ที่ทำงานคุณเป็นยังไงกันบ้างคะ?
ที่ทำงานที่เราทำงานอยู่ เป็นบริษัทที่ปรึกษาเล็กๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2533 มีพนักงานอยู่ 17-18 คน
เมื่อก่อนพนักงานอยู่กันได้แบบมีความสุขเป็นสิบๆ ปี (เราเองตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่นี่มาเข้าปีที่ 22 แล้ว) เพราะผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ และไม่เอาเปรียบพนักงาน เวลามีงานด่วน ก็ให้เบิกโอทีได้ แถมซื้อข้าวเลี้ยงลูกน้องอีก ไม่เคยพูดจาด้อยค่าพนักงาน แถมจัดเต็มสวัสดิการที่ควรมี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัสประจำปี ประกันสุขภาพกลุ่ม เอ้าท์ติ้งประจำปี ถ้าไม่ลาพักร้อนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ขึ้นเงินเดือนประจำปี งานเลี้ยงปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ
จนกระทั่งวันนึง มีผู้ถือหุ้นเข้ามาใหม่ (ซึ่งซื้อหุ้นเยอะ) เห็นแค่หน้าก็รู้แล้วว่า "ขี้โกง" เป็นคนแก่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เข้ามาวุ่นวายจะเข้ามาบริหารบริษัท จนผู้บริหารเก่าอยู่ไม่ได้พากันลาออกหมด ทีนี้ก็เหลือแต่พนักงานเก่าๆ คนที่อายุมากสุด 2 คนในจำนวนพนักงาน 10 กว่าคน ได้ขึ้นเป็นผู้บริหาร ความบันเทิงจึงบังเกิด
คนที่ไม่ได้ Born to be แต่ Wanna be เกิดมาไม่เคยบริหาร เป็นพนักงานธรรมดาๆ แต่อยู่ๆ มงลง ได้บริหารบริษัท แล้วเกิดการเถลิงอำนาจขั้นสุด ได้โอกาสกลั่นแกล้ง ไม่ชอบหน้าใครก็แกล้งจนอยู่ไม่ได้ ต้องลาออกเอง บริหารงานมั่วซั่ว จนบริษัทขาดทุนย่อยยับ (ทุกวันนี้ยังยื่นงานได้เพราะแต่งบัญชีเอา แต่ 2 ผบห. นี้ไม่เคยโทษตัวเอง แถมยังยกหางตัวเองด้วยว่าไม่เคยบริหารขาดทุน แถมเวลาประชุมบอร์ดก็จะโทษพนักงานว่าพนักงานบริหารโครงการขาดทุน ทั้งๆ ที่พนักงานไม่มีสิทธิ์จะเซ็นค่าใช้จ่ายเองได้แม้กระทั่งสลึงเดียว ทุกอย่างต้องผ่าน 2 ผบห.นี้หมด) ยกเลิกสวัสดิการทุกอย่างที่มี จนตอนนี้เหลือแค่ประกันสังคมอย่างเดียว (ซึ่งถ้า กม.ไม่บังคับ ก็คงไม่ทำประกันสังคมให้) เงินเดือนก็ขึ้นให้ปีละ 2-300 บาท บางคนได้ 100 บาทก็มี แต่สำหรับ 2 คนนี้ (พอดีเป็นแฟนกันด้วย ได้ขึ้นบริหารคู่) ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองเป็นหมื่นๆ และลูกน้องสุดที่รักที่เป็นพวกเดียวกันแบบหนำใจ (แต่ตอนประชุมรายงานบอร์ดบริหาร 2 คนนี้ก็จะบอกกับบอร์ดว่าปีนี้เงินเดือนขึ้น 2 % แต่พอขึ้นเงินเดือนจริงๆ พนักงานไม่เคยได้ถึง 1% ด้วยซ้ำ แต่เงินส่วนที่เหลือของพนักงานที่ไม่ถึง 1% ถูกเอาไปกองไว้ที่ ผบห. 2 คน และลูกน้องสุดที่รักที่เป็นพวกเดียวกันอีก 2 คน) แต่ตอนนี้เงินเดือนไม่ขึ้นมา 2 ปีแล้ว โบนัสก็ไม่มีมานานแล้ว ตั้งแต่ 2 คนนี้บริหาร
แถมยังลายากเย็น ลาป่วยแม้กระทั่งนาทีเดียวก็ต้องมีใบรับรองแพทย์ บางทีแค่ปวดท้องเมนส์ อยากแค่กินยาแล้วนอนพักก็พอ แต่ก็ต้องลากสังขารไป รพ. เพื่อเอาใบรับรองแพทย์ (แต่ลูกน้องพรรคพวกเดียวกันลาได้กระจายนะ ที่ทำงานปกติทำงาน จ-ศ แต่ลูกน้องสุดที่รักลางานอาทิตย์ละ 1 วัน เท่ากับทำงานอาทิตย์ละ 4 วัน หยุด 3 วัน แต่ ผบห.ไม่เคยว่าเลย กลับกันเราจะลาแต่ละทีลำบากยากเย็น ลาพักร้อนยังต้องบอกเหตุผลว่าลาไปไหน ทำอะไร) แต่ฝ่ายบุคคลถามว่าให้ออกมาเป็นประกาศบริษัทมั้ย 2 ผบห. ก็ไม่เอา (คงกลัวจะมีหลักฐาน) แล้วลูกน้องสุดที่รักก็มาทำงานสายทุกวัน แต่กลับบ้านเย็นเพราะรอให้รถหายติด แล้วก็นั่งเปิดเฟสบุ๊ค นั่งดูไลฟ์ขายของ แล้วก็เบิกโอทีด้วยนะ 2 ผบห.นี้ก็อนุมัติโอทีให้ (ทีคนทำงานดึกตี 2 ตี 3 ไม่เซ็นโอทีให้) คนอะไร มีโอทีทุกเดือน เดือนละ 3-4 พันบาท ผู้บริหารก็รักมากขึ้นเงินเดือนให้พรวดๆ แถมมองว่ากลับบ้านเลยเวลางาน = ขยัน (ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ทำงานนะ) แต่คนมาก่อนเวลา และกลับบ้านตรงเวลาเลิกงาน ไม่มีงานค้าง กลับถูกมองว่าไม่ดี
ไม่เคยส่งพนักงานไปอบรมอะไรเลย กลัวพนักงานจะก้าวหน้า เวลามีอบรมความรู้อะไร ก็ไปกันอยู่ 2 คน พนักงานขอให้บริษัทส่งไปอบรมเป็นผู้ช่วยผู้ชำนาญการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ก็ไม่ส่งพนักงานไป แล้วพอพนักงานควักเงินไปอบรมเอง จะมาใช้ประโยชน์จากพนักงาน (แบบนี้ก็ได้หรอ) แต่ไม่จ่ายค่าตรวจสอบฯ ให้นะ ทั้งๆ ที่ต้องได้ แต่พนักงานได้แต่เงินเดือน แต่กับที่ปรึกษาคนนอกกลับไปออกเงินให้เค้าไปอบรม แถมเวลาออกตรวจสอบฯ ต้องจ่ายเงินค่าตรวจสอบให้เค้าอีก (ฉลาดมาก)
ตอนนี้แย่สุดๆ เงินเดือนก็จ่ายล่าช้าแทบทุกเดือน ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก็มาเป็นในยุค 2 คนนี้ และในเดือนนี้ (มกราคม 2569) ก็ไม่เซ็นอนุมัติเงินเดือนให้พนักงาน ไม่ใช่ว่าไม่มีตังจ่ายนะ แต่ไม่เซ็นเงินเดือนให้บัญชีทำจ่าย
เราอยากลาออกมาก แต่ภาระก็ยังมี ผ่อนบ้าน นั่นนู่นนี่ ลองสมัครที่ใหม่ก็เรียกไปสัมฯ แต่พอให้กรอกใบสมัคร พอรู้อายุ ก็ยกเลิกสัมฯ กะอีแค่อายุ 40+ คนไทยไม่ให้โอกาสกันแล้ว บางทีก็อยากจะทิ้งๆ มันไปเลยนะ แบบไม่เอาอะไรแล้ว บ้านก็ปล่อยมันไป หนี้สินก็ทิ้งมันไป สุดท้ายถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องทำแบบนั้น
แล้วคุณล่ะคะ คิดว่าบริษัทนี้เป็นยังไงบ้าง
คุณคิดว่าที่ทำงานที่เป็นแบบนี้ Toxic มั้ย (หรือเราคิดไปเอง)
ที่ทำงานที่เราทำงานอยู่ เป็นบริษัทที่ปรึกษาเล็กๆ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2533 มีพนักงานอยู่ 17-18 คน
เมื่อก่อนพนักงานอยู่กันได้แบบมีความสุขเป็นสิบๆ ปี (เราเองตอนนี้ก็ทำงานอยู่ที่นี่มาเข้าปีที่ 22 แล้ว) เพราะผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ และไม่เอาเปรียบพนักงาน เวลามีงานด่วน ก็ให้เบิกโอทีได้ แถมซื้อข้าวเลี้ยงลูกน้องอีก ไม่เคยพูดจาด้อยค่าพนักงาน แถมจัดเต็มสวัสดิการที่ควรมี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัสประจำปี ประกันสุขภาพกลุ่ม เอ้าท์ติ้งประจำปี ถ้าไม่ลาพักร้อนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ขึ้นเงินเดือนประจำปี งานเลี้ยงปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ
จนกระทั่งวันนึง มีผู้ถือหุ้นเข้ามาใหม่ (ซึ่งซื้อหุ้นเยอะ) เห็นแค่หน้าก็รู้แล้วว่า "ขี้โกง" เป็นคนแก่เงิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เข้ามาวุ่นวายจะเข้ามาบริหารบริษัท จนผู้บริหารเก่าอยู่ไม่ได้พากันลาออกหมด ทีนี้ก็เหลือแต่พนักงานเก่าๆ คนที่อายุมากสุด 2 คนในจำนวนพนักงาน 10 กว่าคน ได้ขึ้นเป็นผู้บริหาร ความบันเทิงจึงบังเกิด
คนที่ไม่ได้ Born to be แต่ Wanna be เกิดมาไม่เคยบริหาร เป็นพนักงานธรรมดาๆ แต่อยู่ๆ มงลง ได้บริหารบริษัท แล้วเกิดการเถลิงอำนาจขั้นสุด ได้โอกาสกลั่นแกล้ง ไม่ชอบหน้าใครก็แกล้งจนอยู่ไม่ได้ ต้องลาออกเอง บริหารงานมั่วซั่ว จนบริษัทขาดทุนย่อยยับ (ทุกวันนี้ยังยื่นงานได้เพราะแต่งบัญชีเอา แต่ 2 ผบห. นี้ไม่เคยโทษตัวเอง แถมยังยกหางตัวเองด้วยว่าไม่เคยบริหารขาดทุน แถมเวลาประชุมบอร์ดก็จะโทษพนักงานว่าพนักงานบริหารโครงการขาดทุน ทั้งๆ ที่พนักงานไม่มีสิทธิ์จะเซ็นค่าใช้จ่ายเองได้แม้กระทั่งสลึงเดียว ทุกอย่างต้องผ่าน 2 ผบห.นี้หมด) ยกเลิกสวัสดิการทุกอย่างที่มี จนตอนนี้เหลือแค่ประกันสังคมอย่างเดียว (ซึ่งถ้า กม.ไม่บังคับ ก็คงไม่ทำประกันสังคมให้) เงินเดือนก็ขึ้นให้ปีละ 2-300 บาท บางคนได้ 100 บาทก็มี แต่สำหรับ 2 คนนี้ (พอดีเป็นแฟนกันด้วย ได้ขึ้นบริหารคู่) ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองเป็นหมื่นๆ และลูกน้องสุดที่รักที่เป็นพวกเดียวกันแบบหนำใจ (แต่ตอนประชุมรายงานบอร์ดบริหาร 2 คนนี้ก็จะบอกกับบอร์ดว่าปีนี้เงินเดือนขึ้น 2 % แต่พอขึ้นเงินเดือนจริงๆ พนักงานไม่เคยได้ถึง 1% ด้วยซ้ำ แต่เงินส่วนที่เหลือของพนักงานที่ไม่ถึง 1% ถูกเอาไปกองไว้ที่ ผบห. 2 คน และลูกน้องสุดที่รักที่เป็นพวกเดียวกันอีก 2 คน) แต่ตอนนี้เงินเดือนไม่ขึ้นมา 2 ปีแล้ว โบนัสก็ไม่มีมานานแล้ว ตั้งแต่ 2 คนนี้บริหาร
แถมยังลายากเย็น ลาป่วยแม้กระทั่งนาทีเดียวก็ต้องมีใบรับรองแพทย์ บางทีแค่ปวดท้องเมนส์ อยากแค่กินยาแล้วนอนพักก็พอ แต่ก็ต้องลากสังขารไป รพ. เพื่อเอาใบรับรองแพทย์ (แต่ลูกน้องพรรคพวกเดียวกันลาได้กระจายนะ ที่ทำงานปกติทำงาน จ-ศ แต่ลูกน้องสุดที่รักลางานอาทิตย์ละ 1 วัน เท่ากับทำงานอาทิตย์ละ 4 วัน หยุด 3 วัน แต่ ผบห.ไม่เคยว่าเลย กลับกันเราจะลาแต่ละทีลำบากยากเย็น ลาพักร้อนยังต้องบอกเหตุผลว่าลาไปไหน ทำอะไร) แต่ฝ่ายบุคคลถามว่าให้ออกมาเป็นประกาศบริษัทมั้ย 2 ผบห. ก็ไม่เอา (คงกลัวจะมีหลักฐาน) แล้วลูกน้องสุดที่รักก็มาทำงานสายทุกวัน แต่กลับบ้านเย็นเพราะรอให้รถหายติด แล้วก็นั่งเปิดเฟสบุ๊ค นั่งดูไลฟ์ขายของ แล้วก็เบิกโอทีด้วยนะ 2 ผบห.นี้ก็อนุมัติโอทีให้ (ทีคนทำงานดึกตี 2 ตี 3 ไม่เซ็นโอทีให้) คนอะไร มีโอทีทุกเดือน เดือนละ 3-4 พันบาท ผู้บริหารก็รักมากขึ้นเงินเดือนให้พรวดๆ แถมมองว่ากลับบ้านเลยเวลางาน = ขยัน (ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ทำงานนะ) แต่คนมาก่อนเวลา และกลับบ้านตรงเวลาเลิกงาน ไม่มีงานค้าง กลับถูกมองว่าไม่ดี
ไม่เคยส่งพนักงานไปอบรมอะไรเลย กลัวพนักงานจะก้าวหน้า เวลามีอบรมความรู้อะไร ก็ไปกันอยู่ 2 คน พนักงานขอให้บริษัทส่งไปอบรมเป็นผู้ช่วยผู้ชำนาญการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ก็ไม่ส่งพนักงานไป แล้วพอพนักงานควักเงินไปอบรมเอง จะมาใช้ประโยชน์จากพนักงาน (แบบนี้ก็ได้หรอ) แต่ไม่จ่ายค่าตรวจสอบฯ ให้นะ ทั้งๆ ที่ต้องได้ แต่พนักงานได้แต่เงินเดือน แต่กับที่ปรึกษาคนนอกกลับไปออกเงินให้เค้าไปอบรม แถมเวลาออกตรวจสอบฯ ต้องจ่ายเงินค่าตรวจสอบให้เค้าอีก (ฉลาดมาก)
ตอนนี้แย่สุดๆ เงินเดือนก็จ่ายล่าช้าแทบทุกเดือน ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก็มาเป็นในยุค 2 คนนี้ และในเดือนนี้ (มกราคม 2569) ก็ไม่เซ็นอนุมัติเงินเดือนให้พนักงาน ไม่ใช่ว่าไม่มีตังจ่ายนะ แต่ไม่เซ็นเงินเดือนให้บัญชีทำจ่าย
เราอยากลาออกมาก แต่ภาระก็ยังมี ผ่อนบ้าน นั่นนู่นนี่ ลองสมัครที่ใหม่ก็เรียกไปสัมฯ แต่พอให้กรอกใบสมัคร พอรู้อายุ ก็ยกเลิกสัมฯ กะอีแค่อายุ 40+ คนไทยไม่ให้โอกาสกันแล้ว บางทีก็อยากจะทิ้งๆ มันไปเลยนะ แบบไม่เอาอะไรแล้ว บ้านก็ปล่อยมันไป หนี้สินก็ทิ้งมันไป สุดท้ายถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องทำแบบนั้น
แล้วคุณล่ะคะ คิดว่าบริษัทนี้เป็นยังไงบ้าง