📌อวสานร้านกัญชา เกือบ 7,000 ร้าน จากรัฐบาลจะมีการแก้กฎหมายกัญชา

1. สถานการณ์ร้านกัญชาในไทย:
• มีการคาดการณ์ว่าร้านกัญชาประมาณ 7,000 แห่งทั่วประเทศ อาจจะต้องปิดกิจการลงภายในปีนี้
• สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยดึงกัญชากลับเข้าสู่กรอบการใช้ "เพื่อการแพทย์" เป็นหลัก จากเดิมที่เคยเปิดเสรีมากกว่านี้
2. กฎเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่:
• การจำหน่ายกัญชาจะถูกจำกัดให้อยู่ในสถานพยาบาล ร้านยา ร้านสมุนไพร หรือโดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยเท่านั้น
• เงื่อนไขสำคัญ: ต้องมีบุคลากรวิชาชีพที่ผ่านการอบรมประจำอยู่ที่ร้านตลอดเวลา ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
3. วัตถุประสงค์ของรัฐบาล:
• เพื่อลดผลกระทบด้านสาธารณสุขและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
• แก้ไขปัญหาการใช้กัญชานอกกรอบการแพทย์ที่มากเกินไป โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว
4. ผลกระทบ:
• ผู้ประกอบการรายย่อยอาจสู้ต้นทุนใหม่ไม่ไหว ทำให้ธุรกิจกัญชาอาจเหลือเพียงรายใหญ่ไม่กี่รายในอนาคต

CR 🔽
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Gemini

รัฐบาลพยายามผลักดันมาตั้งแต่ช่วงก่อนหน้า จุดเปลี่ยนสำคัญคือการ "จัดระเบียบใหม่" เพื่อให้กัญชาคงสถานะไว้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้นครับ
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญของการแก้ไขกฎหมายที่คุณควรรู้:
1. การดึงกัญชากลับเข้าสู่บัญชียาเสพติด (บางส่วน)
รัฐบาลมีทิศทางชัดเจนในการนำ "ช่อดอก" และสารสกัดที่มีค่า THC เกิน 0.2% กลับไปเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 โดยจะมีข้อยกเว้นเฉพาะการใช้เพื่อ:
• การรักษาโรค (Medical Use)
• การศึกษาวิจัย
• ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการควบคุมมาตรฐานอย่างเคร่งครัด
2. ร่าง พ.ร.บ. กัญชา-กัญชง ฉบับใหม่
กฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาควบคุม "ช่องว่าง" ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศ โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
• ห้ามใช้เพื่อสันทนาการ: จะมีการกำหนดโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่สูบหรือใช้กัญชาในเชิงบันเทิง
• การควบคุมใบอนุญาต: ร้านค้ากัญชากว่า 7,000 แห่ง (ตามคลิปที่คุณส่งมา) จะถูกคัดกรองอย่างหนัก ร้านที่ไม่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์ หรือไม่มีบุคลากรเฉพาะทางประจำการ จะไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้
• เขตปลอดกัญชา: เพิ่มความเข้มงวดในพื้นที่ใกล้สถานศึกษา ศาสนสถาน และสวนสาธารณะ

ณ ปี 2569 ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการระบุรายชื่อกลุ่มอาการและโรคที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นว่า "ต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น"
นี่คือรายชื่อ 15 กลุ่มอาการหลักที่ใช้เป็นมาตรฐาน (อ้างอิงจากแบบฟอร์ม ภ.ท. 33 ที่ใช้ในปัจจุบัน):
15 กลุ่มอาการที่ใช้กัญชาเพื่อการรักษาได้
1. อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain) หรือปวดรุนแรงที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล
2. นอนไม่หลับ (Insomnia)
3. โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)
4. โรคมะเร็ง (Cancer) เพื่อบรรเทาอาการหรือใช้ควบคู่กับการรักษาหลัก
5. อาการปวดข้อและข้อติดแข็ง (Joint Pain & Stiffness)
6. อาการเกร็งและชักกระตุก (Muscle Spasms & Cramps)
7. โรคลมชัก (Epilepsy) โดยเฉพาะชนิดที่ดื้อต่อยารักษาปกติ
8. อาการคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด (Chemotherapy-induced Nausea and Vomiting)
9. โรคเบื่ออาหาร (Loss of Appetite) โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือมะเร็ง
10. ภาวะวิตกกังวล (General Anxiety)
11. โรคซึมเศร้า (Depression)
12. โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease)
13. โรคหอบหืด (Asthma) (ต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด)
14. ภาวะอ่อนเพลีย (Fatigue)
15. กลุ่มโรคอื่นๆ ที่แพทย์เห็นสมควรตามดุลยพินิจและมาตรฐานวิชาชีพ
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบในปี 2569:
• ใบรับรองแพทย์/ใบสั่งยา: ไม่สามารถเดินเข้าไปซื้อเพื่อสูบเองได้เหมือนเมื่อก่อน ผู้บริโภคต้องมี "ใบสั่งยา" หรือ "ใบรับรองแพทย์" ที่ระบุอาการชัดเจน
• ระยะเวลาครอบครอง: แพทย์จะออกใบสั่งยาให้ครอบครองได้ไม่เกิน 30 วัน ต่อครั้ง
• สถานที่จำหน่าย: ต้องเป็นร้านที่ได้รับอนุญาตและมี "ผู้ประกอบวิชาชีพ" (แพทย์, เภสัชกร หรือแพทย์แผนไทย) ประจำการอยู่เพื่อคัดกรองอาการเท่านั้น

📌คุณคิดเห็นกันอย่างไร ✅เราว่าดีนะ เพราะทุกวันนี้ พยเจอคนสูบกัญชาทั่วไปหมด เด็กๆวัยรุ่น เยาวชน นักท่องเที่ยว รู้สึกว่ามากเกินไป เสรีเกินไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่