เรื่อยเปื่อยตามกระแส เลือกตั้ง69

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก รู้ตัวอีกทีฉันก็เป็นสมาชิกของpantipมาเกือบ20ปีแล้ว จากช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ได้จากไปสักพักแล้ว เข้าสู่วัยชราอย่างเป็นทางการ
               ฉันไม่ค่อยได้ตั้งหัวข้อสนทนามากนัก มักจะเป็นนักอ่านหรือมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่า แน่นอนว่าฉันมีความสนใจในหลายคอมมูนิตี้ รวมทั้งราชดำเนิน
               เป็นธรรมดา เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา ห้องราชดำเนินจะเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการมีส่วนร่วมพัฒนาประชาธิปไตยภายในประเทศนี้ ฉันจำไม่ได้ว่าฉันอยู่ในห้องราชดำเนินมานานมากแค่ไหน อันที่จริงน่าจะก่อนปี2550ด้วยซ้ำ จำไม่ได้แล้ว ก่อนที่pantip จะให้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกอย่างจริงจัง
               ความขัดแย้งมากมายเหลือเกิน แอดมินต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อตรวจสอบเนื้อหาในกระทู้ ความขัดแย้งก็เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยเช่นกัน ทุกคนหาข้อมูลมากมายเพื่อสนับสนุนความคิดของตน และมันทำให้ฉันใช้ความคิดและตรรกะมากขึ้น ฉันเองก็ค้นหาข้อมูลมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองตกอยู่ในความเชื่ออันเป็นเท็จ แต่ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตก็มีจำกัดเช่นกัน บางเรื่องฉันก็รู้ว่าฉันจะหามันไม่เจอหรอก
               ฉันไม่ควรหลงเชื่อทุกอย่างที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตและทีวี ทุกวันนี้ฉันก็ยังคิดอย่างนั้นนะ อินเตอร์เน็ตและทีวีจะเป็นเพียงส่วนเสริมเท่านั้น ยกตัวเอย่างหากฉันค้นหาข้อมูลที่พักสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสักแห่ง แน่นอนฉันก็ไม่เชื่อภาพที่พักที่เจ้าของนำแสดงทั้งหมดหรอก ฉันต้องอ่านความคิดเห็นที่รีวิวถึงสถานที่นั้น แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ข้อสรุป ฉันจะสรุปข้อมูลทั้งหมดหลังจากที่ฉันได้เข้าพักจริงเรียบร้อยแล้ว ว่าตรงกับที่เจ้าของและผู้รีวิวได้บรรยายไว้หรือไม่
               เรื่องนี้ไม่แตกต่างกันเลยกับการเมืองและการเลือกตั้ง หลายพรรคการเมืองฉันเคยเห็นพวกเขาเป็นรัฐบาลแล้ว ฉันก็รู้แล้วว่าพวกเขาเป็นอย่างไร มีศักยภาพแค่ไหน ฉันเคยเลือกพรรคการเมืองหนึ่งมาหลายครั้ง แล้วฉันก็เปลี่ยนใจเพราะพวกเขาไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของฉันแล้ว ทำไมฉันจะเปลี่ยนไปไม่ได้ล่ะ ฉันไม่เคยยึดติดกับพรรคใดพรรคหนึ่ง เหมือนการเป็นแฟนคลับฟุตบอลเลย เพราะนี่มันเรื่องของชาติบ้านเมืองนะ
               แต่ทุกวันนี้ก็ยังได้ยินอยู่เรื่อยๆ ว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว แต่ฉันว่าเสียงพวกนี้มันลดลงนะ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวยุคนี้ พวกเขามีความรู้มากกว่า จากการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต
               เพราะหลานของฉันเองเขาเรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ในชั้นมัธยมต้น เท่ากับที่ฉันเคยเรียนในชั้นมัธยมปลาย เรื่องนี้มันถูกต้องแล้ว เพราะถ้ายังเรียนแบบเดิมๆ อย่าหวังว่าประเทศชาติจะตามประเทศอื่นได้อีกเลย วิชาพวกนี้ยังคงเป็นแกนหลักสำหรับโรงเรียน ส่วนสังคมศึกษา ตรรกะ ฉันยังเชื่อว่าลูกหลานควรได้เรียนรู้จากครอบครัวเป็นหลัก สอนให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ คิดเป็นระบบมีเหตุผล เสริมประสบการณ์การใช้ชีวิตให้มากขึ้นตามวัย เรื่องนี้โรงเรียนไม่สามารถมอบให้ได้   
               สังคมเศรษฐกิจยุคใหม่ จะใช้มาตรฐานเดิมมาใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันจะยกระดับสูงขึ้นทุกวัน ฉันจะยกตัวอย่างเล่นๆเรื่องเศษฐกิจว่า ประเทศนี้สูญเสียดุลการค้าทางอินเตอร์เน็ตไปมากเลยนะ ทั้งเกมส์มือถือ ความบันเทิงบนมือถือที่ต้องใช้จ่ายเป็นสมาชิกเพื่อรับชมเนื้อหา ฉันจะไม่พูดถึงแอปพลิเคชั่นพวกนี้ทั้งหมดหรอก แต่ฉันก็เสียเงินให้พวกเขาเป็นหลักพันทุกเดือน ทั้งผลิตภัณฑ์จากอเมริกา และจีน
               ดังนั้น เมื่อกลับมาคิดดูอีกครั้ง ว่าใครเคยเป็นรัฐบาลที่จริงจังกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตมาบ้าง ฉันก็มาดูว่า พวกเขามีศักยภาพพอที่จะออกไปต่อสู้ทั่วโลกกับยุคอินเตอร์เน็ตนี้ไหมล่ะ!? แล้วฉันก็ต้องเสียใจ พวกเขายังติดตั้งแอปพลิเคชั่นบนมือถือไม่เป็นด้วยซ้ำ คนรุ่นใหม่ที่เก่งเรื่องพวกนี้หนีออกไปทำงาน หรือจดทะเบียนบริษัทเพื่อพัฒนาในต่างประเทศ พวกเขายังมองไม่เห็นความหวังว่าใครจะมีศักยภาพพอในเรื่องนี้ คนพวกนี้คิดแต่เรื่องโควต้าเก้าอี้ของพวกเขา วันๆคิดแต่ว่าจะปราบปรามฝ่ายตรงข้ามลงด้วยกลยุทธ์อะไรดี เรื่องพวกนี้พวกเขาฉลาดมากที่สุด ดังนั้นไม่มีหวังเลย   
               การเลือกตั้ง69 ฉันคิดว่าผลมันยังเหมือนเดิม เพราะคนรุ่นเก่ายังอยู่ คุณยายอายุ80ปียังคงออกไปเลือกตั้ง และกาเลือกใครสักคนที่ดีกับเขา ขณะที่เด็กรุ่นใหม่มีอัตราการเกิดต่ำ ฉันไม่แน่ใจว่าต่ำสุดในโลกหรือไม่นะ เพราะแม้แต่ฉันเองก็ไม่มีลูก แต่ยังดีที่มีหลาน ดังนั้นเสียงคนรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ยังคงป่ะปน ผลมันน่าจะคล้ายๆครั้งที่แล้ว
               โดยสรุปแล้ว ฉันยังเชื่อว่า หลังการเลือกตั้ง เราได้นักการเมืองแบบไหนเข้ามา นั่นแสดงถึงคุณภาพประชาชนของประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้นจะไปโทษใครล่ะ ไปโทษคุณยาย80ปีดีไหม ฉันเลือกแบบนี้แล้วแต่ยังแพ้ นั่นแสดงว่าคนที่ไม่ได้คิดแบบฉัน นั้นพวกเขายังมีมากกว่า จะไปโทษใครล่ะ
               คราวที่แล้วผลของของการลงประชามติรัฐธรรมนูญนั้นก็ชัดเจนมากเช่นกัน แต่จะไปโทษใครล่ะ วิจารณญาณ ตรรกะ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นแบบไหนก็ได้ผลมาแบบนั้นแหล่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่