หันทะ มะยัง ภัทเทกะรัตตะคาถาโย ภะณามะ เส ฯ

อะตีตัง นาน๎วาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง
(บุคคลไม่ควรตามคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วยอาลัย ,
และไม่พึงพะวงวังถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง)

ยะทะตีตัมปะยิ้มนันตัง อัปปัตตัญจะ อะนาคะตัง
(สิ่งใดล่วงไปแล้ว, สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว,
และสิ่งที่ยังไม่มาถึง, ก็เป็นอันยังไม่ถึง)

ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปัสสะติ,
อะสังหิรัง อะสังกุปปัง ตัง วิทธา มะนุพ๎รูหะเย
(ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน, ไม่ง่อนแง่นไม่คลอนแคลน
ในธรรมนั้นๆ ได้, บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ ให้ปรุโปร่งเถิด),

อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญญา มะระณัง สุเว
( พึงทำความเพียรเสียในวันนี้แหละ, ใครเล่าจะรู้ความตายแม้ในวันพรุ่ง)

นะ หิ โน สังคะรันเตนะ มะหาเสเนนะ มัจจุนา
( เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่มากนั้น,
ย่อมไม่มีแก่เรา)

เอวัง วิหาริมาตาปิง อะโหรัตตะมะตันทิตัง ,
ตัง เว ภัทเทกะรัตโตติ สันโต อาจิกขะเต มุนีติ
(พระมุนีผู้สงบ, ย่อมเรียกบุคคลผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้,
มีความเพียรไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนนั้นแลว่า,  
ผู้เป็นอยู่แม้เพียงราตรีหนึ่งเจริญ ก็น่าชม,
ด้วยประการฉะนี้แลฯ)


.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่