ผสมผสาน Fairbairn เป็นสายดำยูโดและยิวยิตสู แต่เขานำมาผสมกับการชกมวยและการต่อสู้แบบจีน (Kung Fu) ที่เขาเรียนรู้จากครูมวยในท้องถิ่น ตัดทอนท่าที่ซับซ้อนทิ้ง เหลือแต่ท่าที่ใช้ได้จริงใน 3 วินาที
มรดกสู่ยุคปัจจุบัน วิชานี้ถูกนำไปสอนหน่วยรบพิเศษอังกฤษ (Commando) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเน้นการ "Silent Killing" (การฆ่าเงียบ) เพื่อลอบสังหารทหารนาซี
อาวุธและยุทธวิธี (Weapons & Tactics)
SMP คือห้องทดลองทางยุทธวิธีที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อนสาเหตุหลักมาจากอาชญากรในเซี่ยงไฮ้ช่วงปี 1920-1930 นั้น "ดุ" และ "อึด" มาก (หลายคนติดฝิ่นทำให้ทนทายาดต่อความเจ็บปวด)
การเปลี่ยนมาตรฐานปืนพก
ปัญหา - ตำรวจเดิมใช้ปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งอำนาจหยุดยั้งต่ำ เคยมีเหตุการณ์ที่คนร้ายถูกยิงหลายนัดแต่ยังวิ่งเข้ามาชาร์จตำรวจได้
ทางแก้ - SMP เป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ Colt M1911 ขนาด .45 ACP อย่างแพร่หลาย กระสุนหน้าตัดใหญ่ทำให้คนร้าย "ร่วง" ได้ในนัดเดียว ซึ่งเป็นรากฐานของแนวคิด Stopping Power ในปัจจุบัน
ปืนกลมือทอมป์สัน "The Tommy Gun"
ในขณะที่ตำรวจทั่วโลกในยุคนั้นมองว่าปืนกลมือเป็นอาวุธทหาร SMP สั่งซื้อ Thompson Submachine Gun มาใช้ปราบจลาจลและถล่มรังโจร
พวกเขาพัฒนาเทคนิคการยิงแบบ Hip Fire (ยิงระดับเอว) ที่แม่นยำ เพื่อเคลียร์พื้นที่ในตรอกแคบๆ ของเซี่ยงไฮ้
เสื้อเกราะกันกระสุน (The Shanghai Vest)
SMP พัฒนาเกราะกันกระสุนขึ้นเองร่วมกับผู้ผลิตในสหรัฐฯถึงแม้จะหนักและเทอะทะแต่ก็สามารถกันกระสุนปืนพกได้จริง ซึ่งช่วยชีวิตตำรวจ SMP ไว้ได้หลายนายในการดวลปืนระยะประชิด
บ้านปริศนา (The Mystery House)
นี่คือนวัตกรรมที่สำคัญที่สุด ในการฝึก SWAT Fairbairn สร้างอาคารจำลองที่มีทางเดินซับซ้อน ผนังเคลื่อนที่ได้ และ แสงไฟสลัว เป้าหุ่นฟาง (Pop-up Targets) เป้าจะโผล่ออกมาแบบสุ่มมีทั้งเป้ารูปคนร้ายถือปืนและเป้ารูปผู้หญิง/เด็ก ตำรวจต้องเดินเคลียร์ห้อง (Room Clearing) และตัดสินใจยิงภายในเสี้ยววินาที
ผลลัพธ์ - สิ่งนี้ฝึกให้ตำรวจมี "สติ" ภายใต้ความกดดัน (Stress Inoculation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกตำรวจทั่วโลกในทุกวันนี้
https://en.wikipedia.org/wiki/Shanghai_Municipal_Police
https://archive.org/details/smpa-46
หนังสือ The World's First SWAT Team: W. E. Fairbairn and the Shanghai Municipal Police Reserve Unit โดย Leroy Thompson