เมื่อ "ศรัทธา" ถูกหักหลังด้วย "ความจริง": บทเรียนราคาแพงจากทศวรรษแห่งความเงียบงัน

กระทู้สนทนา
ผมเชื่อว่าหลายคนในเจเนอเรชันเดียวกับผม เติบโตมาด้วยชุดความคิดที่เรียบง่ายและขาวสะอาดที่สุด โลกของเราเคยถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน: ฝั่งหนึ่งคือ "คนดี" ผู้เสียสละ ผู้มีบารมี และเป็นเสาหลักที่แตะต้องไม่ได้ อีกฝั่งคือ "นักเลือกตั้ง" ที่ฉ้อฉล สกปรก และจ้องจะกัดกินประเทศ

        ด้วยสมการนี้... คำตอบในใจเราจึงง่ายนิดเดียว เราจึงเคยเป่านกหวีด เคยลงถนน หรือเคยยินดีกับการที่รถถังออกมาวิ่งเพ่นพ่าน เพียงเพราะเราฝันหวานว่า... ขอแค่กำจัด "คนชั่ว" ออกไป แล้วให้ "คนดี" มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ประเทศไทยจะกลายเป็นสิงคโปร์ที่มีลี กวน ยู ปกครอง ความสงบจะนำมาซึ่งความเจริญ และเราจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์เสียที

แต่เวลา 10 ปีที่ผ่านมา... คือครูที่โหดร้ายที่สุด

        มันสอนให้เราเห็น "ความจริง" ที่เจ็บปวดจนแทบไม่อยากยอมรับว่า: "ความดี" ในบริบทของบ้านเมืองนี้ ไม่ใช่ "พฤติกรรม" แต่เป็น "ยี่ห้อ" มันคือใบอนุญาตพิเศษที่ใช้แปะหน้าผากคนบางกลุ่ม เพื่อให้พวกเขาสามารถทำในสิ่งที่พวก "นักเลือกตั้ง" เคยทำได้ โดยไม่มีความผิด

        เราได้เห็น "ตั๋วช้าง" ที่ลัดคิวความยุติธรรม เราได้เห็น "นาฬิกายืมเพื่อน" ที่รอดพ้นการตรวจสอบ เราได้เห็น "การก่อสร้างที่ถล่มทับคนตาย" แต่ทุกอย่างกลับถูกต้องตามระเบียบราชการ เราได้เห็นงบประมาณที่ตรวจสอบไม่ได้ และองค์กรอิสระที่ตาบอดสีเมื่อมองพวกเดียวกัน และจุดพีคที่สุด... คือวันที่เราได้เห็น "ศัตรูที่เคยอาฆาตมาดร้าย" จับมือจูบปากกันอย่างดูดดื่มเพื่อแบ่งเค้กก้อนโต วินาทีนั้น หน้ากากแห่งอุดมการณ์ก็หลุดร่วงลงพื้น แตกกระจายไม่มีชิ้นดี ทำให้เรารู้แจ้งว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้สู้เพื่อ "ความถูกต้อง" แต่เราเป็นแค่ "เบี้ย" ในกระดานที่เขาใช้หลอกให้เกลียดกัน เพื่อที่เขาจะได้ครองอำนาจต่อไปเรื่อยๆ

        เมื่อศรัทธาพังทลาย... เราจึงเริ่มเปิดตามองหา "ทางเลือกใหม่" เราไม่ได้หันไปหา "สีใหม่" เพราะถูกล้างสมอง หรือเพราะลืมรากเหง้า แต่เราหันไปหาเพราะเราต้องการ "ระบบ" เราเลิกเชื่อในตัวบุคคล (Hero) แล้ว แต่เราต้องการ "กติกา" (System) ที่ไม่ว่าใครเข้ามา—จะเป็นคนดีหรือคนเลว—เขาก็จะโกงเราไม่ได้ เขาจะรังแกเราไม่ได้ และเขาต้องถูกตรวจสอบได้เท่าเทียมกัน

        เราไม่ได้ต้องการผู้วิเศษมาโปรยทาน เราแค่ต้องการสังคมที่มองคนเป็นคน มองภาษีเป็นหน้าที่รัฐ และมองกฎหมายเป็นขื่อแป ไม่ใช่เครื่องมือบั่นคอคนเห็นต่าง

สุดท้าย... ผมขอทิ้งคำถามไว้ให้สังคมไทยได้ขบคิดสักนิด

        ในเมื่อ "คนดี" ที่เราเคยศรัทธา สามารถทำเรื่องที่เลวร้ายได้โดยมีกฎหมายคุ้มครอง และ "คนรุ่นใหม่" ที่เราเคยถูกสอนให้เกลียด กลับพยายามเรียกร้องให้มีระบบตรวจสอบคนโกง (รวมถึงพวกตัวเอง)

ตกลงแล้ว... สิ่งที่น่ากลัวสำหรับประเทศไทย คือ "คนรุ่นใหม่ที่คิดจะรื้อโครงสร้าง" หรือคือ "คนดีจอมปลอมที่กำลังกัดกินโครงสร้างจนกลวงโบ๋" กันแน่?

คำตอบไม่ได้อยู่ในสายลม... แต่อยู่ในใบเสร็จค่าไฟ ค่าน้ำมัน และคุณภาพชีวิตที่คุณเจออยู่ทุกวันนี้ครับ.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่