บวดฟักทองไทยเนื้อมะพร้าวอ่อนแปะก๊วย ชื่อยาวไปไหนก๊อนน

กระทู้สนทนา

เดินตลาดสดช่วงเช้าวันก่อน เห็นฟักทองเนื้อสวยมากๆ อดใจไม่ไหวต้องเอาเขากลับมาบ้านด้วย เป็นผักที่สบายฟันแม่เปปสุดๆ คือใส่ปากแล้วก็แทบไม่ต้องเคี้ยว ตั้งใจไว้ว่าจะทำ เมนูผัดฟักทองใส่ไข่ใบโหระพา และจะแบ่งไปนึ่งกินง่ายๆ เป็นของว่างกินเล่นช่วงบ่ายๆได้อีกด้วย

แต่เมื่อถึงบ้านพี่สาวแม่เปปก็โทรมา บอกพี่อยากกินฟักทองญี่ปุ่นบวดจัง ไปหาฟักทองมาทำให้พี่หน่อยได้ไหมน้องรัก แหมๆ เหมือนมีตาวิเศษมองเห็นแน่ะ แต่ต้องฟักทองญี่ปุ่นด้วยหรา... แม่เปปเลยบอกว่ามีฟักทองไทย เนื้อดี เหนียวหนึบหนับ(คิดว่านะ) จะกินไหม

ลูกค้าแม่เปป นิ่งไปแพร๊บ แล้วก็ตอบว่า เออ ก็ได้ๆ ...ถ้าตอบว่าไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน 😂

ดูเนื้อฟักทองที่แม่เปปได้มาซะก่อน สีสวยมากๆ  ลูกใหญ่หนักหลายกิโล แต่ลูกค้าต้องการซื้อชิ้นใหญ่-เล็กแค่ไหนก็บอกได้ คนขายตัดให้ตามต้องการ แถมมีบริการฟรี ปอกเปลือกฟักทองคว้านไส้ในให้ด้วย เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้ายิ่งนัก

มาถึงบ้านก็นำมาล้างสะอาด 1 น้ำ จัดการใช้มีดแซะเก็บงานอีกเล็กน้อย ตามร่องผิวของเขาจะมีเปลือกและดินติดหลงเหลืออยู่บ้าง ใช้มีดเล็กๆ แซะออกทิ้งไปเลย จัดการหั่นเป็นชิ้นขนาดสวยงามพอดีคำ เสร็จก็นำไปแช่น้ำปูนใสในโหลที่แม่เปปมีติดบ้านไว้เสมอ  

การแช่น้ำปูนใสเป็นภูมิปัญญาไทยโบราณ  เพื่อทำให้เนื้อสัมผัสกรอบ แข็งขึ้น และคงรูปเมื่อผ่านการทำอาหารประเภทเชื่อม ต้ม หรือทอด โดยแคลเซียมในน้ำปูนใสจะทำปฏิกิริยากับเพคตินในพืช ทำให้โครงสร้างแน่นขึ้น ให้ผิวนอกเขากรอบ ไม่ยุ่ยเละง่าย...ข้อมูลวิชาการ ที่ลอกเขามานะ

แม่เปปจะซื้อปูนแดงกินหมากมาใส่ไว้ในโหลใบย่อม​มีฝาปิด (เป็นแก้วหรือพลาสติกก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นอลูมิเนียม) แล้วก็ใส่น้ำสะอาดเกือบเต็ม ใช้ตะเกียบไม้ยาวๆ กวนๆ คนๆ ให้ปูนแดงแตกตัวละลายในน้ำ แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ ข้ามวันข้ามคืนหรือทิ้งไว้หลายวันหลายคืนยังได้ พอจะใช้ทำอะไรก็เทน้ำใสๆเขาออกมา แล้วก็เติมน้ำสะอาดใส่ให้เต็มเช่นเดิม วนๆไปแบบนี้ ปูนถุงเล็กๆ ใช้ได้นานหลายเดือนมากๆ เลยนะ

ฝ้าแผ่นๆที่ลอยอยู่ด้านบนของน้ำปูนใสเป็นเรื่องปกตินะคะ เขาคือตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตค่ะ เราก็ตักฝ้าเขาออกก่อนใช้น้ำใสๆ แม่เปปจะใช้ตะแกรงเล็กๆตาถี่ๆกรองตอนเทน้ำปูนใสมาใช้ค่ะ ฝ้าแผ่นๆก็จะติดในตะแกรงอย่างง่ายดาย เราก็เคาะทิ้งไปได้เลย

และนี่คือน้ำปูนใสที่แม่เปปกรองฝ้าออกแล้วนำมาใช้แช่ฟักทอง เขาใสสมชื่อจริงๆ

ออกตัวก่อนนะคะ ว่าเรื่องขนมไทยนี่ แม่เปปไม่ได้ชำนาญใดๆเลย แค่พอทำได้บางเมนูเท่านั้นค่ะ ถ้ามีเมนูขนมไทยที่อยากกิน แต่กรรมวิธีขั้นตอน ยุ่งยากเกิน ที่แม่เปปจะลงมือทำ ก็จะไปหาซื้อจากคนที่เขาทำขายเป็นอาชีพค่ะ


หยิบหม้อมา 1 ใบ ตั้งเตาเปิดไฟกลางค่อนไปทางอ่อนนะคะ ใส่หางกะทิลงไป ถ้ามีหัวกะทิก็ใช้แทนได้ใส่ลงไปเล็กน้อยก่อน แล้วก็เติมน้ำสะอาดลงไป ก็จะเป็นหางกะทิแล้วค่ะ (ง่ายไหม ) ปริมาณหางกะทิในหม้อ ก็ดูว่าใส่ฟักทองลงไปในหม้อหมดแล้ว ให้พอมีน้ำกะทิท่วมๆละค่ะ  พอหางกะทิขอบๆ หม้อเริ่มเดือด ก็ใส่ใบเตย(ขยำๆให้ใบเตยช้ำซะหน่อย กลิ่นหอมเขาจะแรงขึ้นค่ะ) ลงไปเขาจะเพิ่มกลิ่นหอมให้กะทิเรา ใบเตยหอม แม่เปปปลูกเองนะ ปลอดสารค่ะ ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว/หรือน้ำตาลโตนด/หรือน้ำตาลอ้อย ใช้ได้หมดค่ะ + น้ำตาลทรายขาวลงไปในหม้อ

ปริมาณอย่าเพิ่งเยอะ ต้องดูว่าเราใส่หางกะทิไปแค่ไหนก่อน แม่เปปทำไปก็ชิมไป (บอกแล้ว เรื่องขนมไทยอย่าไว้ใจแม่เปป ไม่ค่อยได้เรื่อง 😂) ระหว่างนั้นใช้ทัพพีคนๆหางกะทิในหม้อ ช่วยให้น้ำตาลและเกลือเขาละลายรวมรสชาติกับหางกะทิได้ดีขึ้น ให้เดือดปุดๆพอ อย่าเดือดพล่านนะคะ น้ำกะทิจะกลายเป็นลูกๆก้อนๆ ไม่เนียนสวย ระหว่างนั้นก็ คนบ้าง พักบ้างได้ค่ะ ชิมรสชาติ หวาน เค็ม มัน ให้ถูกใจเลย พอเขาเดือดอีกครั้ง ก็ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป มากน้อย ตามชอบเลย ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ค่ะ เราใส่ตอนเดือดเพื่อให้เนื้อมะพร้าวโดนความร้อนสุกทั่วๆ ทำเสร็จแล้วปล่อยไว้หลายชั่วโมงขนมก็ไม่เสียง่ายค่ะ

แล้วก็ใส่ฟักทอง และแปะก๊วยลงไปในหม้อ ให้หางกะทิเดือดไฟกลางๆอีกเช่นเคย ระหว่างนี้ ก็ใช้พายไม้ คนเขาเบาๆบ้างเพื่อไม่ให้กะทิเดือดพล่านเกิน แต่อย่าคนบ่อยฟักทองจะเละค่ะ ใส่ฟักทองลงไปรอให้สุก ประมาณ 7-9 นาที ได้ ถ้าใครไม่แน่ใจ พอผ่านไปสัก 7 นาที ลองตักฟักทองขึ้นมาสักชิ้นนึง แล้วใช้ไม้แหลมๆ จิ้มที่ฟักทอง ถ้าทะลุผ่านก็คือสุกแล้ว อย่าให้สุกมากไป ฟักทองจะเละเกิน (ของแม่เปป ใช้จิ้มแล้วยังหนึบๆไม่ทะลุง่ายก็เป็นพอ เพราะเมื่อเราปิดไฟ ความร้อนจากกะทิในหม้อยังมี สามารถทำให้เนื้อฟักทองสุกต่อไปอีกได้)

พอสุกตามต้องการ ก็เทหัวกะทิลงไปในหม้อ ใช้พายไม้คนรอบๆหม้อ 2-3 ที ช่วยให้หัวกะทิรวมตัวกับหางได้ทั่วๆ (ใช้พายไม้ จะช่วยให้ฟักทองไม่เละเท่าใช้ทัพพีโลหะค่ะ) ปล่อยให้เขาเดือดเบาๆ ไม่เดือดพล่านนะคะ แล้วก็ปิดไฟได้เลยค่ะ

แปะก๊วยนี่ซื้อมาจากตลาดเขาต้มสุกมาแล้ว แต่แม่เปปก็นำมาต้มเองอีกครั้งเสมอ ต้มให้เขาเดือดๆแล้วสักครู่ก็ปิดไฟ เทน้ำที่ต้มทิ้งไป นำเขาล้างในน้ำอุณหภูมิปกติอีกครั้ง แล้วก็จะเก็บเขาใส่ตู้เย็นไว้ทำเมนูต่างๆ ต่อไปอย่างมั่นใจ

วัตถุดิบตามแม่เปปทำ ถือเป็นแค่แนวทางนะคะ ใครจะทำก็ ปรับ เพิ่ม-ลด กันได้เลยค่ะ

1.ฟักทอง1 กิโลกรัม  พอคนขายปอกเปลือก คว้านไส้ออก เหลือแต่เนื้อ ประมาณ 8 ขีดกว่าๆ ค่ะ  
2.กะทิกล่อง 500 กรัม แม่เปปใช้หมดละ ทำหางกะทิก็เพิ่มน้ำลงไป แล้วหัวกะทิที่เหลือใส่ตอนจะปิดไฟเพิ่มความมันกะทิค่ะ
3.น้ำตาลมะพร้าว(หวานอ่อนๆ) 4-5 ชต.
4.น้ำตาลทราย(หวานแหลม) 2-3 ชต.
5.เกลือป่น 3/4 ชช.

นี่คือฟักทองภาคพิศดารของแม่เปปค่ะ พี่สาวอยากได้ฟักทองญี่ปุ่น แต่แม่เปปให้ฟักทองไทย ก็เลยหาอะไรๆใส่ลงไป เพิ่มมูลค่าทดแทนกันได้มั่งละ

เขาแก่เนื้อเหนียว(ฟักทองนะไม่ใช่แม่เปป)สีสวย หนึบหนับดีมากเลยค่ะ แล้วไม่ต้มจนเละเกิน ยิ่งกินอร่อยมาก เนื้อหนึบสีสวยจริงๆ ฟักทองไทย

พี่สาวกลับมาก็กินชามโตๆ เพิ่มครั้งที่ 2 อีกด้วย แถมกินเสร็จให้แม่เปปตักใส่กล่องหอบเอากลับบ้าน เธอบอกว่าจะเก็บใส่ตู้เย็นไว้กินมื้ออื่น
ฟักทองไทย ก็อร่อยไม่แพ้ฟักทองใดๆในโลก
เพี้ยนเย้เพี้ยนขำหนักมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่