สิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน: เมืองเล็กแต่โคตรครบ เดินเพลินจนไม่อยากกลับ (Gardens by the Bay – Marina Bay – Sentosa – Jewel)

กระทู้สนทนา
ทริปสิงคโปร์ 3 วัน 2 คืนครั้งนี้ของเรา ถ้าจะสรุปแบบสั้นที่สุดคือ แน่น แต่ไม่เหนื่อยเกินไป เพราะเราไม่ได้ตั้งใจวิ่งเช็กอินให้ครบทุกมุมของประเทศ แต่อยากเก็บโมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า มาถึงสิงคโปร์แล้วจริงๆ ให้ครบทั้งเมือง ทั้งทะเล ทั้งแสงไฟตอนกลางคืน และความคึกคักแบบย่าน local ที่เดินไปแล้วได้กลิ่นอาหารลอยมาตลอดทาง

ไฮไลต์ของทริปคือ เราแบ่งอารมณ์ของแต่ละวันชัดมาก
  - วันแรกเป็นวันเปิดเมืองแบบตื่นตา—เจอความอลังการของแลนด์มาร์กที่ทุกคนต้องมีรูปกลับบ้าน
  - วันที่สองเป็นวันเล่นใหญ่บนเกาะเซ็นโตซ่า อยู่ได้ทั้งวันแบบไม่ต้องคิดเยอะ เพราะกิจกรรมมันดูดเวลาไปเอง
  - วันที่สามเป็นวันเก็บตกแบบสบายๆ เดินหลงอย่างมีความสุข ช้อปของฝาก แล้วปิดทริปด้วยสนามบินที่คนยอมมาเที่ยวแทนเมืองได้เลย

Day 1: ลงปุ๊บ…เมืองก็พาว้าวทันที (สวนอนาคต + เมืองไฟระยิบระยับ)
เราแตะสิงคโปร์ประมาณ 11:00 (เวลาสิงคโปร์) ปุ๊บก็เริ่มด้วยการนั่งรถไฟจากสนามบินไปโรงแรม ประเดิมความรู้สึกแรกคือ เมืองนี้มันเดินทางง่ายจริง กระเป๋าวาง ฝากของเสร็จ ยังไม่ทันตั้งสติดี เราก็เริ่มออกลุยทันทีแบบไม่ปล่อยเวลาให้ไหลไปฟรีๆ

ที่แรกของวันคือ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) ที่บอกเลยว่าเห็นรูปมาหลายรอบก็ยังไม่เท่าไปเห็นด้วยตาตัวเอง เพราะมันไม่ใช่แค่สวนสวย แต่มันให้ฟีลเหมือนเราเดินเข้าไปใน โลกอนาคต ต้นไม้ยักษ์ รายละเอียดทุกอย่างดูตั้งใจ และเดินไปเรื่อยๆ จะมีมุมให้หยุด เฮ้ย สวยอะ ตลอดทาง
จากนั้นเราค่อยไหลเข้าสู่โซนเมืองที่สุดแสนไอคอนิก—ไปต่อที่ Marina Bay Sands® (มารีน่า เบย์ แซนด์ส) ชมวิวแถวมาริน่าเบย์แบบที่แค่ยืนเฉยๆ ก็เหมือนได้รูปแล้ว แล้วค่อยเดินไปเจอจุดเช็กอินที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์อย่าง Merlion Park (เมอร์ไลออน พาร์ค) จุดนี้จะมีความสนุกตรง คนเยอะ แต่ก็ต้องได้รูป (เดี๋ยวเล่าเทคนิคมุมและจังหวะให้) แล้วเราปิดท้ายช่วงเย็นด้วยการเดินข้าม สะพานเฮลิกซ์ (Helix Bridge) รับลม ดูเส้นโค้งของสะพานกับวิวตึกที่เริ่มเปิดไฟทีละดวง

และพอค่ำลง…นี่แหละช่วงที่สิงคโปร์ เปิดโหมดหนัง ของจริง เพราะ Marina Bay Sands ยามค่ำคืน คือความอลังการแบบเงยหน้ามองแล้วรู้สึกตัวเล็กนิดเดียว ไฟเมืองสะท้อนผิวน้ำ บรรยากาศมันพาให้เราอยากเดินช้าๆ และเก็บทุกอย่างไว้ในความทรงจำ วันแรกเลยจบแบบสวยๆ ชนิดที่กลับถึงโรงแรมแล้วยังคิดว่า เออ แค่วันแรกก็คุ้มแล้วนะ

Day 2: วันแห่งเซ็นโตซ่า—อยู่ได้ทั้งวันจริง (โลกใต้ทะเล + เวทมนตร์ + ไนท์โหมดไชน่าทาวน์)
วันที่สองเรายกให้เป็น วันกิจกรรม แบบเต็มตัว เป้าหมายคือ เกาะเซ็นโตซ่า ที่แค่เริ่มต้นก็รู้เลยว่าวันนี้จะใช้พลังเยอะ แต่เป็นพลังที่ใช้แล้วคุ้ม

เราเริ่มจาก สิงคโปร์ โอเชียนเนเรียม (Singapore Oceanarium) จุดนี้คือเพลินแบบไม่รู้ตัว เดินๆ อยู่เหมือนเวลาโดนดูด เพราะมันไม่ได้มีแค่ปลาให้ดู แต่มันเป็นบรรยากาศที่ทำให้เราอยากหยุดมอง อยากเดินช้าๆ และถ่ายรูปแบบไม่ต้องรีบ (เดี๋ยวจะเล่าว่าโซนไหนควรเผื่อเวลาเยอะ)

แล้วไปต่อของจริงที่ Harry Potter: Visions of Magic นิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟที่อลังการและดูดเวลาได้เก่งมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เดินดู แต่เป็นประสบการณ์ที่เหมือนเราเข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริงๆ ยิ่งถ้าใครเป็นแฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์ นี่คือหัวใจพองโตแบบไม่ต้องพยายาม ส่วนคนที่ไม่ใช่แฟนก็ยังสนุกได้ เพราะมันเล่นกับแสง เงา และรายละเอียดที่ทำให้เราเดินต่อแล้วอยากรู้ว่าห้องถัดไปมีอะไร

พอถึงช่วงเย็น เรากลับเข้าเมือง เติมพลังด้วยของที่คนไทยชอบไปรีวิวอย่าง ข้าวมันไก่ (อันนี้แอบขำในความเป็นเราเห็นคนรีวิวเยอะก็ต้องลองบ้างสิ!) แล้วค่อยปรับอารมณ์จากความตื่นตา มาเป็นความสงบและคลาสสิกที่ วัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) ตอนกลางคืน บรรยากาศจะต่างจากตอนกลางวันมาก มีความนิ่ง ความขลัง และสวยแบบนุ่มๆ

จากนั้นเดินผ่าน ย่าน Chinatown Food Street ที่บอกเลยว่าแค่เดินผ่าน ยังยาก เพราะกลิ่นอาหารมันเรียกให้เราหยุดตลอดเวลา แสงไฟ ป้ายร้าน เสียงคนคุยกันมันมีชีวิตมาก และเหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีเป้าหมายชัดๆ
แล้วไฮไลต์ค่ำของวันนี้คือกลับไปที่ Merlion Park อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เราไปเพื่อดูน้ำพุเต้นระบำยามค่ำคืน แบบให้ทริปมีฉากปิดที่เป็นแสง สี เสียง สมบูรณ์ๆ ก่อนจะไปต่อที่ ตลาดคริสต์มาส เดินดูไฟ เดินดูของน่ารักๆ ให้ฟีลเทศกาลแบบหัวใจอุ่นๆ วันสองเลยเป็นวันที่แน่นแต่มีความสุข จริงๆ

Day 3: เก็บตกแบบชิลๆ + หลงถนนออชาร์ด + ปิดทริปด้วย Jewel ที่เหมือนฉากสุดท้ายของหนั
วันสุดท้ายเราปรับโหมดให้สบายขึ้น เพราะยังอยากเที่ยว แต่ก็ต้องเผื่อแรงไว้กลับบ้านด้วย เราเริ่มด้วยการไปถ่ายรูปกับ Merlion Park ตอนกลางวันอีกสักรอบเพราะแสงคนละแบบกับตอนกลางคืน ภาพที่ได้ก็จะคนละอารมณ์เลย แล้วนั่ง/เดินชมวิว Marina Bay Sands® อีกรอบแบบเหมือนมาบอกลาเมือง
จากนั้นเข้าสู่โหมด หลงอย่างมีความสุข ที่ ถนนออชาร์ด (Orchard Road) วันสุดท้ายคือวันที่เหมาะกับการเดินเรื่อยๆ แวะดูนั่นนี่แบบไม่ต้องแข่งกับเวลา (แต่ก็ต้องมีสติหน่อย เดี๋ยวจะเล่าว่าหลงยังไงให้ไม่หลงจริง!) ก่อนจะไปลุยภารกิจของฝาก เราแวะซื้อของที่ สถานี Expo ซึ่งเป็นมุมที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึง แต่สำหรับเรามันสะดวกและได้ของครบดี

แล้วพอถึงเวลาต้องไปสนามบิน เราไป Terminal 1 เพื่อปิดทริปแบบสวยๆ ที่ Jewel Changi Airport จุดชมวิวยอดฮอตที่ “ไม่ใช่แค่สนามบิน” แต่เหมือนแลนด์มาร์กสุดท้ายของสิงคโปร์ น้ำตกในอาคาร แสงที่ตกกระทบลงมา บรรยากาศมันทำให้รู้สึกว่า ทริปนี้จบแบบสมบูรณ์จริงๆ เหมือนฉากจบที่คนดูยิ้มแล้วอยากกดดูต่ออีกซีซัน

แล้วเดี๋ยวมาเล่าอย่างละเอียดกัน .....
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่