หลังจากสู้คดีมาพักใหญ่ วันนี้ศาลมีคำพิพากษาให้ผมเป็นฝ่ายชนะครับ โดยศาลสั่งให้ผู้รับเหมาชดใช้เสียหายเป็นเงิน 2xx,000 บาท และ ยกฟ้องแย้ง ของฝ่ายผู้รับเหมาทั้งหมด
ผมจึงอยากแชร์ 3 บทเรียนสำคัญสำหรับคนที่กำลังสร้างบ้าน เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในชั้นศาลครับ
1. กับดัก "ใจดีให้ทำต่อ" (ทำไมผมถึงเรียกค่าปรับไม่ได้?)
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดครับ ในสัญญาเดิมมีการระบุ "ค่าปรับรายวัน" กรณีงานล่าช้า แต่ศาลตัดสินว่าผม ไม่สามารถเรียกค่าปรับนี้ได้ เพราะเมื่อถึงกำหนดสัญญาแล้ว งานยังไม่เสร็จ แต่ผมยังยินยอมให้ผู้รับเหมาทำงานต่อไปโดยไม่ได้ทำหนังสือคัดค้านหรือสงวนสิทธิเรื่องค่าปรับไว้
บทเรียน: หากงานเลยกำหนดสัญญาและคุณจะให้เขาทำต่อ ต้องทำหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับรายวัน ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทันที มิเช่นนั้นกฎหมายจะมองว่าคุณสละสิทธิเรื่องค่าปรับไปแล้วครับ
2. การบอกเลิกสัญญาต้อง "ชอบด้วยกฎหมาย"
คดีนี้ศาลวินิจฉัยว่าการที่ผมบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยชอบ เพราะมีการติดตามงาน ทวงถามให้แก้ไข และให้ระยะเวลาที่สมควรแล้ว เมื่อผู้รับเหมาเพิกเฉย การบอกเลิกสัญญาจึงมีผลสมบูรณ์
บทเรียน: อย่าบอกเลิกสัญญาด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว ต้องมีขั้นตอนการส่งจดหมายโนติส (Notice) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในศาล
3. "เรื่องหยุมหยิม" ในแชทไลน์ คือหลักฐานชั้นดี
การตรวจงานที่ละเอียด การถ่ายรูปจุดที่ผิดพลาด และการพูดคุยผ่านไลน์ที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย (เช่น การถามเรื่องบัวหน้าบ้าน หรือจุดบกพร่องต่างๆ) สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การจู้จี้ แต่คือการพิสูจน์ว่า "เราในฐานะผู้ว่าจ้างได้ทำหน้าที่ติดตามงานอย่างสุดความสามารถแล้ว"
บทเรียน: เก็บทุกแชท ทุกรูปถ่ายไว้ให้ดี เพราะเมื่อผู้รับเหมาอ้างลอยๆ ว่าเราก้าวก่ายงาน หลักฐานการพูดคุยที่มีเหตุผลจะช่วยปกป้องเราได้ครับ
สรุปส่งท้าย
การไปศาลไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเรามีความถูกต้องเป็นฐาน แม้ฝ่ายจำเลยจะพยายามบิดเบือนหรือใช้จิตวิทยาในห้องพิจารณาคดีเพียงใด แต่สุดท้าย "ความจริง" และ "พยานหลักฐานที่แน่นหนา" จะเป็นตัวตัดสินครับ
หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นแนวทางให้คนที่เจอปัญหาเดียวกันสู้เพื่อความถูกต้องต่อไปครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เจอปัญหาเหมือนผมนะครับ
#ผู้รับเหมาทิ้งงาน #คดีแพ่ง #สร้างบ้าน #บทเรียนกฎหมาย
รีวิวบทเรียนคดี "ผู้รับเหมาทิ้งงาน": ชนะคดีแต่ต้องแลกด้วยอะไรบ้าง?
ผมจึงอยากแชร์ 3 บทเรียนสำคัญสำหรับคนที่กำลังสร้างบ้าน เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในชั้นศาลครับ
1. กับดัก "ใจดีให้ทำต่อ" (ทำไมผมถึงเรียกค่าปรับไม่ได้?)
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดครับ ในสัญญาเดิมมีการระบุ "ค่าปรับรายวัน" กรณีงานล่าช้า แต่ศาลตัดสินว่าผม ไม่สามารถเรียกค่าปรับนี้ได้ เพราะเมื่อถึงกำหนดสัญญาแล้ว งานยังไม่เสร็จ แต่ผมยังยินยอมให้ผู้รับเหมาทำงานต่อไปโดยไม่ได้ทำหนังสือคัดค้านหรือสงวนสิทธิเรื่องค่าปรับไว้
บทเรียน: หากงานเลยกำหนดสัญญาและคุณจะให้เขาทำต่อ ต้องทำหนังสือแจ้งสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับรายวัน ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทันที มิเช่นนั้นกฎหมายจะมองว่าคุณสละสิทธิเรื่องค่าปรับไปแล้วครับ
2. การบอกเลิกสัญญาต้อง "ชอบด้วยกฎหมาย"
คดีนี้ศาลวินิจฉัยว่าการที่ผมบอกเลิกสัญญาเป็นไปโดยชอบ เพราะมีการติดตามงาน ทวงถามให้แก้ไข และให้ระยะเวลาที่สมควรแล้ว เมื่อผู้รับเหมาเพิกเฉย การบอกเลิกสัญญาจึงมีผลสมบูรณ์
บทเรียน: อย่าบอกเลิกสัญญาด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว ต้องมีขั้นตอนการส่งจดหมายโนติส (Notice) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในศาล
3. "เรื่องหยุมหยิม" ในแชทไลน์ คือหลักฐานชั้นดี
การตรวจงานที่ละเอียด การถ่ายรูปจุดที่ผิดพลาด และการพูดคุยผ่านไลน์ที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย (เช่น การถามเรื่องบัวหน้าบ้าน หรือจุดบกพร่องต่างๆ) สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การจู้จี้ แต่คือการพิสูจน์ว่า "เราในฐานะผู้ว่าจ้างได้ทำหน้าที่ติดตามงานอย่างสุดความสามารถแล้ว"
บทเรียน: เก็บทุกแชท ทุกรูปถ่ายไว้ให้ดี เพราะเมื่อผู้รับเหมาอ้างลอยๆ ว่าเราก้าวก่ายงาน หลักฐานการพูดคุยที่มีเหตุผลจะช่วยปกป้องเราได้ครับ
สรุปส่งท้าย
การไปศาลไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเรามีความถูกต้องเป็นฐาน แม้ฝ่ายจำเลยจะพยายามบิดเบือนหรือใช้จิตวิทยาในห้องพิจารณาคดีเพียงใด แต่สุดท้าย "ความจริง" และ "พยานหลักฐานที่แน่นหนา" จะเป็นตัวตัดสินครับ
หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นแนวทางให้คนที่เจอปัญหาเดียวกันสู้เพื่อความถูกต้องต่อไปครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เจอปัญหาเหมือนผมนะครับ
#ผู้รับเหมาทิ้งงาน #คดีแพ่ง #สร้างบ้าน #บทเรียนกฎหมาย