จังหวัดเดียวของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 2 แห่ง

กระทู้สนทนา

จังหวัดอุดรธานี

เป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก
ถึง 2 แห่ง สะท้อนความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
และอารยธรรมของพื้นที่อย่างเด่นชัดในระดับนานาชาติ
มรดกโลกทั้งสองแห่งครอบคลุมช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน
ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยทวารวดี แสดงให้เห็นความต่อเนื่อง
ของการตั้งถิ่นฐานและการพัฒนาทางสังคมของมนุษย์
ในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอย่างยาวนานนับพันปี


แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแห่งแรกของอุดรธานี
และเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบ เช่น ภาชนะดินเผาลายเขียนสี เครื่องมือสำริด
และโครงกระดูกมนุษย์ บ่งชี้ถึงสังคมเกษตรกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์
ที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีโลหะ การจัดการชุมชน
และความเชื่อทางพิธีกรรม บ้านเชียงจึงเป็นหลักฐานสำคัญ
ที่ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการอารยธรรมมนุษย์ในภูมิภาคนี้


ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี
เป็นมรดกโลกแห่งที่สองของจังหวัด และมีลักษณะโดดเด่น
ในฐานะภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ผสานธรรมชาติเข้ากับความเชื่อทางศาสนา
บริเวณนี้มีการตั้งใบเสมา ศาสนสถาน และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา
กระจายอยู่ท่ามกลางกลุ่มหินธรรมชาติ แสดงถึงการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
เพื่อประกอบพิธีกรรมและกำหนดเขตพุทธาวาสในสมัยทวารวดีอย่างชัดเจน


มรดกโลกทั้งสองแห่งทำให้อุดรธานีมีสถานะโดดเด่นไม่เพียงในระดับประเทศ
แต่ยังในระดับโลก ในฐานะพื้นที่ที่สะท้อนพัฒนาการทางวัฒนธรรมของมนุษย์
ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงรัฐโบราณยุคต้น ความหลากหลาย
ของหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของอุดรธานี
ในฐานะศูนย์กลางอารยธรรมสำคัญของลุ่มน้ำโขง และเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า
ที่ควรได้รับการอนุรักษ์และถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไป

ปัจจุบัน องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(ยูเนสโก) ได้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยทั้งสิ้น 8 แหล่ง
ประกอบด้วยแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แหล่ง และแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แหล่ง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่