ทำงานกะดึก เสี่ยงพังทั้งร่าง เจาะลึกภัยเงียบ "นาฬิกาชีวิตรวน" พร้อมวิธีเอาตัวรอดฉบับคนนอนน้อย

กระทู้สนทนา
ทำงานกะดึก เสี่ยงพังทั้งร่าง เจาะลึกภัยเงียบ "นาฬิกาชีวิตรวน" พร้อมวิธีเอาตัวรอดฉบับคนนอนน้อย

ในโลกที่ขับเคลื่อน 24 ชั่วโมง หลายอาชีพอย่างหมอ พยาบาล ตำรวจ หรือพนักงานโรงงาน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้อง "ทำงานเป็นกะ" แต่รู้หรือไม่ว่าการนอนกลางวันและทำงานกลางคืน คือการทำลาย "นาฬิกาชีวิต" ที่ร่างกายสร้างให้สอดคล้องกับแสงอาทิตย์และการหลั่งฮอร์โมนโดยตรง
.
[ ทำไมการทำงานกะดึกถึงส่งผลเสีย? ]
.
นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ระบบต่างๆ เช่น การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการย่อยอาหาร จะทำงานสอดคล้องกันโดยมีสมองควบคุม เมื่อเราเปลี่ยนมานอนกลางวัน ร่างกายจะปรับวงจรการนอนได้ก่อน แต่ระบบอื่นๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้ร่างกายรวน อ่อนล้า และสูญเสียสมาธิ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรงได้
.
[ เช็กด่วน! ผลกระทบสะสมที่น่ากลัว ]
.
1. ระยะสั้น: หลับไม่สนิท เครียดง่าย ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง
2. ระยะยาว (สะสมจนเป็นโรค):
- ระบบหัวใจ: ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน
- โรคมะเร็ง
- โรคอ้วน และโรคเบาหวาน,
- เสี่ยงภาวะกังวลและโรคซึมเศร้า
- ในผู้หญิงอาจมีบุตรยากหรือเสี่ยงแท้งง่าย
.
[ 3 กลยุทธ์ "กู้คืนสุขภาพ" ]
.
1. กลยุทธ์การนอน
- งีบหลับ 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้ากะเพื่อสำรองพลังงาน
- สร้างห้องนอนให้มืดสนิทและเงียบที่สุด
- งดชา-กาแฟ 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน
.
2. การเลือกทานอาหาร
- หลังเที่ยงคืนห้ามกินหนัก! เพราะระบบย่อยทำงานช้าลง
- เน้นอาหารเบาๆ ย่อยง่าย เช่น "นม" ช่วยเคลือบกระเพาะและลดความเสี่ยงโรคกระเพาะ
.
3. การออกกำลังกาย
- ช่วงเวลาทองคือ "หลังตื่นนอน" ช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกายให้สดชื่น พร้อมลุยงานต่อ
.
การทำงานเป็นหน้าที่ที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การปรับตัวตามหลักการแพทย์จะช่วยให้เราห่างไกลโรคร้ายและรักษาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาว
.
ที่มา : SpringNews
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่