จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า “ไทย” เป็นผู้ผลิตพริก และพริกแห้ง
อันดับ 2 ของโลก รองจาก “อินเดีย” ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกแบบทิ้งโด่ง ซึ่งเป็นผลสำรวจล่าสุด
ที่เกิดขึ้นในปี 2563
ราคาของพริกพุ่งสูงขึ้นในอินเดียเนื่องจากผลผลิตเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากฝนตกหนัก กอปรกับความต้องการในประเทศที่สูง
ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนพริก ตามการรายงานของ
Money Control ระบุว่าราคาพริกในแดนภารตะเพิ่มขึ้น 50%
ในเดือนกันยายน ต่อมาในเดือนตุลาคม
The Economic Times รายงานว่าราคาพริกพันธุ์พรีเมียมได้ถีบตัวสูงขึ้นเช่นกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้โดยอินเดียผลิตพริก และพริกแห้ง ได้มากกว่า 1,702,000 ล้านตัน นำห่างจากไทยซึ่งรั้งอันดับ 2
โดยมีผลผลิตดังกล่าว 322,866 ตัน ส่วนอันดับ 3 คือ จีน มีผลผลิตพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ 307,593 ตัน
ซึ่งแม้จะมีผลิตติด Top 3 แต่จีนก็เป็นผู้นำเข้าพริกไทยรายใหญ่จากอินเดีย เพื่อตอบสนองความต้องการ
บริโภคภายในประเทศที่สูงมาก
นอกเหนือจากอินเดียแล้ว ประเทศอื่นๆ ในเอเชียใต้ยังขึ้นแท่น Top 10 ผู้ผลิตพริก และพริกแห้ง
รายใหญ่ของโลกด้วย โดยบังคลาเทศอยู่ในอันดับที่ 5 ผลิตได้ประมาณ 157,607 ตัน รองจากเอธิโอเปีย
ขณะที่ปากีสถานตามหลังมาในอันดับที่ 6 ด้วยการผลิตปีละประมาณ 141,541 ตัน
ในขณะที่อินเดียหวังว่าการเก็บเกี่ยวที่ดีขึ้นจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566
เป็นต้นไป เพื่อนบ้านทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างปากีสถานกลับกำลังต่อสู้กับสภาพอากาศที่ทำลาย
พืชผลในพื้นที่ปลูกพริกที่สำคัญของประเทศ
จากสถิติดังกล่าว จึงไม่แปลกใจที่พริกถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากคนไทยนิยมรับประทานอาหาร
ที่มีรสชาติค่อนเผ็ดร้อน จึงนิยมใช้พริกในการประกอบอาหารหลากหลายเมนู อีกทั้งเกษตรกรบ้านเรายัง
เพาะปลูกพริกหลายชนิด ได้แก่ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกหยวก และพริกหวาน
โดยพริกถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปผลสดและพริกแห้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
และแปรรูปต่างๆ เช่น ซอสพริก พริกป่น พริกดอง เครื่องแกง น้ำพริกเผา และสีผสมอาหาร เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังมีการนำสารสกัดจากพริกไปใช้ในเวชภัณฑ์ต่างเพื่อรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ
เช่น ยาช่วยให้เจริญอาหาร ขับลมและขับปัสสาวะ ยาแก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ และซาง (โรคขาดพลังงาน
และโปรตีนในเด็ก ทำให้เด็กมีลักษณะพุงโล ก้นปอด) เป็นต้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้จากข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร พบว่า ปี 2563 ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกพริกราว 149,000 ไร่
คิดเป็นสัดส่วน 11% ของพื้นที่ปลูกพืชผักทั้งประเทศ โดยมีพื้นที่ปลูกเป็นอันดับที่ 2 รองจากพืชผัก
ทานใบ แต่เนื่องจากปริมาณผลผลิตพริกไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค
จึงส่งผลให้บ้านเราต้องนำเข้าพริกสด และพริกแห้งในปริมาณและมูลค่าที่สูงกว่าการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ไทยก็มีการส่งออกพริกไปจำหน่ายในต่างประเทศเช่นกัน โดยตลาดที่สำคัญในการนำเข้าพริกจากไทย
คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อิสราเอล และซาอุดิอาระเบีย
โดยพริกสดส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสิงคโปร์และมาเลเซีย
เมื่อพิจารณาขนาดตลาดซอสพริกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริกยอดนิยมพบว่าทั่วโลกมีมูลค่า 17,974.01 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2564 และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ 5.87% ต่อปี ในช่วงคาดการณ์ ซึ่งทำให้มีตลาดนี้
มูลค่าสูงถึง 25,308.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2570
“พริก” ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าความเผ็ดร้อน
ทั้งนี้ ความนิยมในการใช้พริกเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาจเริ่มต้นที่การเพิ่มสีสันและความจัดจ้านให้กับเมนูต่างๆ
แต่ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจอเมริกันระบุว่า การบริโภคพริกอาจทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น โดยลดความเสี่ยงสัมพัทธ์
ของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดลง 26% อัตราการการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลดลง 23% และอัตรา
การตายจากทุกสาเหตุลดลง 25% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยหรือแทบไม่เคยกินพริกเลย
ขณะที่ การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าการรับประทานพริกมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง
และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากการออกฤทธิ์ของสารแคปไซซิน ซึ่งทำให้พริกมีลักษณะเผ็ดเล็กน้อย
ถึงรุนแรงเมื่อรับประทาน
ที่มา salika.co
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.salika.co/2022/11/17/thailand-2nd-largest-chili-producer/#:~:text=%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%20(FAO)%20%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%E2%80%9C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E2%80%9D%20%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87%20%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%202%20%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%20%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20%E2%80%9C%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E2%80%9D%20%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%87%20%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%202563.
ไทยนำเข้าพริกสดจากจีนมากและจีนเป็นผู้ผลิตพริกรายใหญ่ที่สุดของโลก
โดยคิดเป็น 45% ของผลผลิตทั่วโลก
โดยมณฑลกุ้ยโจวเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสำคัญ ในขณะที่อินเดียเป็นผู้นำด้านการส่งออกพริกแห้ง
สำหรับพริกสดนั้น จีนมีศักยภาพสูงในการเพาะปลูกและส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีแหล่งผลิตหลักในมณฑล
กุ้ยโจวและเมืองจวินอี้
กุ้ยโจวแหล่งผลิตพริกอันดับ 1 ของจีน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้กุ้ยโจวมีประวัติการเพาะปลูกพริกมานานเกือบ 400 ปี เป็นมณฑลที่ถูกจัดอันดับจากอินเตอร์เน็ตว่า
ชื่นชอบการกินเผ็ดเป็นอันดับ 2 รองจากมณฑลหูหนาน แซงหน้ามณฑลที่ชื่นชอบการกินเผ็ดแบบลิ้นชา
อย่างมณฑลเสฉวนและฉงชิ่ง ซึ่งอยู่ในอันดับ 3
ปัจจุบัน กุ้ยโจวมีพื้นที่ปลูกพริกกว่า 4 ล้านหมู่ (1.7 ล้านไร่) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 ของพื้นที่ปลูกพริกของจีน
ผลผลิตกว่า 4 ล้านตัน กลายเป็นแหล่งผลิตพริกอันดับ 1 ของจีน และผลผลิตกว่าครึ่งถูกส่งขายไปต่างมณฑล
เช่น ฉงชิ่ง เสฉวน หูหนาน และหูเป่ย
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพริกในจีน:
มณฑลกุ้ยโจว: ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพริกอันดับ 1 ของจีน
เมืองจวินอี้ (Zunyi): แหล่งเพาะปลูกและส่งออกพริกสดที่สำคัญ ซึ่งมีผลผลิตพริกสดรายปีมากกว่า 2 ล้านตัน
ผลผลิตทั่วโลก: จีนผลิตพริกมากที่สุด คิดเป็น 45% ของโลก
การส่งออกพริกแห้ง: อินเดียเป็นผู้นำการส่งออกพริกแห้ง (>50% ของตลาดโลก) ส่วนจีนเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญ
ไทย มาแรงผลิต. พริกแห้ง .อันดับ 2 ของโลก
จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า “ไทย” เป็นผู้ผลิตพริก และพริกแห้ง
อันดับ 2 ของโลก รองจาก “อินเดีย” ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกแบบทิ้งโด่ง ซึ่งเป็นผลสำรวจล่าสุด
ที่เกิดขึ้นในปี 2563
ราคาของพริกพุ่งสูงขึ้นในอินเดียเนื่องจากผลผลิตเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากฝนตกหนัก กอปรกับความต้องการในประเทศที่สูง
ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนพริก ตามการรายงานของ Money Control ระบุว่าราคาพริกในแดนภารตะเพิ่มขึ้น 50%
ในเดือนกันยายน ต่อมาในเดือนตุลาคม The Economic Times รายงานว่าราคาพริกพันธุ์พรีเมียมได้ถีบตัวสูงขึ้นเช่นกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จากสถิติดังกล่าว จึงไม่แปลกใจที่พริกถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากคนไทยนิยมรับประทานอาหาร
ที่มีรสชาติค่อนเผ็ดร้อน จึงนิยมใช้พริกในการประกอบอาหารหลากหลายเมนู อีกทั้งเกษตรกรบ้านเรายัง
เพาะปลูกพริกหลายชนิด ได้แก่ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูสวน พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกหยวก และพริกหวาน
โดยพริกถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในรูปผลสดและพริกแห้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
และแปรรูปต่างๆ เช่น ซอสพริก พริกป่น พริกดอง เครื่องแกง น้ำพริกเผา และสีผสมอาหาร เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังมีการนำสารสกัดจากพริกไปใช้ในเวชภัณฑ์ต่างเพื่อรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ
เช่น ยาช่วยให้เจริญอาหาร ขับลมและขับปัสสาวะ ยาแก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ และซาง (โรคขาดพลังงาน
และโปรตีนในเด็ก ทำให้เด็กมีลักษณะพุงโล ก้นปอด) เป็นต้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
“พริก” ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าความเผ็ดร้อน
ทั้งนี้ ความนิยมในการใช้พริกเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาจเริ่มต้นที่การเพิ่มสีสันและความจัดจ้านให้กับเมนูต่างๆ
แต่ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจอเมริกันระบุว่า การบริโภคพริกอาจทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น โดยลดความเสี่ยงสัมพัทธ์
ของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดลง 26% อัตราการการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลดลง 23% และอัตรา
การตายจากทุกสาเหตุลดลง 25% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยหรือแทบไม่เคยกินพริกเลย
ขณะที่ การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าการรับประทานพริกมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง
และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากการออกฤทธิ์ของสารแคปไซซิน ซึ่งทำให้พริกมีลักษณะเผ็ดเล็กน้อย
ถึงรุนแรงเมื่อรับประทาน
ที่มา salika.co
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ไทยนำเข้าพริกสดจากจีนมากและจีนเป็นผู้ผลิตพริกรายใหญ่ที่สุดของโลก
โดยคิดเป็น 45% ของผลผลิตทั่วโลก
โดยมณฑลกุ้ยโจวเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสำคัญ ในขณะที่อินเดียเป็นผู้นำด้านการส่งออกพริกแห้ง
สำหรับพริกสดนั้น จีนมีศักยภาพสูงในการเพาะปลูกและส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีแหล่งผลิตหลักในมณฑล
กุ้ยโจวและเมืองจวินอี้
กุ้ยโจวแหล่งผลิตพริกอันดับ 1 ของจีน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพริกในจีน:
มณฑลกุ้ยโจว: ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพริกอันดับ 1 ของจีน
เมืองจวินอี้ (Zunyi): แหล่งเพาะปลูกและส่งออกพริกสดที่สำคัญ ซึ่งมีผลผลิตพริกสดรายปีมากกว่า 2 ล้านตัน
ผลผลิตทั่วโลก: จีนผลิตพริกมากที่สุด คิดเป็น 45% ของโลก
การส่งออกพริกแห้ง: อินเดียเป็นผู้นำการส่งออกพริกแห้ง (>50% ของตลาดโลก) ส่วนจีนเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญ