ทริปนี้ มาเที่ยวฮานอย ในฤดูหนาวครับ ปลายเดือน มกราคม 2569 ก่อนจะเริ่มเทศกาล ตรุษเวียดนาม กลางเดือน กุมภาพันธ์
จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้ตั้งแต่สิงหาคม 2568 ได้ราคาไปกลับไม่รวมโหลดกระเป๋าตกคนละประมาณ 3,500 บาท ของ แอรเอเชีย
แผนเดิม กะว่าจะมา 14 วัน ตัดไปตัดมา เหลือ 4 วัน
ก็เลย ไม่ต้องไปไหน มากมายแล้วล่ะ อยู่แต่ใน ฮานอย มันนี่แหละ วะฮะฮะ
รอ ตม. นานพอควร ผดส. เยอะมาก กว่าจะได้ แสตมป์พาสปอรต เกือบ สามสิบ นาที
แต่ก็สะดวกดี ไม่ถามอะไรเลย ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ใดๆ ไปก่อนทั้งสิ้น
หลุด ตม. ออกมาได้ ก็ซื้อ ซิมการ์ด แบบ 30 G ใช้ 7 วัน ราคา 200,000 ด่อง
ออกมาจากประตูสนามบินฮานอย ก็เจอป้ายรถเมล์เลย เราโชคดีมากที่เจอรถเมล์สาย 86 ตัวรถสีเหลืองอ๋อยเห็นเด่นชัด
พร้อมรอให้บริการเลย โดยจะเริ่มต้นจอดรับจากอาคารระหว่างประเทศเป็นจุดแรก และวนไปรับผู้โดยสารทางฝั่งอาคารในประเทศด้วย
ก่อนพาเข้าเมืองไปด้วยกัน ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 45,000 ด่อง ( มีราคาแปะบอกที่กระจกรถบอกชัดเจนและมีใบเสร็จ)
เรามาลงสุดสายที่สถานนีรถไฟฮานอยเลยครับ คือเผอิญผมเลือกที่พักแถวนี้ ชื่อ Lush stay ห้องพักดีมาก คืนละ 700 บาท นอนไปเลย สามคืน รวด
ขี้เกียจ ย้ายกระเป๋า เราได้ห้องชั้นบนสุด VVIP สุด ๆ คือเป็นคนเดียวที่ได้ห้องที่มีห้องน้ำในตัว . . . เรื่องของเรื่องคือว่ามันมีห้องน้ำในตัวอยู่แค่ห้องเดียวและผู้โชคดีอย่างเราก็ได้ห้องนั้นมา
แต่ต้อง
แลกกับการปีนขึ้นมาถึงชั้น 4 เป็นชั้นสูงสุด ก็ถือว่าคุ้มอยู่ เพราะว่าเป็นส่วนตัวมาก ๆ และบรรยากาศในห้องก็อบอุ่นมาก ชวนให้นึกถึงว่าเราได้พักบ้านเพื่อนหรือห้องเพื่อนอะไรทำนองนั้นเลย อุปกรณ์ที่ ๆ นี่มีให้ก็ครบครัน ไม่ว่าจะตู้เย็น , เครื่องปรับอากาศ , พัดลม , ไดร์เป่าผม , ที่รีดผ้า ,ราวตากผ้า , ไม้แขวนเสื้อ , โคมไฟที่หัวเตียง แถมไฟในห้องก็สว่างไสวพอที่จะอ่านหนังสือ หรือพิมพ์คอมฯได้อย่างสบายตา สบายใจว่าไม่ปวดตาแน่นอน อ้อ ! ห้องอื่น ๆ มีโทรทัศน์ด้วย แต่ห้องผมมีจอโปรเจคเตอร์ไว้ดูแทน
ส่วน
ขากลับ เดี๋ยวก็ขึ้น สาย 86 กลับไป สนามบิน.... โดยไปรอขึ้นรถเมล์ ที่สถานีรถไฟ ฮานอย ตามเดิม
.... เอ้อ ! ใช่ คนขับรถเมล์ที่นี่ต้องรับ 2 จ็อบ คือทั้งขับรถและเป็นกระเป๋ารถเมล์ไปในตัวด้วย ตอนที่จอดรับผู้โดยสารขึ้นมาก็เก็บเงินให้เรียบร้อย จะจ่ายเป็นเงินสดหรือเป็นบัตรเครดิตเค้าก็รับได้ทั้งหมดครับ ทำงานคุ้มค่าแรงจริงๆ
ไว้ ทยอยลงรูปไว้ให้ครับ
เที่ยว ฮานอย แบบนอยด์ๆ ในวันที่ pm 2.5 แดงแจ๋ 28 - 31 มกราคม 2569
จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไว้ตั้งแต่สิงหาคม 2568 ได้ราคาไปกลับไม่รวมโหลดกระเป๋าตกคนละประมาณ 3,500 บาท ของ แอรเอเชีย
แผนเดิม กะว่าจะมา 14 วัน ตัดไปตัดมา เหลือ 4 วัน
ก็เลย ไม่ต้องไปไหน มากมายแล้วล่ะ อยู่แต่ใน ฮานอย มันนี่แหละ วะฮะฮะ
รอ ตม. นานพอควร ผดส. เยอะมาก กว่าจะได้ แสตมป์พาสปอรต เกือบ สามสิบ นาที
แต่ก็สะดวกดี ไม่ถามอะไรเลย ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ใดๆ ไปก่อนทั้งสิ้น
หลุด ตม. ออกมาได้ ก็ซื้อ ซิมการ์ด แบบ 30 G ใช้ 7 วัน ราคา 200,000 ด่อง
ออกมาจากประตูสนามบินฮานอย ก็เจอป้ายรถเมล์เลย เราโชคดีมากที่เจอรถเมล์สาย 86 ตัวรถสีเหลืองอ๋อยเห็นเด่นชัด
พร้อมรอให้บริการเลย โดยจะเริ่มต้นจอดรับจากอาคารระหว่างประเทศเป็นจุดแรก และวนไปรับผู้โดยสารทางฝั่งอาคารในประเทศด้วย
ก่อนพาเข้าเมืองไปด้วยกัน ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 45,000 ด่อง ( มีราคาแปะบอกที่กระจกรถบอกชัดเจนและมีใบเสร็จ)
เรามาลงสุดสายที่สถานนีรถไฟฮานอยเลยครับ คือเผอิญผมเลือกที่พักแถวนี้ ชื่อ Lush stay ห้องพักดีมาก คืนละ 700 บาท นอนไปเลย สามคืน รวด
ขี้เกียจ ย้ายกระเป๋า เราได้ห้องชั้นบนสุด VVIP สุด ๆ คือเป็นคนเดียวที่ได้ห้องที่มีห้องน้ำในตัว . . . เรื่องของเรื่องคือว่ามันมีห้องน้ำในตัวอยู่แค่ห้องเดียวและผู้โชคดีอย่างเราก็ได้ห้องนั้นมา
แต่ต้อง
แลกกับการปีนขึ้นมาถึงชั้น 4 เป็นชั้นสูงสุด ก็ถือว่าคุ้มอยู่ เพราะว่าเป็นส่วนตัวมาก ๆ และบรรยากาศในห้องก็อบอุ่นมาก ชวนให้นึกถึงว่าเราได้พักบ้านเพื่อนหรือห้องเพื่อนอะไรทำนองนั้นเลย อุปกรณ์ที่ ๆ นี่มีให้ก็ครบครัน ไม่ว่าจะตู้เย็น , เครื่องปรับอากาศ , พัดลม , ไดร์เป่าผม , ที่รีดผ้า ,ราวตากผ้า , ไม้แขวนเสื้อ , โคมไฟที่หัวเตียง แถมไฟในห้องก็สว่างไสวพอที่จะอ่านหนังสือ หรือพิมพ์คอมฯได้อย่างสบายตา สบายใจว่าไม่ปวดตาแน่นอน อ้อ ! ห้องอื่น ๆ มีโทรทัศน์ด้วย แต่ห้องผมมีจอโปรเจคเตอร์ไว้ดูแทน
ส่วน
ขากลับ เดี๋ยวก็ขึ้น สาย 86 กลับไป สนามบิน.... โดยไปรอขึ้นรถเมล์ ที่สถานีรถไฟ ฮานอย ตามเดิม
.... เอ้อ ! ใช่ คนขับรถเมล์ที่นี่ต้องรับ 2 จ็อบ คือทั้งขับรถและเป็นกระเป๋ารถเมล์ไปในตัวด้วย ตอนที่จอดรับผู้โดยสารขึ้นมาก็เก็บเงินให้เรียบร้อย จะจ่ายเป็นเงินสดหรือเป็นบัตรเครดิตเค้าก็รับได้ทั้งหมดครับ ทำงานคุ้มค่าแรงจริงๆ
ไว้ ทยอยลงรูปไว้ให้ครับ