ช่วงนี้เห็นหลายคนกำลังสนใจการยกกระชับหน้าด้วยเครื่องมือกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ HIFU วันนี้เลยรวบรวมข้อมูลแบบเข้าใจง่าย + ปสก. ตรงมาแชร์ เพื่อให้เพื่อน ๆ ใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเสียเงิน จะได้รู้ว่าทำงานยังไง และคุ้มค่ากับปัญหาผิวของเราหรือเปล่า ?
1. Hifu คืออะไรกันแน่ ?
อธิบายง่าย ๆ คือการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ยิงลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (ชั้น SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมใช้ผ่าตัดดึงหน้านั่นเองค่ะ พลังงานจะไปทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวยกกระชับเต่งตึงค่ะ
2. Hifu เหมาะกับใคร ?
- คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- คนที่มีปัญหาเหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด
- คนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด เพราะตัวนี้ไม่มีแผลเลยค่ะ
- คนที่อยากรักษาความตึงกระชับของหน้าไว้แต่เนิ่น ๆ
3. ข้อดีและข้อจำกัดของ Hifu ที่ควรทราบ
ข้อดี:
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าต่อได้ทันที
- ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นจากภายใน ไม่ใช่แค่การดึงภายนอก
ข้อจำกัด:
- ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร (โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพเครื่องและการดูแลตัวเอง)
- ไม่ได้เห็นผลทันที 100% ต้องรอการสร้างคอลลาเจนใหม่ประมาณ 2-3 เดือน
4. Hifu เจ็บไหม? ความรู้สึกตอนทำเป็นอย่างไร ?
ขึ้นอยู่กับเครื่องและพลังงานที่คุณหมอใช้ค่ะ ส่วนตัวที่เคยทำมาของ Ultraformer III รู้สึกจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ที่ใต้ผิว แต่ไม่ได้เจ็บจนทนไม่ไหว และก่อนทำจะมีการแปะยาชาให้ด้วยค่ะ
5. ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร ?
หลังทำทันที จะเห็นผลประมาณ 20% หน้าจะดูยกขึ้นนิดนึง ผิวดูตึงขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังทำประมาณ 2-3 เดือน ใบหน้าจะดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และกรอบหน้าชัดขึ้นค่ะ
สรุป : ทำ Hifu ดีไหม ?
สำหรับเราแล้ว คุ้มค่ะ เทียบกับราคาที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องพักฟื้นเลย ทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตประจำวัน ไปทำงาน เดินห้างได้ตามปกติทันที แต่ต้องเลือกทำกับคลินิกที่ใช้เครื่องมาตรฐานเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยนะคะ
เพื่อน ๆ คนไหนเคยทำแล้วได้ผลยังไง หรือมีคำถามอะไร คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลยนะคะ
เจาะลึก HIFU ก่อนตัดสินใจทำ: ข้อควรรู้ กลไกการทำงาน ความเจ็บ ผลลัพธ์
1. Hifu คืออะไรกันแน่ ?
อธิบายง่าย ๆ คือการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ยิงลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (ชั้น SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมใช้ผ่าตัดดึงหน้านั่นเองค่ะ พลังงานจะไปทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผิวยกกระชับเต่งตึงค่ะ
2. Hifu เหมาะกับใคร ?
- คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- คนที่มีปัญหาเหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด
- คนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด เพราะตัวนี้ไม่มีแผลเลยค่ะ
- คนที่อยากรักษาความตึงกระชับของหน้าไว้แต่เนิ่น ๆ
3. ข้อดีและข้อจำกัดของ Hifu ที่ควรทราบ
ข้อดี:
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าต่อได้ทันที
- ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นจากภายใน ไม่ใช่แค่การดึงภายนอก
ข้อจำกัด:
- ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร (โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพเครื่องและการดูแลตัวเอง)
- ไม่ได้เห็นผลทันที 100% ต้องรอการสร้างคอลลาเจนใหม่ประมาณ 2-3 เดือน
4. Hifu เจ็บไหม? ความรู้สึกตอนทำเป็นอย่างไร ?
ขึ้นอยู่กับเครื่องและพลังงานที่คุณหมอใช้ค่ะ ส่วนตัวที่เคยทำมาของ Ultraformer III รู้สึกจี๊ด ๆ อุ่น ๆ ที่ใต้ผิว แต่ไม่ได้เจ็บจนทนไม่ไหว และก่อนทำจะมีการแปะยาชาให้ด้วยค่ะ
5. ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร ?
หลังทำทันที จะเห็นผลประมาณ 20% หน้าจะดูยกขึ้นนิดนึง ผิวดูตึงขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดหลังทำประมาณ 2-3 เดือน ใบหน้าจะดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และกรอบหน้าชัดขึ้นค่ะ
สรุป : ทำ Hifu ดีไหม ?
สำหรับเราแล้ว คุ้มค่ะ เทียบกับราคาที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องพักฟื้นเลย ทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตประจำวัน ไปทำงาน เดินห้างได้ตามปกติทันที แต่ต้องเลือกทำกับคลินิกที่ใช้เครื่องมาตรฐานเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยนะคะ
เพื่อน ๆ คนไหนเคยทำแล้วได้ผลยังไง หรือมีคำถามอะไร คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลยนะคะ