...ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เข้ามาดำเนินการจัดการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆที่เกี่ยวข้องข้องกับการปฏิบัติหน้าที่
ให้กับผู้บริหารของ อปท. สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซึ่งหากดูจากตารางฝึกอบรมและเนื้อหาการจัดฝึกอบรมแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติ
แต่หากดูให้ลึกๆแล้ว เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมโดยใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น
ค่าลงทะเบียนฝึกอบรมที่ทางมหาวิทยาลัยเรียกเก็บถือว่าแพง ส่วนใหญ่จะประมาณ 4,000 - 5,000 บาทต่อราย (ไม่รวมค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง)
มีการตั้งใจลงทะเบียนฝึกอบรมรุ่นที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยว ที่อยู่ไกลจากจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่ เพียงเพราะแค่ต้องการอาศัยไปเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ
และที่สำคัญในการลงลายมือชื่อเข้าอบรมที่หน้างาน ทางมหาวิทยาลัยผู้จัดไม่ได้มีการขอดูบัตรประชาชนของผู้เข้าอบรม
คนที่มาอบรมจึงสามารถเปลี่ยนตัวคนอื่น เอาลูกเอาหลานญาติโกโหติกา มาอบรมแทนได้ ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
เพียงเพื่อจะอาศัยชื่อคนที่มีสิทธิ์ในการเบิกค่าที่พัก ค่าพาหนะเดินทาง ยิ่งหากจัดจังหวัดไกลๆ ค่าใช้จ่ายต่อหัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม
(ค่าที่พักเหมาจ่ายหัวละ 800 บาท/คืน ค่าพาหนะเดินทาง กม. ละ 4 บาท x 2 เที่ยวไปกลับ) บางโครงการค่าใช้จ่ายต่อหัวก็จะเกือบ 10,000 บาท
...ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จัดการฝึกอบรมให้กับทาง อปท. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ช่วยกันดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปด้วยความสุจริต ให้คุ้มกับเงินภาษีของประชาชนด้วยครับ...
การทุจริตแบบหน้าด้าน ๆ สไตล์ อบต.
ให้กับผู้บริหารของ อปท. สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซึ่งหากดูจากตารางฝึกอบรมและเนื้อหาการจัดฝึกอบรมแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติ
แต่หากดูให้ลึกๆแล้ว เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมโดยใช้เงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น
ค่าลงทะเบียนฝึกอบรมที่ทางมหาวิทยาลัยเรียกเก็บถือว่าแพง ส่วนใหญ่จะประมาณ 4,000 - 5,000 บาทต่อราย (ไม่รวมค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง)
มีการตั้งใจลงทะเบียนฝึกอบรมรุ่นที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยว ที่อยู่ไกลจากจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่ เพียงเพราะแค่ต้องการอาศัยไปเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ
และที่สำคัญในการลงลายมือชื่อเข้าอบรมที่หน้างาน ทางมหาวิทยาลัยผู้จัดไม่ได้มีการขอดูบัตรประชาชนของผู้เข้าอบรม
คนที่มาอบรมจึงสามารถเปลี่ยนตัวคนอื่น เอาลูกเอาหลานญาติโกโหติกา มาอบรมแทนได้ ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
เพียงเพื่อจะอาศัยชื่อคนที่มีสิทธิ์ในการเบิกค่าที่พัก ค่าพาหนะเดินทาง ยิ่งหากจัดจังหวัดไกลๆ ค่าใช้จ่ายต่อหัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม
(ค่าที่พักเหมาจ่ายหัวละ 800 บาท/คืน ค่าพาหนะเดินทาง กม. ละ 4 บาท x 2 เที่ยวไปกลับ) บางโครงการค่าใช้จ่ายต่อหัวก็จะเกือบ 10,000 บาท
...ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จัดการฝึกอบรมให้กับทาง อปท. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ช่วยกันดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปด้วยความสุจริต ให้คุ้มกับเงินภาษีของประชาชนด้วยครับ...