ผมไม่ใช่ "ติ่ง" ใคร... แต่ผมคือ "ผู้ถือหุ้นประเทศ" ที่เจ็บแล้วจำ

กระทู้สนทนา
อีกไม่กี่วัน ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่คูหาเลือกตั้งอีกครั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับหลายคน มันอาจเป็นเพียงพิธีกรรมทางประชาธิปไตยที่วนลูปเดิมๆ แต่สำหรับผม... ครั้งนี้คือ "จุดตัด" ทางประวัติศาสตร์ที่เราต้องเลือกเส้นทางเดินใหม่
ผมขอพูดในฐานะ "มนุษย์เงินเดือน" คนหนึ่ง ที่ตื่นเช้าไปทำงาน จ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย และถูกหักเงินประกันสังคมทุกเดือน ผมไม่ใช่ "แฟนคลับ" หรือ "ติ่ง" ของพรรคการเมืองใด ผมไม่ได้อินกับวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ...และขอย้ำตรงนี้ว่า ผม "ไม่เห็นด้วย" กับคำถามที่บั่นทอนจิตใจอย่าง "ทหารมีไว้ทำไม" เพราะผมเชื่อว่า "รั้วของชาติ" ยังจำเป็นเสมอ เพียงแต่ต้องเป็นรั้วที่เข้มแข็ง ทันสมัย และเป็น "ทหารอาชีพ" ที่มีเกียรติ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทางการเมือง
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องคิดหนักที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ "บทเรียนในอดีต" ครับ
เราเห็นมามากพอแล้วกับ "การเมืองแบบเดิม" เราเห็นการ "ตระบัดสัตย์" ครั้งแล้วครั้งเล่า จากคนที่เคยสัญญาว่าจะทำเพื่อประชาชน แต่สุดท้ายก็หวนกลับไปจับมือกับระบบอุปถัมภ์และบ้านใหญ่ เราเห็นนโยบาย "แจกเงิน" (Handout) ที่เหมือนยาแก้ปวด ออกฤทธิ์เร็ว แต่พอหมดฤทธิ์ โรคร้ายทางเศรษฐกิจก็ยังอยู่เหมือนเดิม
คำถามคือ... เราจะเลือก "ยาแก้ปวด" หรือจะยอมเจ็บเพื่อ "ผ่าตัดรักษาโรค"?
ถ้ากางนโยบายดูจริงๆ เราจะเห็นทางเลือกหลักๆ อยู่ 2 ทาง:
ทางเลือกของการ "ประคอง" (Patchwork): เน้นการอัดฉีดเงินระยะสั้น ลดค่าน้ำค่าไฟ ลดหนี้ พักหนี้ หรือนโยบายสุขภาพที่เน้นการรักษาปลายเหตุ ซึ่งดีครับ... แต่มันยั่งยืนแค่ไหน?
ทางเลือกของการ "รื้อโครงสร้าง" (Re-structure): เน้นการทลายทุนผูกขาด ปฏิรูประบบราชการด้วยเทคโนโลยี และการสร้างสวัสดิการที่ "ถ้วนหน้า" จริงๆ ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์
และนี่คือ "ความฝัน" ของผม... ที่อยากฝากไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรค
ผมฝันเห็น "กองทุนประกันสังคม" ที่ไม่ใช่แค่กระปุกออมสินที่อุ้ยอ้าย รอจ่ายเงินเราตอนแก่ (ซึ่งไม่รู้จะพอใช้ไหม) แต่ผมอยากเห็นการยกระดับสู่ "ธนาคารแรงงาน" (Wholesale Labor Bank)
ลองจินตนาการดูสิครับ... เรามีสมาชิก 14 ล้านคน มีเงินกองทุนระดับล้านล้านบาท นี่คือ อำนาจต่อรอง (Leverage) ที่มหาศาลที่สุด! ทำไมเราไม่ใช้เครดิตนี้ ไปเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อสร้าง "สวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ" ให้สมาชิก?
คนทำงานตัวเล็กๆ จะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง
คนมีหนี้นอกระบบ จะได้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์
และดอกเบี้ยที่จ่ายไป ก็หมุนเวียนกลับมาเป็น "กำไรสะสม" เข้ากองทุนเราเอง
"Win-Win" ทั้งสมาชิก ทั้งกองทุน และเศรษฐกิจประเทศ นี่ต่างหากคือการแก้ปัญหาที่โครงสร้าง คือการเปลี่ยน "ภาระ" ให้เป็น "พลัง"
8 กุมภาพันธ์นี้... ผมจะไม่บอกว่าผมกาเบอร์ไหน แต่ผมจะเลือกพรรคที่ "กล้า" พอที่จะทำเรื่องยากๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง ผมจะเลือกพรรคที่พิสูจน์แล้วว่า "รักษาคำพูด" และมีอุดมการณ์ที่มั่นคง ไม่โอนอ่อนไปตามผลประโยชน์
ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะต้องเลิกเลือกด้วย "ความกลัว" หรือ "บุญคุณ" แต่จงเลือกด้วย "ปัญญา" และ "ความหวัง"
เพราะอำนาจที่แท้จริง... อยู่ที่ปลายปากกาของเราทุกคน

#เลือกตั้ง69 #ThailandElection2026 #VoiceOfTheVoter #ธนาคารแรงงาน #โครงสร้างใหม่ #เจ็บแล้วจำ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่