ระวัง คนขับรถบางคนขับรถตุปัดตุเป๋ เดินโซเซ เค้าอาจจะไม่ได้เมา แต่เค้าอาจจะมีอาการทางสมองฉับพลัน ต้องรีบรักษาให้ทันท่วงที

กระทู้สนทนา
จากเคสลุงแท๊กซี่ที่มีการเหมือนเมา แต่ที่จริงแล้ว
เกิดจาก stroke ภรรยาไล่เรียงเหตุการณ์

 เหตุการณ์หน้าร้านสะดวกซื้อ
- ช่วงเวลา 02:00 - 02:30 น. คุณลุงขับรถไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อบุหรี่ พนักงานสังเกตว่าเริ่มมีอาการพูดไม่ชัดจับใจความยาก
- ขณะที่กำลังจ่ายเงินคุณลุงเกิดอาการวูบล้มหัวฟาดเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ลูกค้าในร้านช่วยพยุงและพนัก งานถามว่าจะให้เรียกรถพยาบาลหรือไม่แต่ว่าคุณลุงซึ่งอยู่ในสภาวะสับสนได้ปฏิเสธไปและพยายามพยุงตัวกลับไปขับรถ

 การเกิดอุบัติเหตุ
- ช่วงเวลา 02:30 - 03:00 น. คุณลุง ก็ขับรถชนรถที่จอดฝั่งขาเข้าหมู่บ้าน 2 คัน จากนั้นได้วนรถกลับและชนรถฝั่งขาออกอีก 2 คัน
- ขณะนั้นมี รปภ. เห็นเหตุการณ์ จึงได้สั่งให้หยุดรถเพราะเข้าใจว่าเมาสุรา คุณลุงก็ลงจากรถด้วยอาการอ่อนแรงซีกซ้าย พยายามจะพยุงตัวไม่ให้ล้มและเริ่มขาดสติ
- ทาง รปภ. ถ่ายคลิปวิดีโอและก็โทรแจ้งตำรวจโดยไม่ได้โทรเรียกรถพยาบาล

การประเมินอาการ ยืนมอง
- ช่วงเวลา03:00 - 03:30 น.เพื่อนบ้านมาตามภรรยา ของคุณลุง แจ้งว่าคุณลุงได้ขับรถชนมั่วไปหมด เมื่อภรรยาไปถึงพบคนยืนมุง 2-3 คน ทุกคนต่างก็ตัดสินว่า " เมา " และไม่มีใครเข้าช่วยพยุง
- เวลา 03:15 น. ภรรยาจึงตามตัวลูก มายังที่เกิดเหตุ คุณลุงบอกว่าไปล้มที่เซเว่นมา เมื่อสอบถามพนักงานจึงทราบเหตุการณ์ล้มหัวฟาดก่อนหน้านี้
- เวลา 03:30 น. ตำรวจและคนรอบข้างก็ยังคงปักใจเชื่อว่าเมา แม้ไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ ตำรวจพยายามขู่เรื่องคดีเมาแล้วขับและขอตรวจเลือด
- ภรรยาจึงยืนยันให้ตรวจเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งผลออกมาคือ " ไม่มีแอลกอฮอล์ในเลือด "

 กู้ภัยถึงจุดเกิดเหตุ
- ช่วงเวลา 03:30 น.กู้ภัยฯ เริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ปากเบี้ยว อ่อนแรง พูดไม่รู้เรื่อง จึงได้เรียกรถพยาบาลมารับตัวส่ง โรงพยาบาลเสนา
- เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะสมองขาดออกซิเจนจากเส้นเลืxxตีบ ต้องให้ยาละลายลิ่ม เลืxx แต่มีความเสี่ยง ต่อมาอาการทรุดลง จึงส่งตัวต่อให้กับ รพ.ธรรมศาสตร์

ส่งต่อ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
- เวลา 09:00 น.ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ผลฉีดสีสแกนสมองพบว่า เส้นเลืxxแตกแล้ว และเนื้อสมองซีกซ้ายตาย แต่ไม่สามารถรักษาต่อได้ เนื่องจากติดสิทธิ์ประกันสังคมที่อื่น ทำได้เพียงประคองอาการ
- เมื่อส่งตัวไปที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ก็ต้องรอผ่าตัดในห้องฉุกเฉินจนถึงเวลา 19:00 น. ได้ส่งผลให้สมองบวมรุนแรงจนต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกในที่สุด

 ประเด็นสำคัญที่ต้องการสะท้อน
- การมอง อาการอ่อนแรง และสับสนคือ "อาการเมา" ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการกู้ชีพทันท่วงที
- เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์คนแรก เน้นการถ่ายคลิปและแจ้งตำรวจ มากกว่าการประเมินอาการป่วยหรือเรียกหน่วยแพทย์ 
/left]

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่