รอบที่แล้วปี 2566 คนเบื่อลุงที่ครองอำนาจมายาวนาน ท่องแต่คำว่าคนดีย์ แต่เศรษฐกิจดิ่งเหว สลบไม่ฟื้นจน GDP โตต่ำเตี้ยที่สุดในรอบหลายปี คำขวัญมีลุงไม่มีเรา ทำให้ส้มชนะที่หนึ่ง แต่น่าเสียดาย ฝ่ายอำนาจเก่าใช้ สว. มาหักเจตนารมณ์ประชาธิปไตย ไม่ยอมยกมือให้ส้ม ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ให้อำนาจพิสดารจาก สว มาหักล้างเสียงของประชาชน ทั้งๆที่ ส้มรวบรวมเสียง สส รวมกันแล้วถึง 300 คน
รอบนี้ลุงไปแล้ว แต่กระแสเบื่อระบบราชการแบบเดิมๆที่บริหารโดยไม่เห็นหัวประชาชน เอาเงินผู้ประกันตนไปละเลงกันจนป่นปี้ ส่งผลให้ผู้ประกันตนเบิกเงินไม่ได้ (เพราะระบบล่ม) แถมยักยอกไปตัดสูทแจกกันเอง 35 ล้าน แล้วอ้างว่าเพื่อจะได้บริการประชาชนนอกสถานที่ได้ นี่ยังไม่รวมเรื่องตึก สตง ที่ยังไม่มีข้าราชการระดับสูงคนไหนติดคุกแม้แต่คนเดียว
วีรกรรมเหล่านี้สร้างความเดือดดาลให้กับสังคมยิ่งกว่ากระแสเบื่อลุง เพราะนี่เล่นมาล้วงเงินเก็บของผู้ประกันตนซึ่งมีถึง 24 ล้านคน มาปรนเปรอกันเองอย่างสนุกสนาน
โดยไม่จำใส่กระโหลกบ้างว่า
เงินเหล่านั้นมาจากเงินของผู้ประกันตนที่ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ เพื่อส่งเงินมาเก็บที่ประกันสังคมเดือนละ 825 บาท (อัตราใหม่ที่ปรับขึ้นปีนี้ เดิม 750) ซึ่งหวังที่จะฝากผีฝากไข้ในยามที่พวกเขาชราภาพและเจ็บป่วย
รอบนี้กระแสสังคมจึงเดือดดาลและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาขับไล่พวกนักการเมืองหน้าเดิมๆที่เป็นต้นเหตุของความเลวร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก
ส่งผลให้บางพรรคถึงกับร้อนรน ออกมาพูดทำนองว่าพรรคของฉันรักชาติมากนะ ที่ผ่านมาพรรคฉันไม่เคยทำอะไรไม่ดีเลย ประชาชนต้องเลือกพรรคของฉันอย่าไปเลือกพรรคที่มันไม่รักชาติ
อันนี้ยิ่งตอกน้ำว่าคนพวกนี้ตรรกะวิบัติขนาดไหน ไม่เคยพิจารณาวีรกรรมที่พรรคพวกตัวเองเคยกระทำ ดีแต่กล่าวหาว่า พรรคนั้นพรรคนี้ไม่รักชาติ มีแต่พวกตนเท่านั้นที่รักชาติ (จนต้องเอาที่ดินของชาติมาเป็นของตัวเอง)
ตอนนี้สังคมไทยน่าจะเริ่มจับกระแสได้แล้วว่าคนไทยเกลียดอะไร และคนแบบไหนที่สุด
รอบนี้ลุงไปแล้ว แต่กระแสเบื่อระบบราชการแบบเดิมๆที่บริหารโดยไม่เห็นหัวประชาชน เอาเงินผู้ประกันตนไปละเลงกันจนป่นปี้ ส่งผลให้ผู้ประกันตนเบิกเงินไม่ได้ (เพราะระบบล่ม) แถมยักยอกไปตัดสูทแจกกันเอง 35 ล้าน แล้วอ้างว่าเพื่อจะได้บริการประชาชนนอกสถานที่ได้ นี่ยังไม่รวมเรื่องตึก สตง ที่ยังไม่มีข้าราชการระดับสูงคนไหนติดคุกแม้แต่คนเดียว
วีรกรรมเหล่านี้สร้างความเดือดดาลให้กับสังคมยิ่งกว่ากระแสเบื่อลุง เพราะนี่เล่นมาล้วงเงินเก็บของผู้ประกันตนซึ่งมีถึง 24 ล้านคน มาปรนเปรอกันเองอย่างสนุกสนาน โดยไม่จำใส่กระโหลกบ้างว่า
เงินเหล่านั้นมาจากเงินของผู้ประกันตนที่ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ เพื่อส่งเงินมาเก็บที่ประกันสังคมเดือนละ 825 บาท (อัตราใหม่ที่ปรับขึ้นปีนี้ เดิม 750) ซึ่งหวังที่จะฝากผีฝากไข้ในยามที่พวกเขาชราภาพและเจ็บป่วย
รอบนี้กระแสสังคมจึงเดือดดาลและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาขับไล่พวกนักการเมืองหน้าเดิมๆที่เป็นต้นเหตุของความเลวร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก
ส่งผลให้บางพรรคถึงกับร้อนรน ออกมาพูดทำนองว่าพรรคของฉันรักชาติมากนะ ที่ผ่านมาพรรคฉันไม่เคยทำอะไรไม่ดีเลย ประชาชนต้องเลือกพรรคของฉันอย่าไปเลือกพรรคที่มันไม่รักชาติ
อันนี้ยิ่งตอกน้ำว่าคนพวกนี้ตรรกะวิบัติขนาดไหน ไม่เคยพิจารณาวีรกรรมที่พรรคพวกตัวเองเคยกระทำ ดีแต่กล่าวหาว่า พรรคนั้นพรรคนี้ไม่รักชาติ มีแต่พวกตนเท่านั้นที่รักชาติ (จนต้องเอาที่ดินของชาติมาเป็นของตัวเอง)