วันนี้ฟังแถลงข่าวของผู้บริหารประกันสังคมแล้วรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมเอาเงินกองทุนไปตัดสูทแจกกันเองภายในสำนักงานมากถึง 35 ล้านบาท เพียงเพราะเหตุผลง่ายๆว่า เป็นอัตตลักษณ์องค์กร หากประชาชนเห็นข้างนอกสำนักงานจะได้เข้ามาสอบถามข้อมูลได้
1. พวกคุณไม่ต้องไปคิดถึงขนาดว่าพนักงานของคุณจะใส่สูทออกนอกสำนักงานแล้วจะบริการประชาชนหรอกครับ แค่ให้พวกเขาบริการประชาชนให้เต็มที่ตอนที่อยู่ในสำนักงานให้ได้ก็พอ อย่าให้มีข่าวว่าประชาชนไปติดต่อแล้วบอกว่าระบบคอมพิวเตอร์เสียจ่ายเงินไม่ได้ไว้มาใหม่วันหลัง ประชาชนเขาเสียทั้งค่าเดินทางและเวลามาติดต่อพวกคุณ จริงๆควรเอางล 35 ล้านไปพัฒนาระบบงานของประกันสังคมให้ใช้ได้เสียก่อน
2. การที่คุณมาอ้างว่าเงินกองทุนนั้น ทางรัฐบาล กับนายจ้างก็ร่วมจ่ายไม่ใช่ผู้ประกันตนจ่ายฝ่ายเดียวนั้น อันนี้ตรรกะวิบัติมาก
3. ถึงแม้จะมี 3 ฝ่ายจ่ายเงินเข้ากองทุนแต่วัตถุประสงค์ของเงินทั้งสามก้อนนั้น "
เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน" ไม่ใช่มาอ้างว่าเงินอีก 2 ส่วนประชาชนไม่ได้จ่ายนะ ดังนั้นพวกฉันมีสิทธิจะเอาไปทำอะไรที่พวกฉันอยากทำก็ได้ เพราะฉันก็เป็นข้าราชการคนหนึ่ง
4. การที่กฏหมายระบุว่าท่านสามารถเอาเงิน 10% ของกองทุนที่เก็บได้แต่ละปีมาใช้ในการบริหารได้ แต่พวกฉันใช้แค่ ไม่เกิน 5 % ดังนั้นพวกฉันเก่งมากดีมากแล้วนะ อันนี้ก็วิบัติอีก
5. กฏหมายเปิดให้สามารถใช้เงินได้ไม่เกิน 10 % ก็จริงแต่แารใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนไม่ใช่เอามาสนองความต้องการของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ประกันสังคมด้วยกันเองโดยผู้ประกันตนไม่ได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม
"อย่างนี้เขาเรียกว่าผลาญเงินผู้ประกันตนครับ"
ความเข้าใจที่ผิดของผู้บริหารประกันสังคม เรื่องเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปตัดสูทแจกพนักงาน 35 ล้านบาท
1. พวกคุณไม่ต้องไปคิดถึงขนาดว่าพนักงานของคุณจะใส่สูทออกนอกสำนักงานแล้วจะบริการประชาชนหรอกครับ แค่ให้พวกเขาบริการประชาชนให้เต็มที่ตอนที่อยู่ในสำนักงานให้ได้ก็พอ อย่าให้มีข่าวว่าประชาชนไปติดต่อแล้วบอกว่าระบบคอมพิวเตอร์เสียจ่ายเงินไม่ได้ไว้มาใหม่วันหลัง ประชาชนเขาเสียทั้งค่าเดินทางและเวลามาติดต่อพวกคุณ จริงๆควรเอางล 35 ล้านไปพัฒนาระบบงานของประกันสังคมให้ใช้ได้เสียก่อน
2. การที่คุณมาอ้างว่าเงินกองทุนนั้น ทางรัฐบาล กับนายจ้างก็ร่วมจ่ายไม่ใช่ผู้ประกันตนจ่ายฝ่ายเดียวนั้น อันนี้ตรรกะวิบัติมาก
3. ถึงแม้จะมี 3 ฝ่ายจ่ายเงินเข้ากองทุนแต่วัตถุประสงค์ของเงินทั้งสามก้อนนั้น "เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน" ไม่ใช่มาอ้างว่าเงินอีก 2 ส่วนประชาชนไม่ได้จ่ายนะ ดังนั้นพวกฉันมีสิทธิจะเอาไปทำอะไรที่พวกฉันอยากทำก็ได้ เพราะฉันก็เป็นข้าราชการคนหนึ่ง
4. การที่กฏหมายระบุว่าท่านสามารถเอาเงิน 10% ของกองทุนที่เก็บได้แต่ละปีมาใช้ในการบริหารได้ แต่พวกฉันใช้แค่ ไม่เกิน 5 % ดังนั้นพวกฉันเก่งมากดีมากแล้วนะ อันนี้ก็วิบัติอีก
5. กฏหมายเปิดให้สามารถใช้เงินได้ไม่เกิน 10 % ก็จริงแต่แารใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนไม่ใช่เอามาสนองความต้องการของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ประกันสังคมด้วยกันเองโดยผู้ประกันตนไม่ได้รับประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม
"อย่างนี้เขาเรียกว่าผลาญเงินผู้ประกันตนครับ"