แชร์ประสบการณ์สอบ TOEIC ครั้งแรกในชีวิต (มกราคม 2026)

   สวัสดีครับ ผมเป็นนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะหางานทำ แล้วค้นพบว่า เกินครึ่งของบริษัทในไทยใช้ TOEIC ในการพิจารณารับเข้าทำงานทั้งหมดเลย จึงได้ลองเข้าไปสอบดู พอดีวันนี้คะแนนสอบออกแล้ว จึงอยากมาแบ่งปันให้ทุกคนครับ

   เริ่มต้นเลยนะครับว่า ผมเป็นคนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษพอสมควร สามารถสื่อสาร อ่าน เขียน และฟังภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยได้สอบอะไรพวกนี้มาก ครั้งล่าสุดที่สอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษจริงจังก็เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว กับข้อสอบ CU-TEP ครับ จึงตื่นเต้นกับครั้งนี้พอสมควรเลย

   สำหรับการสอบผมได้เลือกสอบในแบบกระดาษที่ศูนย์สอบกรุงเทพ เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา เหตุผลที่สอบกระดาษคือ ตัดสินใจผ่านรีวิวของเพื่อนครับ เพราะผมสามารถอ่านคำถามพาร์ตฟังก่อนหน้าได้ สามารถย้อนทำพาร์ตฟังได้หากทำไม่ทัน และผมเป็นคนถนัดอ่านหนังสือแบบ physical มากกว่าครับ (อ่านในคอมแล้วปวดตา 5555) โดยระยะเวลาเตรียมตัวของผมมีแค่อาทิตย์เศษเท่านั้นครับ โดยรายละเอียดการเตรียมตัวจะมาบอกอีกทีตอนท้ายนะครับ

การจองที่นั่งสอบ
   สำหรับการสอบ TOEIC ในประเทศไทย การจองที่นั่งสอบของศูนย์สอบกรุงเทพ จะเป็นการจองด้วยวิธีทางโทรศัพท์ผ่าน CPA Thailand เท่านั้นครับ โดยประเภทการสอบที่ผมเลือกสอบคือแบบ Institutional (เป็นแบบ Personal) เสียค่าสมัครสอบทั้งสิ้น 1,800 บาท โดยทางเจ้าหน้าที่จะให้เราแจ้งหมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และการสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เป็นข้อมูลสำหรับการยืนยันจองสอบครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งถึงระเบียบการจองที่นั่งสอบ ได้แก่ สามารถเลื่อนหรือยกเลิกการสอบได้ก่อนวันสอบ 1 วันทำการ หากไม่เข้าสอบหรือเข้าสอบไม่ทันจะเสียค่าปรับ 500 บาท (เวลาปิดรับลงทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 10 นาทีก่อนเวลาสอบครับ) และหากท่านใดมีความจำเป็นต้องนำอุปกรณ์อื่นเข้าห้องสอบ เช่น เครื่องช่วยฟัง ยา เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องแจ้งทางศูนย์สอบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการครับ สำหรับการเตรียมตัว สิ่งที่จำเป็นต้องนำเข้าห้องสอบมีเพียงแค่บัตรประจำตัวประชาชน, ใบขับขี่แบบ Smart Card หรือพาสปอร์ต เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้นครับ

วันทดสอบ
   สถานที่ที่ทำการสอบอยู่ที่ชั้น 19 อาคาร BB ตั้งอยู่บนถนนอโศกมนตรี ข้าง ๆ ตึกแกรมมี่ หากใครเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ให้ลงที่สถานีเพชรบุรี หรือสถานีสุขุมวิทครับ ตัวอาคารจะอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างสองสถานีเลย เมื่อเดินเข้าตัวตึกไปแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่คอยกดลิฟต์ให้ ทางเจ้าหน้าที่จะประกาศว่าลิฟต์ไหนไปชั้นอะไร ให้ปฏิบัติตามได้เลยครับ
   เมื่อขึ้นถึงชั้น 19 แล้ว ทางสนามสอบจะเริ่มให้ทำการลงทะเบียนประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเวลาสอบ ของผมสอบรอบบ่าย จะเริ่มให้ลงทะเบียนเวลา 12:30 ครับ เมื่อเดินออกจากโถงลิฟต์ให้เลี้ยวซ้าย จะพบกับจุดลงทะเบียนแรกที่จะถามว่าเราจองสอบมาหรือยัง แจ้งเรื่องการจ่ายค่าสอบ ตรวจดูบัตรประชาชน และถามว่าเราจะรับผลสอบแบบไหนครับ หากจะรับผลสอบแบบผ่านไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่จะยื่นซองจดหมายมาให้เราจ่าหน้า ซึ่งจะมีห้องสำหรับจ่าหน้าซองเตรียมไว้ครับ โดยการเขียนชื่อให้เป็นภาษาอังกฤษ และที่อยู่ให้เป็นภาษาไทย
   หลังจ่าหน้าซองเสร็จ หรือใครที่สะดวกรับผลสอบเอง เจ้าหน้าที่จะให้เราต่อแถวลงทะเบียนสอบครับ ซึ่งตรงนี้ต้องเผื่อเวลามาให้ดีเลยนะครับ เพราะผู้สอบค่อนข้างเยอะ รอบผมใช้เวลาประมาณ 30 นาทีสำหรับการลงทะเบียน โดยเจ้าหน้าที่จะให้เราถ่ายรูป จ่ายค่าสมัครสอบ ลงชื่อในสมุด และจ่ายค่าส่งไปรษณีย์ สำหรับค่าสมัครสอบ สามารถจ่ายเป็นเงินสด หรือสแกนได้ แต่ค่าส่งไปรษณีย์ 50 บาท ต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้นครับ
   หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะให้เรานำสัมภาระไปเก็บไว้ในอีกห้องหนึ่ง โดยที่จะแยกชั้นไว้สำหรับห้องสอบแต่ละห้องครับ ทางศูนย์สอบจะไม่ให้เรานำอะไรเข้าไปในห้องสอบเลย นอกจากเอกสารยืนยันตัวตน ใบสมัครสอบ และกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ในส่วนเครื่องเขียน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงนาฬิกาข้อมือทุกรูปแบบ และกุญแจต่าง ๆ ไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบครับ (ศูนย์สอบจะมีการเตรียมดินสอ ยางลบ ปากกา ไว้ในห้องสอบอยู่แล้ว)
   เมื่อฝากสัมภาระเรียบร้อย จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะได้ทำธุระส่วนตัวครับ เนื่องจากเมื่อเข้าห้องสอบแล้ว จะไม่สามารถออกมาได้อีกจนกว่าจะหมดเวลาสอบ ก่อนเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสิ่งของ สแกนโลหะ และยืนยันตัวตนก่อนเข้าห้องสอบครับ ก่อนสอบจะมีไฟล์เสียงอธิบายการสอบ รวมถึงตัวอย่างข้อสอบเล่นให้ฟัง แนะนำให้ตั้งใจฟังและปรับหูตัวเองให้ชินกับระดับเสียงของลำโพงในห้องครับ

การสอบ
   ประมาณ 13:30 น. เจ้าหน้าที่จะทยอยแจกกระดาษคำตอบ และอธิบายการฝนข้อมูลส่วนบุคคลให้ทีละขั้นตอนครับ โดยทุกที่นั่งสอบ จะมีเอกสารบอกวิธีการกรอกข้อมูลทุกขั้นตอน โดยต้องตั้งใจฟังและทำตามให้ดีครับว่าส่วนไหนใช้ดินสอ ส่วนไหนใช้ปากกา ส่วนไหนให้ข้าม พร้อมแจ้งเงื่อนไขกติกาการสอบ (ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด) ก่อนที่จะแจกเล่มข้อสอบ (ลักษณะจะคล้าย ๆ เล่มข้อสอบที่เจอในระบบ TCAS) เพื่อให้เราเซ็นชื่อบนเล่มครับ
   ข้อสอบมีทั้งหมด 200 ข้อ เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมง จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนการฟัง 100 ข้อ มี 4 ส่วนย่อย ใช้เวลารวม 45 นาที (บวกลบตามความยาวไฟล์เสียง) และการอ่าน 100 ข้อ มี 3 ส่วนย่อย ใช้เวลารวม 75 นาที โดยไม่สามารถทำข้อสอบส่วนการอ่านได้ขณะสอบส่วนการฟังครับ (ใครฝ่าฝืนมีสิทธิ์หมดสิทธิ์สอบนะครับ)

    สำหรับรีวิวแต่ละพาร์ตของข้อสอบก็จะมีดังนี้ครับ

1. Part 1 (รูปภาพ) ผมคิดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดของข้อสอบแล้วครับ ตัวโจทย์และตัวเลือกค่อนข้างจะตรงไปตรงมา ไม่ค่อยมีพลิกแพลงหลายตลบเท่าไร อาจจะมีเสียเวลาฝนเล็กน้อย เพราะเป็นข้อแรก ๆ กับดินสอที่แหลมของศูนย์สอบ

2. Part 2 (ถาม-ตอบ) ส่วนนี้ต้องใช้ความเร็วจริง ๆ ครับ ทั้งการฟังโจทย์ และตัวเลือกต่าง ๆ โดยข้อสอบที่ผมสอบมีการเพิ่มความยากจากที่หลาย ๆ ข้อ คำตอบจะไม่ตรงกับคำถามโดยตรง (เช่น ถาม Yes/no แต่กลับตอบเป็นเหตุผล) แต่ต้องใช้การอนุมาน ความเคยชิน และการเชื่อมโยงเพื่อหาข้อที่ถูก โดยรวม ค่อนข้างจะท้าทายครับ ผมมีทริกของผมคือ ไล่ฟังหาข้อที่ถูก แล้วฝนเลยโดยไม่ต้องฟังต่อ หากชอยส์ไหนก้ำกึ่ง ก็เก็บไว้มาฝนทีหลัง ส่วนข้อไหนที่ A กับ B ผิดแน่ ๆ ก็ฝน C เลยโดยไม่ต้องฟังครับ และที่ผมว่าสำคัญคือ ถ้าทำได้พยายามอย่าแปลครับ เพราะเสียเวลาคิดไปส่วนหนึ่งเลย

3. Part 3 (บทสนทนา) ส่วนนี้ผมว่าความยากอยู่ที่การใช้สมาธิ กับการแยกเสียงคู่สนทนา โดยเทคนิคของผมก็จะใช้เป็นการไล่อ่านคำถามสามข้อก่อน (เริ่มตั้งแต่ไฟล์กำลังเล่นส่วนคำสั่ง) แล้วรอมาร์กเครื่องหมายคำตอบแต่ละข้อ เมื่อไฟล์บทสนทนากล่าวถึงคำตอบในแต่ละข้อ (ส่วนใหญ่จะเรียงตามลำดับครับ) หลังจากครบ 3 ข้อ ให้เริ่มฝนเลยโดยไม่ต้องรอแทร็กเล่นจบครับ ในส่วนข้อสอบ แอบรู้สึกว่าเขาจะให้เราอนุมานเยอะอยู่ครับว่า ผู้พูดพูดแบบนี้เพราะอะไร นอกจากนั้นจะถามแบบพื้นฐาน พวก ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ครับ

4. Part 4 (Short talks) ส่วนนี้จะคล้ายคลึงกับส่วนที่แล้วมากครับ เทคนิคจะคล้าย ๆ กันเลย แต่ผมคิดว่าส่วนนี้จะง่ายกว่า เพราะผู้พูดมีเพียงคนเดียว ไม่ต้องมานั่งแยกเสียง สามารถทำตามโฟลว์ได้เลย

5. Part 5 (Incomplete sentences) ส่วนนี้ข้อสอบส่วนใหญ่จะเป็นส่วนที่วัด Grammar ของเรา และส่วนน้อยจะมีเรื่องคลังคำศัพท์ครับ โดยรวมสำหรับคนมีพื้นฐาน หลาย ๆ ข้อสามารถใช้ความคุ้นชินได้ แต่พื้นฐานไวยากรณ์ควรจะแน่นนิดนึงครับ เพราะบางทีอาจตกม้าตายได้ (เหมือนผมตอนซ้อมทำ 55555) โดยรวมข้อสอบค่อนข้างคล้ายตัวอย่างที่เคยทำครับ พาร์ตนี้ผมบริหารเวลาทำภายใน 10 นาทีครับ

6. Part 6 (Text completion) ส่วนนี้จะคล้าย ๆ ส่วนก่อนหน้าครับ แต่จะเป็นการเติมคำในบทความสั้น ๆ และบางข้อจะเริ่มเป็นวลี และประโยคสั้น ๆ และจะต้องใช้การอ่านโดยรวมเพื่อดู context ของประโยคในช่วงนั้น ๆ โดยรวมจะยากกว่าพาร์ตที่แล้วเล็กน้อย ผมก็บริหารเวลาทำภายใน 10 นาทีเหมือนกันครับ

7. Part 7 (Reading comprehension) ส่วนนี้น่าจะยากที่สุดแล้ว เพราะเนื้อหาที่ต้องอ่านมีค่อนข้างเยอะครับ จะแบ่งเป็นแบบ text เดียวประมาณ 30 ข้อ (text ละ 2-4 ข้อ) และหลาย ๆ text ประมาณ 20 ข้อ (ชุดละ 5 ข้อ) จึงต้องบริหารเวลาให้เหลือมาทำพาร์ตนี้ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ โดยทริกที่ผมใช้ทำจะเป็นการ skim และ scan ตัวบทความที่ให้มาก่อนเป็นรอบแรก แล้วค่อยอ่านคำถาม ก่อนจะย้อนมาหาคำตอบอีกครั้ง ผมรู้สึกว่าวิธีนี้เหมาะกับผมที่สุด เพราะผมจะรู้เนื้อหาโดยรวมก่อนเห็นคำถามแล้วว่าอะไรอยู่ส่วนไหน จะได้ไม่ต้องมาหาอีกรอบครับ แต่สำหรับคนไหนที่อ่านช้า อาจจะไม่เหมาะกับวิธีนี้นะครับ สำหรับโจทย์ มีความยากอยู่ครับ เพราะข้อสอบให้เราอนุมานเยอะมาก ๆ โดยบางข้อ ข้อมูลที่ให้มาประกอบการอนุมานก็มีค่อนข้างน้อย จงต้องวิเคราะห์เองซะเยอะครับ

   โดยรวมผมใช้เวลาสอบไปประมาณ 1:30 - 1:40 ชั่วโมง มีเวลาตรวจทาน 20 กว่านาที ถือว่าทำได้ค่อนข้างเร็วครับสำหรับข้อสอบฝน
   หลังจากหมดเวลาสอบ ให้ทุกคนวางดินสอ ปากกา ยางลบ ทันที (แต่ถ้าหาใครยังกรอกข้อมูลส่วนบุคคลไม่ครบ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่คุมสอบได้เป็นกรณีไปครับ) และเจ้าหน้าที่จะเก็บตัวข้อสอบ และกระดาษคำตอบเราไป โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจความถูกต้องของข้อมูลบนกระดาษคำตอบให้เราอีกครั้ง และสำหรับใครที่รับผลสอบเอง เจ้าหน้าที่จะคืนใบลงทะเบียนสอบมาให้ครับ

คะแนนสอบ
   ผมรอผลสอบส่งมาที่บ้านอีก 2 วันทำการครับ โดยหลังจากสอบ ผมหวังคะแนนอยู่ในย่าน 800-900 คะแนนจากที่ทำ ได้ B2 ก็ดี แต่ C1 จะดีใจมาก แต่ผลออกมาว่า.....



   ได้คะแนนเต็ม 990/990 เลยครับ ถือว่าดีกว่าที่คาดหมายไว้มาก ๆ ครับ

ในส่วนของการรีวิวสถานที่สอบ และการทบทวน จะมาต่อในคอมเมนต์นะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่