แชร์ประสบการณ์พาลูกชายสอบเข้าเรียนอนุบาล1 ที่รร.สาธิตรามคำแหง (หัวหมาก)
แบบรวมทุกขั้นตอนอย่างละเอียด
[การซื้อใบสมัคร]
แนะนำพ่อๆแม่ๆติดตามข่าวสารการประกาศขายใบสมัครผ่าน FB ของโรงเรียน
FB: งานประชาสัมพันธ์สาธิตรามประถมอนุบาล
โดยปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา โรงเรียนจะเริ่มเปิดขายใบสมัครตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. - 27 พ.ย.
ตอนซื้อจะต้องแจ้งว่าสนใจสมัครโปรแกรมไหน ภาคปกติ หรือ EP
เมื่อชำระเงินซื้อใบสมัครแล้ว ผู้ปกครองต้องนำเลข User + Password ที่ได้รับบนใบสมัคร ไปล๊อคอิน กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย
จากนั้นปริ๊นออกมา พร้อมเตรียมเอกสารตามที่ได้รับแจ้ง แล้วนำไปยื่นตามวันที่ระบุบนหัวใบสมัคร
[วันยื่นใบสมัคร]
พอดีแม่สมัครโปรแกรมภาค EP ให้น้อง ในใบให้ไปยื่นวันที่ 25 พ.ย.
ผู้ปกครองคนใดคนนึงใครก็ได้นำใบสมัครไปยื่น โดยไม่ต้องพาน้องไป แม่เลยลางานไปเองค่ะ
แม่ไปประมาณ 9โมง นำรถไปจอดแถวหน้าโรงเรียนได้เลย มีที่จอดเยอะพอสมควร
เดินเข้าไปในโรงเรียนจะเจอโต๊ะตรวจเอกสาร เมื่อได้รับการตรวจเอกสารเรียบร้อย ก็เดินไปรับบัตรคิว รอเรียก โดยจะเรียกเป็นชุดๆ
เมื่อถึงคิว ผู้ปกครองเดินขึ้นไปชั้น 2 ของอาคาร เข้าไปนั่งรอต่อ ระหว่างรอเรียกชื่อ ก็นั่งชมวิดิทัศน์เกี่ยวกับโรงเรียนไปพลางๆ
เป็นวิดิโอแนะนำโรงเรียน ให้ดูว่าโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรบ้าง มีการเรียนการสอนอะไรบ้าง เพลินๆดี แต่แอร์แอบหนาวแนะนำเอาเสื้อหนาวไป
เมื่อถึงคิว เจ้าหน้าที่จะเรียกไปตรวจเช็คเอกสารอีกที แล้วให้ไปชำระเงินเพื่อสอบ
จะจ่ายเงินสดหรือสแกนจ่ายได้หมดค่ะ แล้วจะได้รับใบเสร็จพร้อมใบสอบ
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย วันสอบให้นำใบสอบมาด้วยค่ะ
[การเตรียมตัวสอบ]
มีเวลา 1 เดือนกว่าๆจนถึงวันสอบ ระหว่างนี้บิ๊วลูกเยอะๆค่ะ บอกเค้าแต่เนิ่นๆว่าจะไปสอบอนุบาลนะ
มีสไลเดอร์ใหญ่ๆ ของเล่นเยอะๆ เพื่อนเยอะๆ คุณครูใจดี ฝึกให้เค้ากล้าตอบคำถามค่ะ เช่น ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ พ่อแม่ชื่ออะไร ชอบทำอะไร
จากที่หาข้อมูลมา จะมี 2 ฐานค่ะ ฐานสัมภาษณ์ กับ ฐานกิจกรรมทดสอบความสามารถ พวกเล่นของเล่น
แนะนำเตรียมความพร้อมเรื่องการเล่นด้วยค่ะ เช่น ต่อเลโก้ เดิน วิ่ง กระโดด
** ต้องบอกน้องว่า พอสัมภาษณ์เสร็จ คุณครูจะพาไปเล่นของเล่นนะครับ ไม่ต้องร้องนะครับ เดี๋ยวรอป่าป๊าหม่ามี๊รอข้างนอกนะครับ **
คีย์คือฝึกการแยกจากพ่อแม่โดยไม่มีน้ำตาค่ะ
[วันสอบ]
ได้วันสอบเป็น 15 ม.ค. พ.ศ. 2569 ค่ะ ผู้ปกครองทั้งพ่อทั้งแม่ต้องมาพร้อมน้องค่ะ
ในใบสอบลงว่า 7:30 ความที่เราไม่อยากไปแบบใกล้เวลา เลยไปเร็ว ถึงประมาณ 7:15 แต่มีผู้ปกครองหลายท่านมาถึงก่อนแล้วพอสมควร
แต่ทางโรงเรียนไม่ให้เข้าจนกว่าจะ 7:30 ค่ะ พอ 7:30 ปุ๊บ ทุกคนก็รีบเข้า เพื่อไปเอาบัตรคิวค่ะ
ก็รอเรียกขึ้นไปห้องประชุมชั้น 2 เข้าไปก็ไปนั่งรอพอสมควรค่ะ ลูกชายก็มีแอบเบื่อบ้าง ถามตลอดว่าถึงหรือยัง ไปได้หรือยัง อยากไปเล่นของเล่นแล้ว
พอถึงคิวเข้าไปในโซนที่กั้นไว้สำหรับสอบ...
จะมีหลายโต๊ะค่ะ โดยจะมีคุณครูประจำโต๊ะอยู่โต๊ะล่ะ 2 คน ของลูกชายเจอครูผู้หญิงกับผู้ชาย และมีเก้าอี้ว่าง 3 ตัว
เจอปุ๊บพ่อแม่ก็ยกมือสวัสดีคุณครู คุณครูบอกให้น้องนั่งตรงกลางแล้วพ่อแม่นั่งข้างๆค่ะ
**อันนี้ลูกต้องปีนขึ้นไปนั่งเองนะคะ พาอแม่ช่วยได้นิดหน่อย แต่ไม่ใช่อุ้มนั่งนะคะ**
<สัมภาษณ์ตัวลูก> ครูผู้ชายผู้หญิงผลัดกันถาม
1. คุณครูบอกสวัสดีครับ ไหนยกมือสวัสดีได้มั๊ย? > ลูกชายนั่งนิ่ง ไม่ตอบ มองหน้าครู แต่ไม่ทำ
ครูถามอีก 2-3 รอบ จนเปลี่ยนเป็น ขอทำความรู้จักหน่อย เรามาเชคแฮนด์กันหน่อยนะ > ลูกชายยอมเอามือไปจับปลายนิ้วคุณครูเชคแฮนด์
2. คุณครูถามชื่ออะไรครับ > ลูกชายนั่งนิ่ง ไม่ตอบ เริ่มขยี้ตา
ครูถามย้ำๆ2-3รอบ ก็ยังไม่หยุด ถามว่าขยี้ตาทำไมก็ไม่ตอบ ครูบอกขยี้ตาเยอะๆตาเจ็บนะ ยังขยี้ต่อ จนแม่ต้องเอามือไปจับมาวางลงที่ตักแล้วบอกให้ตอบคุณครูก่อน ไม่ขยี้แล้วเดี๋ยวตาเจ็บไปหาหมอนะ สุดท้ายหลังครูถามชื่ออีกรอบ ยอมตอบแต่ตอบเบาๆ
3. คุณครูถามชอบเล่นรถบังคับมั๊ย? ที่บ้านมีมั๊ย? > ลูกชายพยักหน้า , ที่บ้านมีกี่คัน 1 หรือ 2 คัน > ลูกชายตอบเบาๆว่า 2 คัน
4. คุณครูถามมีไดโนเสาร์ด้วยมั๊ย? > ลูกชายพยักหน้า , คุณครูถามว่าตัวใหญ่หรือเล็ก? พร้อมทำมือว่าขนาดไหน > ลูกชายไม่ตอบ แต่ทำมือว่ามันใหญ่ขนาดไหน
5. คุณครูถามต่อว่า คุณพ่อคุณแม่ดุมั๊ย? > ลูกชายไม่ตอบ , ครูถามอีกว่าใครดุกว่า พ่อหรือแม่? บอกได้มั๊ย? > ลูกชายก็ไม่ตอบ จนแม่ต้องทวนคำถามคุณครู เค้าเลยยอมชี้มาว่าแม่ดุกว่า
ครูก็บอกว่าโอเค ถ้าอย่างงั้นไปเล่นของเล่นตรงโน้นนะครับ เดินไปเองเลยนะ คุณพ่อคุณแม่จะคุยกับคุณครูต่อนะ
ลูกชายยิ้ม เดินลงจากเก้าอี้เอง เดินไป2-3ก้าว หันหลังมาบอก อยากให้ป่าป๊าหม่ามี๊ไปด้วย แม่ก็อธิบายไปว่าให้เค้าไปเล่นเองก่อน เดี๋ยวป่าป๊าหม่ามี๊ต้องคุยกับคุณครูก่อน เดี๋ยวเราเจอกันข้างนอกนะ เค้าก็บอกโอเคแล้วก็หันหลังเดินไปที่โซนทำกิจกรรม โดยมีครูผู้หญิงอีกคนเดินประกบตามไป
<สัมภาษณ์พ่อแม่> ครูผู้ชายผู้หญิงผลัดกันถาม
หลังจากลูกไป คุณครูก็ถามพ่อกับแม่ว่า..
1. น้องเป็นคนเจอคนแปลกหน้าจะอายๆนิดนึง แต่ถ้าเริ่มรู้จักหรือสนิทแล้วจะติดคนนั้นใช่มั๊ย? (แม่ตอบว่าใช่ เพราะน้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ คิดว่าครูคงดูออกจากประสบการณ์)
2. ที่บ้านมีคนช่วยเลี้ยงมั๊ย อยู่กับใครบ้าง มีพี่เลี้ยงหรือเปล่า
3. ที่บ้านทำโทษยังไง
4. น้องมีพี่หรือน้องมั๊ย
ประมาณนี้ค่ะ แล้วเสร์จแล้วคุณครูก็จะให้พ่อกับแม่ไปรอข้างนอก รอน้องทำกิจกรรมทดสอบเสร็จ
<กิจกรรมทดสอบ>
จากที่ถามน้องมา เพราะพ่อกับแม่ไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง น้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้จริงเท็จถูกต้องมากน้อยแค่ไหนนะคะ
ลูกชายบอกว่า...
1. คุณครูบอกให้ต่อเลโก้
2. คุณครูบอกให้สั่งอาหาร
3. คุณครูบอกให้วิ่งซิ๊กแซก (แม่เห็นมีกรวยตั้งเรียงไว้อยู่ค่ะ)
ใช้เวลาประมาณ10นาทีกว่าๆ นับจากที่ลูกเดินไปค่ะ เาร็จแล้วคุณครูก็จะพาเค้ามาส่งตรงประตูทางออกที่พ่อแม่นั่งรออยู่ เป็นอันเสร็จสิ้นการสอบค่ะ
แม่ก็ถามว่าแล้วลูกทำตามที่คุณครูบอกได้มั๊ย เค้าตอบว่าได้ ถามว่าร้องไห้หรือเปล่ามีใครร้องไห้หรือเปล่า เค้าตอบว่าเค้าไม่ร้อง และไม่มีคนอื่นร้องไห้ด้วย
ประกาศผลเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ลูกชาย **
สอบผ่าน** ค่ะ
จากตอนแรกลุ้น และแอบคิดว่าไม่ได้แน่เลย เพราะตอนสัมภาษณ์เห็นโต๊ะข้างๆ น้องผู้หญิงตอบฉะฉานมากกกก ลูกฉันตอบเบ๊าเบา ไม่พอขยี้ตา มีหาวด้วย
หลักๆแม่ว่า..
1. ต้องไม่ร้องไห้ค่ะ
2. ครูถามไม่ตอบเดี๋ยวนั้นเลย ไม่ตอบเสียงดังฟังชัดเลยไม่เป็นไร แต่ต้องตอบได้บ้างค่ะ แสดงว่าเข้าใจ ฟังออกสื่อสารได้
3. แนวทางการเลี้ยงของที่บ้าน ความพร้อมของที่บ้าน
4. การเป็นตัวของตัวเอง ความพร้อมของเด็ก ว่าตอนไปเล่นทำกิจกรรมที่ฐานทดสอบ ทำได้มั๊ย ทำตามที่บอกได้มั๊ย มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นได้มั๊ย เข้าสังคมได้มั๊ย คิดว่าครูที่ฐานคงประเมินจากจุดนี้ค่ะ
5. จากที่ลูกชายไปเนิส เค้าชอบพูด ชอบร้องเพลงภาษาอังกฤษ ชอบมาถามว่าอันนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แม่เลยเลือกโปรแกรม EP ให้เค้าค่ะ
ทำให้การแข่งขันไม่สูงเท่าภาคปกติ เพราะทั้งภาคปกติและ EP รับเด็กที่ 50 คนต่อภาคค่ะ คิดว่าคงมีคัด เด็กชาย 25 คน เด็กหญิง 25 คน ต่อภาค
เพราะที่ใบประกาศชื่อผู้สมัครสอบ แยกชาย-หญิงชัดเจนค่ะ
ภาคปกติแม่เห็น เด็กชายสมัคร 80 กว่าคน เด็กหญิง 90 กว่าคน / ภาค EP เด็กชายสมัคร 27 คน เด็กหญิง 35 คน ค่ะ
การแข่งขันภาคปกติเลยสูงกว่าเป็นเท่าตัวค่ะ
ก่อนพาลูกสอบ คือหาข้อมูลเยอะมากๆๆ แต่มันกระจัดกระจาย เลยตั้งใจรวบรวมจากประสบการณ์จริงมาแชร์ไว้ค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อๆแม่ๆที่วางแผนพาลูกสอบอนุบาลสาธิตรามนะคะ
รวมทุกขั้นตอน แชร์ประสบการณ์พาลูกชาย 2 ขวบกว่า สอบเข้าอนุบาล1 ที่รร.สาธิตรามคำแหง (หัวหมาก)
แบบรวมทุกขั้นตอนอย่างละเอียด
[การซื้อใบสมัคร]
แนะนำพ่อๆแม่ๆติดตามข่าวสารการประกาศขายใบสมัครผ่าน FB ของโรงเรียน
FB: งานประชาสัมพันธ์สาธิตรามประถมอนุบาล
โดยปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา โรงเรียนจะเริ่มเปิดขายใบสมัครตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. - 27 พ.ย.
ตอนซื้อจะต้องแจ้งว่าสนใจสมัครโปรแกรมไหน ภาคปกติ หรือ EP
เมื่อชำระเงินซื้อใบสมัครแล้ว ผู้ปกครองต้องนำเลข User + Password ที่ได้รับบนใบสมัคร ไปล๊อคอิน กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย
จากนั้นปริ๊นออกมา พร้อมเตรียมเอกสารตามที่ได้รับแจ้ง แล้วนำไปยื่นตามวันที่ระบุบนหัวใบสมัคร
[วันยื่นใบสมัคร]
พอดีแม่สมัครโปรแกรมภาค EP ให้น้อง ในใบให้ไปยื่นวันที่ 25 พ.ย.
ผู้ปกครองคนใดคนนึงใครก็ได้นำใบสมัครไปยื่น โดยไม่ต้องพาน้องไป แม่เลยลางานไปเองค่ะ
แม่ไปประมาณ 9โมง นำรถไปจอดแถวหน้าโรงเรียนได้เลย มีที่จอดเยอะพอสมควร
เดินเข้าไปในโรงเรียนจะเจอโต๊ะตรวจเอกสาร เมื่อได้รับการตรวจเอกสารเรียบร้อย ก็เดินไปรับบัตรคิว รอเรียก โดยจะเรียกเป็นชุดๆ
เมื่อถึงคิว ผู้ปกครองเดินขึ้นไปชั้น 2 ของอาคาร เข้าไปนั่งรอต่อ ระหว่างรอเรียกชื่อ ก็นั่งชมวิดิทัศน์เกี่ยวกับโรงเรียนไปพลางๆ
เป็นวิดิโอแนะนำโรงเรียน ให้ดูว่าโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรบ้าง มีการเรียนการสอนอะไรบ้าง เพลินๆดี แต่แอร์แอบหนาวแนะนำเอาเสื้อหนาวไป
เมื่อถึงคิว เจ้าหน้าที่จะเรียกไปตรวจเช็คเอกสารอีกที แล้วให้ไปชำระเงินเพื่อสอบ
จะจ่ายเงินสดหรือสแกนจ่ายได้หมดค่ะ แล้วจะได้รับใบเสร็จพร้อมใบสอบ
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย วันสอบให้นำใบสอบมาด้วยค่ะ
[การเตรียมตัวสอบ]
มีเวลา 1 เดือนกว่าๆจนถึงวันสอบ ระหว่างนี้บิ๊วลูกเยอะๆค่ะ บอกเค้าแต่เนิ่นๆว่าจะไปสอบอนุบาลนะ
มีสไลเดอร์ใหญ่ๆ ของเล่นเยอะๆ เพื่อนเยอะๆ คุณครูใจดี ฝึกให้เค้ากล้าตอบคำถามค่ะ เช่น ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ พ่อแม่ชื่ออะไร ชอบทำอะไร
จากที่หาข้อมูลมา จะมี 2 ฐานค่ะ ฐานสัมภาษณ์ กับ ฐานกิจกรรมทดสอบความสามารถ พวกเล่นของเล่น
แนะนำเตรียมความพร้อมเรื่องการเล่นด้วยค่ะ เช่น ต่อเลโก้ เดิน วิ่ง กระโดด
** ต้องบอกน้องว่า พอสัมภาษณ์เสร็จ คุณครูจะพาไปเล่นของเล่นนะครับ ไม่ต้องร้องนะครับ เดี๋ยวรอป่าป๊าหม่ามี๊รอข้างนอกนะครับ **
คีย์คือฝึกการแยกจากพ่อแม่โดยไม่มีน้ำตาค่ะ
[วันสอบ]
ได้วันสอบเป็น 15 ม.ค. พ.ศ. 2569 ค่ะ ผู้ปกครองทั้งพ่อทั้งแม่ต้องมาพร้อมน้องค่ะ
ในใบสอบลงว่า 7:30 ความที่เราไม่อยากไปแบบใกล้เวลา เลยไปเร็ว ถึงประมาณ 7:15 แต่มีผู้ปกครองหลายท่านมาถึงก่อนแล้วพอสมควร
แต่ทางโรงเรียนไม่ให้เข้าจนกว่าจะ 7:30 ค่ะ พอ 7:30 ปุ๊บ ทุกคนก็รีบเข้า เพื่อไปเอาบัตรคิวค่ะ
ก็รอเรียกขึ้นไปห้องประชุมชั้น 2 เข้าไปก็ไปนั่งรอพอสมควรค่ะ ลูกชายก็มีแอบเบื่อบ้าง ถามตลอดว่าถึงหรือยัง ไปได้หรือยัง อยากไปเล่นของเล่นแล้ว
พอถึงคิวเข้าไปในโซนที่กั้นไว้สำหรับสอบ...
จะมีหลายโต๊ะค่ะ โดยจะมีคุณครูประจำโต๊ะอยู่โต๊ะล่ะ 2 คน ของลูกชายเจอครูผู้หญิงกับผู้ชาย และมีเก้าอี้ว่าง 3 ตัว
เจอปุ๊บพ่อแม่ก็ยกมือสวัสดีคุณครู คุณครูบอกให้น้องนั่งตรงกลางแล้วพ่อแม่นั่งข้างๆค่ะ
**อันนี้ลูกต้องปีนขึ้นไปนั่งเองนะคะ พาอแม่ช่วยได้นิดหน่อย แต่ไม่ใช่อุ้มนั่งนะคะ**
<สัมภาษณ์ตัวลูก> ครูผู้ชายผู้หญิงผลัดกันถาม
1. คุณครูบอกสวัสดีครับ ไหนยกมือสวัสดีได้มั๊ย? > ลูกชายนั่งนิ่ง ไม่ตอบ มองหน้าครู แต่ไม่ทำ
ครูถามอีก 2-3 รอบ จนเปลี่ยนเป็น ขอทำความรู้จักหน่อย เรามาเชคแฮนด์กันหน่อยนะ > ลูกชายยอมเอามือไปจับปลายนิ้วคุณครูเชคแฮนด์
2. คุณครูถามชื่ออะไรครับ > ลูกชายนั่งนิ่ง ไม่ตอบ เริ่มขยี้ตา
ครูถามย้ำๆ2-3รอบ ก็ยังไม่หยุด ถามว่าขยี้ตาทำไมก็ไม่ตอบ ครูบอกขยี้ตาเยอะๆตาเจ็บนะ ยังขยี้ต่อ จนแม่ต้องเอามือไปจับมาวางลงที่ตักแล้วบอกให้ตอบคุณครูก่อน ไม่ขยี้แล้วเดี๋ยวตาเจ็บไปหาหมอนะ สุดท้ายหลังครูถามชื่ออีกรอบ ยอมตอบแต่ตอบเบาๆ
3. คุณครูถามชอบเล่นรถบังคับมั๊ย? ที่บ้านมีมั๊ย? > ลูกชายพยักหน้า , ที่บ้านมีกี่คัน 1 หรือ 2 คัน > ลูกชายตอบเบาๆว่า 2 คัน
4. คุณครูถามมีไดโนเสาร์ด้วยมั๊ย? > ลูกชายพยักหน้า , คุณครูถามว่าตัวใหญ่หรือเล็ก? พร้อมทำมือว่าขนาดไหน > ลูกชายไม่ตอบ แต่ทำมือว่ามันใหญ่ขนาดไหน
5. คุณครูถามต่อว่า คุณพ่อคุณแม่ดุมั๊ย? > ลูกชายไม่ตอบ , ครูถามอีกว่าใครดุกว่า พ่อหรือแม่? บอกได้มั๊ย? > ลูกชายก็ไม่ตอบ จนแม่ต้องทวนคำถามคุณครู เค้าเลยยอมชี้มาว่าแม่ดุกว่า
ครูก็บอกว่าโอเค ถ้าอย่างงั้นไปเล่นของเล่นตรงโน้นนะครับ เดินไปเองเลยนะ คุณพ่อคุณแม่จะคุยกับคุณครูต่อนะ
ลูกชายยิ้ม เดินลงจากเก้าอี้เอง เดินไป2-3ก้าว หันหลังมาบอก อยากให้ป่าป๊าหม่ามี๊ไปด้วย แม่ก็อธิบายไปว่าให้เค้าไปเล่นเองก่อน เดี๋ยวป่าป๊าหม่ามี๊ต้องคุยกับคุณครูก่อน เดี๋ยวเราเจอกันข้างนอกนะ เค้าก็บอกโอเคแล้วก็หันหลังเดินไปที่โซนทำกิจกรรม โดยมีครูผู้หญิงอีกคนเดินประกบตามไป
<สัมภาษณ์พ่อแม่> ครูผู้ชายผู้หญิงผลัดกันถาม
หลังจากลูกไป คุณครูก็ถามพ่อกับแม่ว่า..
1. น้องเป็นคนเจอคนแปลกหน้าจะอายๆนิดนึง แต่ถ้าเริ่มรู้จักหรือสนิทแล้วจะติดคนนั้นใช่มั๊ย? (แม่ตอบว่าใช่ เพราะน้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ คิดว่าครูคงดูออกจากประสบการณ์)
2. ที่บ้านมีคนช่วยเลี้ยงมั๊ย อยู่กับใครบ้าง มีพี่เลี้ยงหรือเปล่า
3. ที่บ้านทำโทษยังไง
4. น้องมีพี่หรือน้องมั๊ย
ประมาณนี้ค่ะ แล้วเสร์จแล้วคุณครูก็จะให้พ่อกับแม่ไปรอข้างนอก รอน้องทำกิจกรรมทดสอบเสร็จ
<กิจกรรมทดสอบ>
จากที่ถามน้องมา เพราะพ่อกับแม่ไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง น้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้จริงเท็จถูกต้องมากน้อยแค่ไหนนะคะ
ลูกชายบอกว่า...
1. คุณครูบอกให้ต่อเลโก้
2. คุณครูบอกให้สั่งอาหาร
3. คุณครูบอกให้วิ่งซิ๊กแซก (แม่เห็นมีกรวยตั้งเรียงไว้อยู่ค่ะ)
ใช้เวลาประมาณ10นาทีกว่าๆ นับจากที่ลูกเดินไปค่ะ เาร็จแล้วคุณครูก็จะพาเค้ามาส่งตรงประตูทางออกที่พ่อแม่นั่งรออยู่ เป็นอันเสร็จสิ้นการสอบค่ะ
แม่ก็ถามว่าแล้วลูกทำตามที่คุณครูบอกได้มั๊ย เค้าตอบว่าได้ ถามว่าร้องไห้หรือเปล่ามีใครร้องไห้หรือเปล่า เค้าตอบว่าเค้าไม่ร้อง และไม่มีคนอื่นร้องไห้ด้วย
ประกาศผลเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ลูกชาย **สอบผ่าน** ค่ะ
จากตอนแรกลุ้น และแอบคิดว่าไม่ได้แน่เลย เพราะตอนสัมภาษณ์เห็นโต๊ะข้างๆ น้องผู้หญิงตอบฉะฉานมากกกก ลูกฉันตอบเบ๊าเบา ไม่พอขยี้ตา มีหาวด้วย
หลักๆแม่ว่า..
1. ต้องไม่ร้องไห้ค่ะ
2. ครูถามไม่ตอบเดี๋ยวนั้นเลย ไม่ตอบเสียงดังฟังชัดเลยไม่เป็นไร แต่ต้องตอบได้บ้างค่ะ แสดงว่าเข้าใจ ฟังออกสื่อสารได้
3. แนวทางการเลี้ยงของที่บ้าน ความพร้อมของที่บ้าน
4. การเป็นตัวของตัวเอง ความพร้อมของเด็ก ว่าตอนไปเล่นทำกิจกรรมที่ฐานทดสอบ ทำได้มั๊ย ทำตามที่บอกได้มั๊ย มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นได้มั๊ย เข้าสังคมได้มั๊ย คิดว่าครูที่ฐานคงประเมินจากจุดนี้ค่ะ
5. จากที่ลูกชายไปเนิส เค้าชอบพูด ชอบร้องเพลงภาษาอังกฤษ ชอบมาถามว่าอันนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แม่เลยเลือกโปรแกรม EP ให้เค้าค่ะ
ทำให้การแข่งขันไม่สูงเท่าภาคปกติ เพราะทั้งภาคปกติและ EP รับเด็กที่ 50 คนต่อภาคค่ะ คิดว่าคงมีคัด เด็กชาย 25 คน เด็กหญิง 25 คน ต่อภาค
เพราะที่ใบประกาศชื่อผู้สมัครสอบ แยกชาย-หญิงชัดเจนค่ะ
ภาคปกติแม่เห็น เด็กชายสมัคร 80 กว่าคน เด็กหญิง 90 กว่าคน / ภาค EP เด็กชายสมัคร 27 คน เด็กหญิง 35 คน ค่ะ
การแข่งขันภาคปกติเลยสูงกว่าเป็นเท่าตัวค่ะ
ก่อนพาลูกสอบ คือหาข้อมูลเยอะมากๆๆ แต่มันกระจัดกระจาย เลยตั้งใจรวบรวมจากประสบการณ์จริงมาแชร์ไว้ค่ะ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพ่อๆแม่ๆที่วางแผนพาลูกสอบอนุบาลสาธิตรามนะคะ