ครอบครัวอยากให้เป็นในสิ่งที่พวกเขาเป็นแต่เราไม่ชอบเลยทำยังไงดีคะ

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ หนูอยู่ม.1 กำลังจะขึ้นม.2 ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเรียนแต่ครอบครัวยังกดดันว่าต้องให้ได้มากกว่านี้นะแล้วพอเราได้แค่นี้ เขาก้จะเอาเรื่องที่พออธิบายเขาก็พูดแทรกและไม่รับฟังคิดว่ามันคือคำกล่าวอ้างว่าเพราะอะไรทำไมเราถึงทำได้แค่นี้ แล้วก็จะเอาเรื่องการเล่นโทรศัพท์มาเกี่ยวว่าเพราะหนูให้เวลากับโทรศัพท์มากเกินกว่าความรู้ทั้งๆที่ความจริงเวลาหนูอ่านหนังสือหนูไม่ชอบให้ใครมาส่อรู้ว่ากำลังทำอะไรสำหรับหนูการอ่านหนังสือต้องใช้สมาธิเยอะมากๆ และห้องต้องเงียบเท่านั้น ไม่ต้องการให้ใครมาเดินผ่านหรือมีสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในห้องยกเว้นแต่ตัวหนูเองเพราะถ้าอะไรขยับแม้แต่นิดเดียวหนูจะรู้สึกว่าสิ่งที่ทำความเข้าในมาเมื่อไม่นานหายไป เวลาอ่านหนังสือเลยไม่ได้บอกใคร แน่นอนค่ะว่าครอบครัวหนูไม่รับรู้ถึงการที่หนูอ่านหนังสือเลยและพวกเขาก็ชอบเอาเรื่องการเล่นโทรศัพท์มาใช้ในการบ่น จนจากคำว่าใส่ใจรับฟังของหนูมันกลายเป็นคำว่ารำคาญค่ะ บางอย่างมันควรอยู่ในความพอดีหนูรู้สึกว่า ครอบครัวเอาแต่บ่นแต่ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพจิตลูกเลย สนใจแค่ว่า ครอบครัวต้องดูดี ภาพลักษณของครอบครัวต้องออกมาให้คนอื่นชื่นชมหนูรู้สึกอย่างงั้นเพราะว่าตอนที่ฟังแม่คุยโทรศัพท์พ่อและแม่ชอบยกยอว่าหนูจะมาสานธุรกิจต่อไม่นานนี้อาจจะไม่ถึง 18ปี เพราะอายุ18 คงรอไม่ไหวเนื่องจากปัจจัยบลาๆ ซึ่งธุรกิจที่พ่อแม่ทำเกี่ยวกับงานอุสหกรรม พ่อหนูต้องการให้หนูสานต่อธุรกิจเพราะว่าเงินเดือนดีและตัวเองซื้อโปรแกรมมาเป็นหลักล้านหรือมากกว่านั้นทั้งๆที่มันคือากรตัดสินใจของตัวเองแต่ยังจะยัดเยียดงานที่ตัวเองทำให้ลูกโดยใช้คำอ้างว่าเงินเดือนดีในอนาคตจะได้ใช้และยึดเยียดให้ฝึกเขียนโปรแกรมทั้งๆที่หนูไม่ได้ชอบ พ่อหนูเคยบอกว่าถ้าไม่ได้ชอบก็จะไม่ยัดเยียดซึ่งหนูก็โอเคค่ะแต่ถึงพวกเขาจะบอกอย่างงั้นแต่การกระทำของพวกเขาคือการยัดเยียด แม่หนูบอกว่าหนูจำเป็นที่จะต้องเป็นให้ได้เพื่อที่จะมาหาเงินขอบอกก่อนนะคะ แม่หนูต้องการที่จะให้หนูหาเงินเพื่อช่วยบริษัทที่ทำอยู่ตั้งแต่ก่อน 16-17 ปีเลยด้วยซ้ำ โดยที่บริษัทที่ทำอยู่ต้องทำงานร่วมกับบริษัทอุสหกรรม ซึ่งหนูไม่ได้รู้สึกสนใจเลยและยังรู้สึกว่าสมาธิหนูที่จะเอามาลงกับการเรียนจะต้องเอาไปศึกษาเรื่องพวกนี้จริงๆหรอ พ่อหนูเคยบอกว่าถ้าหนูจบมอหกเมื่อไหร่ไม่อยากให้เรียนต่อ ให้มาทำงานเลยซึ่งความคิดของหนูคือต้องการเรียนต่อเพื่อเอาวุฒิ เผื่อเหตุฉุกเฉินที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำงานไม่ได้วุฒิแต่ก็ไม่ได้เวลาว่าธุรกิจจะรุ่งตลอดถึงเงินเดือนจะดีแต่ไม่ได้แปลว่าจะดีตลอดไปเพราะสายอาชีพนี้ครอบครัวเคยบอกว่าคู่แข่งน้อยแต่แต่ละคนก้เก่งมากขอชี้แจงเพิ่มเติมนะคะ เบื้องต้นที่หนูกล่าวตอนแรกประมาณว่าชอบอ่านหนังสือในที่เงียบๆ แล้วครอบครัวจะมาสนใจหนูหรือรับรู้ได้ยังไงในเมื่อหนูไม่ได้บอกเพราะว่าครอบครัวเวลาไม่ตรงกันค่ะ เขาก็มีสิ่งที่เขาต้องทำ หลังกลับจากโรงเรียนถ้าไม่ได้รับประทานอาหารด้วยกัน ก็จะไม่ได้คุยกันเลย หนูจะสื่อถึงว่าครอบครัวหนูไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับพฤติกรรมของหนูจริงๆเลยแต่ใช้คำพูดเหมือนรู้เลยทำให้หนูรู้สึกอคติแล้วก็ไม่อยากที่จะใช้เวลาอยู่ร่วมกันเลยถึงจะมีคนบอกว่าตอนที่พวกท่านยังอยู่ให้ใช้เวลาให้มากๆ แต่พออยู่ด้วยก็เอาแต่ความคาดหวังตัวเองมาคุยโดยที่พอหนูต้องการที่จะคุยตรงๆว่าหนูไม่โอเคเขาก็จะอาละวาดอารมณ์เสียหรืออย่างมากจะทำร้ายข้าวของหรือมากกว่านั้นและใช้คำพูดที่แทงใจ ครอบครัวหนูเป็นประเภทที่ว่าถ้าลูกตัวเองทำไม่ถูกใจตัวเองก้จะด่าว่าบ่นและบอกว่า “ที่ทำทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของหนู“ ทั้งๆที่พวกเขาเลยเล่าว่าตัวเอง”ตอนเด็กลำบากมากเลยต้องดิ้นรนและไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น“ ทั้งๆที่พวกเขารู้ความรู้สึกนั้นดี แต่พอพวกเขามีลูกเขาดันต้องการพลาดชีวิตในวัยเด็กหนูไปตามความรู้สึกของหนู หนูอยากจะมาปรึกษาว่าควรวางตัวกับครอบครัวงี้ยังไงหรอคะ จะคิดว่าหนูก้าวร้าวก็ได้ค่ะเพราะหนูคิดว่าส่วนนึงหนูก็น่าจะเป็นแบบนั้นเพราะว่าอะไรหลายๆอย่างการไม่เปิดรับในครอบครัวการยัดเยียดการโดนครอบครัวกดดันโดยใช้เชิงลบมาเป็นแรงพลักดัน การต้องเป็นที่รับอารมณ์ของครอบครัว ไหนจะต้องรับฟังเวลาพ่อกับแม่มีปัญหากันอีก ถามว่าแล้วทำไมหนูจำเป็นต้องรับฟัง เพราะแม่ต้องการให้หนูรับรู้ค่ะถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าถึงหนูจะรับรู้ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ชอบมาระบายเรื่องต่างๆให้ฟังจนจากคำว่า สงสาร เห็นใจ กลายมาเป็นความรู้สึกว่า พวกคุณโตแล้วแต่ยังคิดวิธีจัดการไม่ได้เลยหรอ พวกคุณคิดได้แค่นี้หรอ พวกคุณต้องการอะไรจากลูก พวกคุณบ้าไปแล้วรึเปล่าที่จะให้ลูกมาซึมซับปัญหาและสุขภาพจิตพังไม่สามารถโฟกัสกับอะไรได้ดีเพราะปัญหาของพวกคุณ หนูจึงต้องใช้สมาธิอย่างมากในการอ่านหนังสือก้เพราะปัญหาของพวกเขา ทำไมพวกเขาเหมือนผู้ใหญ่ที่ไม่แม้แต่จะแคร์สุขภาพจิตลูก คิดว่าตัวเองใส่ใจเรื่องการเลี้ยงดูลูกแล้วสุขภาพจิตลูกจะดีหรอ แม่ชอบเอาปัญหาภายในครอบครัวไปเล่าให้คนอื่นเชิงลบ แม้แต่เรื่องที่ภายนอกไม่ควรรู้ยังเอาไปเล่า เวลาหนูอยากได้แม่ชอบเอาคำว่าหนุต้องมาฝึกเรียนรู้งานถึงจะได้ จากเรื่องทั้งหมดหนูเลยคิดว่าถ้าการที่จะยังเป็นแบบนี้อยู่หนูจะมีชีวิตอยู่ถึงวัยอันควรตายมั้ยคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่