ในฐานะผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์การเติบโตของ Urban Lifestyle ในกรุงเทพฯ มาโดยตลอด การได้เห็นโครงการใหม่ผุดขึ้นในย่านที่มีพลวัตสูงอย่าง (ทองหล่อ/ประชาอุทิศ) ย่อมสร้างความคาดหวังถึง "ความสดใหม่" และการตีความวิถีชีวิตคนเมืองในรูปแบบที่ร่วมสมัย แต่สำหรับการมาถึงของ Market Place นั้น ต้องขออนุญาตแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า นี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของคำว่า "Anachronism" หรือความผิดที่ผิดเวลาทางสถาปัตยกรรม
ความรู้สึกแรกพบ: ความงามที่หยุดนิ่งในทศวรรษก่อน
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โครงการ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความตื่นตาตื่นใจ แต่กลับเป็นความรู้สึก Déjà vu เหมือนเรากำลังย้อนกลับไปเดิน Community Mall ยุคบุกเบิกเมื่อประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว ภาษาการออกแบบ (Design Language) ที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นโทนสี รูปทรงของอาคาร หรือแม้แต่การเลือกใช้วัสดุตกแต่ง สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมที่ค่อนข้าง "อนุรักษนิยม" จนเกินงาม
ในยุคที่เทรนด์สถาปัตยกรรมโลกมุ่งเน้นความ Minimalist, Sustainable หรือการสร้าง Space ที่เอื้อต่อการทำ Content (Instagrammable Spots) โครงการนี้กลับเลือกที่จะนำเสนอความหรูหราแบบประดิดประดอยที่ดู "Cheesy" (เลี่ยน) และขัดแย้งกับบริบทของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความ Classic แต่มันคือความ "Dated" หรือตกยุคที่น่าเสียดาย
User Experience ที่ขาดความเข้าใจในบริบทปัจจุบัน
สิ่งที่น่ากังวลกว่ารูปลักษณ์ภายนอก คือการวางผังและการจัดการพื้นที่ (Space Allocation) ดูเหมือนว่าผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการอาจจะยังยึดติดกับตำราการทำห้างร้านแบบดั้งเดิม โดยละเลยพฤติกรรมของผู้บริโภคยุค Digital Nomad หรือ Gen Z ที่มองหา "Third Place" ที่มี Character ชัดเจน
Zoning: การจัดวางร้านค้าและการเชื่อมต่อของพื้นที่ (Circulation) ขาดความลื่นไหล (Flow) ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูแห้งแล้งและไม่เชิญชวนให้ใช้เวลาอยู่นานๆ
Tenant Mix: ร้านค้าที่มาลงดูขาดการ Curate หรือคัดสรรให้เข้ากับรสนิยมของคนในย่าน กลายเป็นการรวมตัวของร้านค้าที่ดู "สะเปะสะปะ" และไม่สามารถสร้างแรงดึงดูด (Magnet) ได้มากพอ
บทสรุป: โอกาสที่หลุดลอย
ต้องยอมรับว่าทำเลที่ตั้งของ [ชื่อโครงการ] นั้นมีศักยภาพที่สูงมาก แต่การตีโจทย์ที่ "Play safe" จนกลายเป็นความเชย หรือการขาดวิสัยทัศน์ในการมองเทรนด์อนาคต ทำให้โครงการนี้ดูแปลกแยกเหมือนคนแปลกหน้าที่แต่งตัวผิดธีมในงานปาร์ตี้
การทำ Community Mall ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างตึกแล้วแบ่งล็อกให้เช่า แต่คือการสร้าง "Vibe" และ "Community" ที่แท้จริง หากทางโครงการยังไม่ปรับปรุงภาพลักษณ์หรือรีแบรนด์ให้มีความร่วมสมัย (Modernize) เกรงว่าพื้นที่แห่งนี้อาจจะเป็นได้เพียงอนุสรณ์สถานของแนวคิดที่ตกขบวนรถไฟแห่งกาลเวลาเท่านั้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคตครับ
เมื่อความตั้งใจสวนทางกับกาลเวลา และโจทย์ที่ตีไม่แตกในย่านศักยภาพ ของ Community Mall CPN
ความรู้สึกแรกพบ: ความงามที่หยุดนิ่งในทศวรรษก่อน
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โครงการ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความตื่นตาตื่นใจ แต่กลับเป็นความรู้สึก Déjà vu เหมือนเรากำลังย้อนกลับไปเดิน Community Mall ยุคบุกเบิกเมื่อประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว ภาษาการออกแบบ (Design Language) ที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นโทนสี รูปทรงของอาคาร หรือแม้แต่การเลือกใช้วัสดุตกแต่ง สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมที่ค่อนข้าง "อนุรักษนิยม" จนเกินงาม
ในยุคที่เทรนด์สถาปัตยกรรมโลกมุ่งเน้นความ Minimalist, Sustainable หรือการสร้าง Space ที่เอื้อต่อการทำ Content (Instagrammable Spots) โครงการนี้กลับเลือกที่จะนำเสนอความหรูหราแบบประดิดประดอยที่ดู "Cheesy" (เลี่ยน) และขัดแย้งกับบริบทของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความ Classic แต่มันคือความ "Dated" หรือตกยุคที่น่าเสียดาย
User Experience ที่ขาดความเข้าใจในบริบทปัจจุบัน
สิ่งที่น่ากังวลกว่ารูปลักษณ์ภายนอก คือการวางผังและการจัดการพื้นที่ (Space Allocation) ดูเหมือนว่าผู้ออกแบบและเจ้าของโครงการอาจจะยังยึดติดกับตำราการทำห้างร้านแบบดั้งเดิม โดยละเลยพฤติกรรมของผู้บริโภคยุค Digital Nomad หรือ Gen Z ที่มองหา "Third Place" ที่มี Character ชัดเจน
Zoning: การจัดวางร้านค้าและการเชื่อมต่อของพื้นที่ (Circulation) ขาดความลื่นไหล (Flow) ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูแห้งแล้งและไม่เชิญชวนให้ใช้เวลาอยู่นานๆ
Tenant Mix: ร้านค้าที่มาลงดูขาดการ Curate หรือคัดสรรให้เข้ากับรสนิยมของคนในย่าน กลายเป็นการรวมตัวของร้านค้าที่ดู "สะเปะสะปะ" และไม่สามารถสร้างแรงดึงดูด (Magnet) ได้มากพอ
บทสรุป: โอกาสที่หลุดลอย
ต้องยอมรับว่าทำเลที่ตั้งของ [ชื่อโครงการ] นั้นมีศักยภาพที่สูงมาก แต่การตีโจทย์ที่ "Play safe" จนกลายเป็นความเชย หรือการขาดวิสัยทัศน์ในการมองเทรนด์อนาคต ทำให้โครงการนี้ดูแปลกแยกเหมือนคนแปลกหน้าที่แต่งตัวผิดธีมในงานปาร์ตี้
การทำ Community Mall ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การสร้างตึกแล้วแบ่งล็อกให้เช่า แต่คือการสร้าง "Vibe" และ "Community" ที่แท้จริง หากทางโครงการยังไม่ปรับปรุงภาพลักษณ์หรือรีแบรนด์ให้มีความร่วมสมัย (Modernize) เกรงว่าพื้นที่แห่งนี้อาจจะเป็นได้เพียงอนุสรณ์สถานของแนวคิดที่ตกขบวนรถไฟแห่งกาลเวลาเท่านั้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคตครับ