ประสบการณ์สมัครทุนป.เอก Manaaki New Zealand Scholarship ทุนเรียนฟรี 100% จากรัฐบาลนิวซีแลนด์

เริ่มด้วย จขกท. มีความตั้งใจจะเรียนป.เอก ในช่วงต้นปี 2025 และ ยังไม่มีความพร้อมเรื่องเอกสารใดๆเลย เช่น คะแนน IELTS, อาจารย์ที่ปรึกษา, Proposal ใดๆ เลยหาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องทุนป.เอก โดยโฟกัสทุนฟรี 100% ด้วย ซึ่งทุนส่วนมากจะต้องให้เราได้ offer จากมหาลัยก่อนถึงยื่นสมัครได้ และการจะได้ offer ก็ต้องมี Supervisor ก่อน และ ก่อนจะมี Supervisor ก็ต้องมี Proposal และใช่ จขกท ไม่มีอะไรสักอย่างที่ว่ามา และส่วนตัวอยากจะสมัครทุนให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากเสียเวลา จนมาพบว่ามีทุนอันนึงที่น่าสนใจคือชื่อทุน Manaaki New Zealand Scholarship เป็นทุน 100% จากรัฐบาลนิวซีแลนด์
ซึ่งมีรายละเอียดหลักๆดังนี้ (อาจจะไม่ครบนะ)
1.ต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทย 2 ปีก่อนวันรับสมัคร
2.อายุ 18-40 ปี
3.ต้องมีประสบการณ์ทำงาน full-time 1 ปี หรือ part-time 2 ปี (ไม่ต้องใช้ใบผ่านงานในการสมัครนะ ไม่ต้องห่วง)
4.มีความมุ่งมั่นในการเอาความรู้กลับมาพัฒนาประเทศบ้านเกิด
5. มีผลทดสอบภาษาอังกฤษ เป็นไปตามเงื่อนไขของสาขาที่เรียนในยูนั้นๆ ** แต่ตอนสมัครยังไม่ต้องใช้นะ จะใช้ต่อเมื่อเราได้ทุน และต้องสมัครมหาลัยตามที่เราตั้งใจจะไปเรียน**

โดยเงื่อนไขการใช้ของทุนมีแค่ 1 ข้อ คือ "เมื่อเรียนจบแล้ว ต้องกลับมาทำงานที่ประเทศบ้านเกิดอย่างน้อย 2 ปี จะเป็นงานอะไรก็ได้"

แล้วทุนให้อะไรเราบ้างหล่ะ  คือตอบเลยว่าเยอะมากกกกกกกกก
-ค่าเทอม
-เบี้ยเลี้ยง
-ค่าทำวีซ่า/ตรวจสุขภาพ
-ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (สามารถกลับมาเยี่ยมประเทศได้ด้วย สำหรับป.เอกกลับได้ 2 ครั้ง และออกค่าตั๋วให้เหมือนเดิม)
-ค่าตั้งรกรากในนิวซีแลนด์ (establish allowance)
-ค่าตั้งตัวตอนกลับมาไทย
-แม้กระทั่งค่าสอบภาษาอังกฤษ และทุกคนรู้กันว่า IELTS ค่าสอบแพงมาก และใช่ ทุนจ่ายให้หมดเลย
สำหรับป.โทถ้าได้ทุนแล้วผลภาษาเราเกือบผ่านทุนจะออกค่าเรียนให้บินไป take english course เรียนก่อนด้วย แต่ป.เอกไม่มีนะ เพราะงั้นต้องสอบให้ผ่านอย่างเดียว 55 เห็นถึงความใจปล้ำของทุนรึยังง

ป.โทให้ทุน 2 ปี และ ป.เอก 3.5 ปี โดยทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บของทุนโดยตรงได้เลย เพราะหน้าเว็บบอกละเอียดมาก และมี Agency (Hearts&Minds) เอามาแปลเป็นไทยให้ทุกคนทำความเข้าใจ แต่ใดๆ ขอให้ทุกคนยึดตามหน้าเว็บทุน เพราะแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลง

แล้วทุนเปิดรับสมัครสาขาที่หลากหลาย
แต่ที่ทุนต้องการคือสาขา Food Security and Agriculture, Good Governance และ Renewable Energy ซึ่งจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่จริงๆ มีมากกว่านี้ ไปดูหน้าเว็บเลย อยากให้คนที่สมัคร สมัครในหัวข้อที่ทุนแนะนำ เพราะจะทำให้โอกาสใบสมัครถูกพิจารณาสูง แต่จริงๆ เราสามารถสมัครหัวข้ออื่นได้ แต่แค่เราต้องเชื่อมโยงได้ว่ามีผลกับด้านที่เค้าสนับสนุนแค่ไหน(คิดว่านะ)

กลับมาที่การสมัครของ จขกท โดยตัวจขกทเอง ยังไม่มี offer จากมหาลัย ไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ ไม่มีที่ปรึกษา และใช่ทุนยังไม่ต้องใช้เอกสารพวกนี้ตอนสมัคร เลยตัดสินใจสมัครเลยไม่รีรอ เพราะอ่าน Timeline ของกระบวนการใช้เวลา 7-8 เดือน เลยคิดว่าช่วงเวลานี้แหละ ในการเตรียมตัว แต่! ความยากคือพออ่านรายละเอียด ทุนนี้ให้ป.เอก แค่ 1 ทุนสำหรับประเทศไทย และใช่เราตัดสินในสมัครเพราะคิดว่า สมัครยังมีโอกาสได้ทุน ไม่สมัครคือไม่ได้ทุน100%

ขั้นตอนสมัคร ทุกอย่างเป็นออนไลน์หมดเลย สะดวกมาก และรายละเอียดชัดเจนมาก
ขั้นแรก > ทำ eligibility test เพื่อยืนยันสิทธิ์คุณสมบัติ ซึ่งถ้าเราอ่านรายละเอียดแล้วเราผ่านหมด เทสนี้คิอชิล
ขั้นสอง > เขียน essey และใช่ จขกทไม่มีประสบการณ์การเขียนเลย ถือว่างานยาก แต่ใช้เวลา 1 คืนในการเขียนแบบรวดเดียวจบ
โดยมีหัวข้อหลักๆคือ
>Proposed study programme : โดยเราต้องระบุว่าเราอยากจะเรียนสาขาอะไร ที่มหาวิทยาลัยไหน จขกท เลือกไป 2 ยูคือ University of Auckland และ Massey University สาขา Food Technology โดยจขกท เลือกโดยความเข้มข้นของงานวิจัย และ ลิสรายชื่ออจมาคร่าวๆละ ว่าใครน่าสนใจ ต่อมาคือเขียน Project proposal ซึ่งจขกท มีเพียง scope งานที่อยากจะทำยังไม่ได้มี Protocol ที่ชัดเจน เพราะเรายังไม่มีที่ปรึกษาอ่ะเนอะ เลยเขียนไปแบบกว้างๆ แต่เน้นว่างานเราจะมี impact กลับมาพัฒนาประเทศยังไง โดยอยากให้คนที่สมัครให้เขียนเน้นเรื่องนี้ เพราะมันคือ aim ของทุนเลย
>Study History ก็กรอกตามจริงเลย (แนบ Transcript ภาษาอังกฤษทั้งป.ตรีและโท)
>Work History ก็กรอกที่ทำงานเราไปว่าเคยทำงานที่ไหนงานที่ทำคืออะไร ระยะเวลาการทำงาน
>Development Relevant ก็จะถามว่าสกิลหรือความรู้อะไรที่เราหวังจะได้จากการไปเรียนครั้งนี้และสำคัญกับการพัฒนาประเทศยังไง
>Relationship Management โดยจะถามถึงเหตุการณ์ตอนเรียนหรือทำงานที่ทำให้เราพัฒนาค.สัมพันธ์ใหม่กับคนในทีมและผลลัพธ์เป็นไง
>Self Drive บอกเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองโดยไม่มีค.ช่วยเหลือจากใคร
>Studying Overseas บอกว่าทำไมถึงอยากไปเรียนที่NZ และถ้าได้ทุนจะเตรียมตัวยังไง

เอกสารที่ต้องใช้ตอนสมัคร มีแค่
1. Transcript ป.ตรี โท เป็นภาษาอังกฤษ
2. ผลงานวิชาการที่มีการตีพิมพ์
คิดว่ามีแค่นี้นะ ยังไม่ต้องใช้ recommendation letter ใดๆด้วย

โดยจขกทใช้เทคนิค STAR ในการเขียน essay ให้ยึดว่าเป็นการบอกเล่าให้เพื่อนฟัง บอก Situation บริบทที่เกิดขึ้น Task หน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย Action เรา action กับเหตุการณ์นั้นยังไง Reasult ผลที่เกิดขึ้นเป็นยังไง อยากให้ทุกคนลองเขียนแล้วกลับมาอ่านหรือเอาให้เพื่อนอ่านก็ได้ ว่ารู้เรื่องกระชับไหม เพราะ essay ค่อนข้างจำกัดการบรรยายเป็นจำนวนตัวอักษร ดังนั้นให้เขียนแบบ direct to the point และทุนมีการตรวจเรื่องการใช้ AI ในการเขียนใบสมัครนะ ดังนั้นให้เขียนมาจากตัวเราดีกว่า ส่วนจะใช้ AI ให้ใช้ตรวจแกรมม่าพอขึ้นโครงประโยค แล้วให้ AI ช่วยแก้ ให้ใช้คำศัพท์ง่ายๆ อย่าหรูหราเกิน เปลืองจำนวนตัวอักษร

แนะนำให้มาเรียบเรียงเขียนข้างนอกก่อน แล้วค่อยเอาไปกรอกในหน้าเว็บ เมื่อสมัครเสร็จ
ทุนก็จะส่งอีเมลมาเพื่อยืนยันการสมัคร และส่งไฟล์ใบสมัคร pdf ให้เราโหลดเก็บไว้ รักษาให้ดีเอาไว้ทวนอ่าน ถ้าเราผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ อยากให้คนที่จะสมัครศึกษา course ที่จะไปเรียนและศึกษา aim ของทุนให้ดี และเขียนใบสมัครให้ตอบโจทย์ aim ของทุน คือว่าตรงนี้จะทำให้เราผ่าน First Screening

และเมื่อ จขกท สมัครใบสมัครเสร็จด่านต่อไปคือเตรียมตัวสอบ IELTS และหาที่ปรึกษาป.เอก งานหินทั้งคู่
ต่อไปจะเล่าเรื่องการหาที่ปรึกษาละกัน ว่าจขกทหายังไง โดยตอนเขียนใบสมัครทุนจขกทเลือก อันดับ 1 เป็น UoA และ 2 คือ Massey ไป
>step แรก คือเข้าไปดูหน้าเว็บของมหาลัยนั้นๆเลย และค้นหา Supervisor ที่มีงานวิจัยหัวข้อที่เราสนใจ ก็ได้มา ยูละ 1 ท่าน
>Step สอง email ไปเลยจ้า โดยมีรายละเอียดว่าเราคือใคร กำลังจะสมัครทุน Manaaki NZ Scholarship จบจากไหน สนใจจะเรียนป.เอกกับเค้า แนบ Transcript ตรี โทไป รวมถึง Abstract โปรเจคตรี โท และ CV
หลังจากนั้นก็รอ email ตอบกลับ

โดย อจที่ UoA ติดต่อกลับมา และอยากขอดู Project Proposal เราก่อน ซึ่งดูท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ในการคุย และขณะเดียวกัน อจที่ Massey ก็อีเมลกลับมาว่า ขอ Online Meeting พูดคุยกับเรา เราเลยเตรียมตัว ทำ presentation ว่าเราจบจากไหน เรียนวิชาหลักๆอะไรบ้างที่สำคัญกับโปรเจคป.เอก เกรดเท่าไหร่ ประสบการณ์ทำงานเราเป็นไง สกิลที่เรามีคืออะไร โปรเจคป.เอกคืออะไรที่เราอยากทำ โดยจขกท ก็บอกไปว่า Scope งานที่เราอยากทำเป็นประมาณไหน โดยไม่ได้ Specific ขนาดนั้น เพราะเราเข้าใจว่าแต่ละที่มี Facility ที่ Support ไม่เหมือนกัน และบอกอีกว่า เราไม่ได้ปิดกั้นตัวเองว่าต้องทำแค่เรื่องนี้ เราเพียงอยากเรียนรู้ปสกใหม่ๆ และได้ต่อยอดองค์ความรู้เดิม ซึ่งอจท่านนี้ ดูสนใจในสกิลที่จขกทมี เลยตกลงยอมรับที่จะเป็น supervisor ถ้าเราได้ทุนนี้ โดยเขาถามว่าอยากให้เค้าช่วยตรงไหน เราก็ตอบไปว่า ต้องการเพียงจดหมายที่ยืนยันว่าเค้าจะรับเราเป็น PhD student ภายใต้การดูแลของเค้า เพื่อยืนยันกรรมการเจ้าหน้าที่ทุน หากได้รับการสัมภาษณ์ หลังจบจาก online meeting คือ ดีใจมาก เพราะ อจจาก MU มีหัวข้องานวิจัย field งานที่จขกทสนใจมากกว่า เลยคิดเลือกอจคนนี้ บวกกับอจอีกท่านก็ดูไม่ค่อยว่างตอบอีเมล ต่อมาจขกท ก็ส่งรายละเอียดทุนให้กับ อจที่ MU และตัวอย่าง Consent Letter ในการรับเป็นที่ปรึกษา

เหลือด่านสุดท้าย สอบ Ielts ด่านหินมาก เพราะ ต้องได้ Overall 6.5 ทุกแบนด์ไม่ต่ำกว่า 6.0 สำหรับคนที่เรียนไทยมาทั้งชีวิต คือยากมากนะ แต่ก็ฝึกไปเรื่อยๆ จนทำได้ โดยในระหว่างเรียน เรามีการไปเรียนกับน้องนักศึกษาที่มาสอนพิเศษปิดเทอม โดยฝึกแค่ speaking เพราะอยากให้เราสามารถพูดอิ้งโดยไม่ติดขัด คิดเผื่อกรณีถ้าผ่านสัมภาษณ์ โดยเฉพาะ Part 3 ของ Ielts ที่จะเป็นการ deep talk ซึ่งเหมาะมากในการเอาไป apply ในการสัมภาษณ์ทุน แต่ skills อื่นๆ ก็หาดูตามเว็บ กับเรียนคอร์สออนไลน์ของครูเจี๊ยบและอยากให้ทุกคนลองไปฝึกทำข้อสอบในเว็บ Engnovate ซึ่งดีมาก

และผ่านไปสองเดือน จนจขกทแอบคิดว่าหรือว่าไม่ผ่านใบสมัครนะ เลยเงียบขนาดนี้จนได้เมลถามจนททุนว่าถ้าไม่ผ่านจะได้รับอีเมลไหม เค้าตอบว่าใช่
ทุกขั้นตอนจะแจ้งผ่านอีเมล ขอให้ติดตามผลต่อไป จนกระทั่งงง ได้รับเมลตอบมาว่า

ใช่แล้ว จขกท ผ่าน First screening แล้วจ้าาาา และอีเมลนี้ได้บอกรายละเอียดของขั้นตอนถัดไปก็คือการทำ Psychometric test
Psychometric test คือการทดสอบเราทั่งด้าน IQ และ EQ โดยเป็นการเทสออนไลน์ มี link มาให้ทำและต้องทำภายใน 10 วัน ไม่งั้นก็จะถูกตัดสิทธิ

โดยจขกทก็ไปศึกษาข้อมูลมา พบว่าเป็นแบบทดสอบที่องค์กรชั้นนำใช้ในการคัดบุคลากรในการเข้าทำงานในองค์กร
ดังนั้น Trust in the process จ้าา แนะนำให้เป็นตัวเอง อย่าพยายามเป็นคนอื่น อย่าคิดเยอะ ตอบตามที่เราคิดเลย และ internet ต้องดีนะ เพราะทำได้แค่ครั้งเดียว จขกทบอกเลยว่า หลังเปียกมาก ตอนทำ เพราะทำรวดเดียว 4 tests และมีความยาก แต่ไม่เกินความสามารถ โดย Test จะมีหัวข้อตามรูปเลย คือ


> A Cognitive Reasoning Test จะเป็นข้อสอบแนวอนุกรม ให้แพทเทินลูกเต๋ามา แล้วเดาภาพต่อไป ยากอยู่ จับเวลาด้วยนะ ข้อละ 2 นาที
> A Verbal Reasoning Test จะเป็น Passage สั้น ยาว ประมาณ 3 passages แล้วตอบคำถามแบบเลือก choice จับเวลาเหมือนกัน 2 นาที/ข้อ ยากกว่า Ielts เพราะต้องทำข้อต่อข้อ ข้ามไม่ได้ด้วย แอบกระซิบว่า จขกท มีแอบทำไม่ทัน ล่กด้วย พอเห็นเวลานับถอยหลังเรื่อยๆ เพราะงั้น ตั้งสติดีๆ
> A Personality Test & Value Test จะเบาลงมาหน่อยไม่มีจับเวลา จะเป็นข้อสอบวัด EQ แนวๆหา MBTI มีข้อสอบเป็นร้อยๆข้อ ถามวนไปมา เพื่อตรวจสอบว่าคำตอบคือตัวตนเราจริงไหม เพราะงั้นเลยแนะนำให้เป็นตัวเองในการทำพาทนี้ให้มากที่สุด โดยผลการ Test จะเป็นความลับ และส่งให้จนททุนโดยตรง เราไม่สามารถรู้ได้

หลังจากนั้นก็รอ จน 2 เดือนผ่านไป เข้าเดือนมิถุนายน จนได้รับอีเมลว่า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่