-ถ้าพูดชื่อ บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) ทำธุรกิจอะไร ? หลายคนคงนึกไม่ออก แต่ถ้าบอกว่าบริษัทนี้ คือโรงงานผลิตขนมในเครือ Jack 'n Jill หลายคนจะเริ่มคุ้นชื่อ
https://www.facebook.com/share/p/1GFKC1kG4y/?mibextid=wwXIfr
Jack
'n Jill เป็นแบรนด์ขนมสัญชาติฟิลิปปินส์ ที่มีแบรนด์ขนมในเครือหลาย ๆ แบรนด์อีกที เช่น
- ฟันโอ (Fun-O) บิสกิตสอดไส้
- ทิวลี่ (Tivoli) เวเฟอร์กรอบ
- โรลเลอร์ โคสเตอร์ (Roller Coaster) มันฝรั่งทอดกรอบรูปวง
- ไดนาไมท์ (Dynamite) ลูกอมสอดไส้
แล้วบริษัท ยูอาร์ซี เป็นใคร ? ทำไมถึงใช้โรงงานในไทย สร้างยอดขายได้ ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ บริษัท ยูอาร์ซี ไม่ใช่บริษัทของคนไทย แต่เป็นบริษัทสัญชาติฟิลิปปินส์
โดยชื่อว่า Universal Robina Corporation (URC) เป็นบริษัทที่ถูกก่อตั้งโดยตระกูล Gokongwei
หนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในฟิลิปปินส์
ธุรกิจในเครือ URC จริง ๆ แล้วมีหลายอย่างมาก ไม่ใช่แค่ธุรกิจขนม
แต่รวมไปถึง อาหารพร้อมทาน, เครื่องดื่ม, โรงงานแป้ง, ธุรกิจอาหารสัตว์
โดยที่ธุรกิจขนมภายใต้ URC จะมีแบรนด์ Jack 'n Jill ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตามาบ้าง เป็นแบรนด์ใหญ่ที่ครอบขนมหลาย ๆ ประเภทในแบรนด์ย่อยอีกที
สำหรับประเทศไทย URC เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2535 หรือ 34 ปีที่แล้ว
โดยก่อตั้งบริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลิตและขายขนมภายใต้แบรนด์ Jack 'n Jill
โรลเลอร์ โคสเตอร์ คือขนมตัวแรกที่แบรนด์ผลิตมาทำตลาด
ต่อด้วย ทิวลี่ ก่อนที่จะออกขนมแบรนด์ย่อยอื่น ๆ ตามมา
ปัจจุบัน Jack 'n Jill มีสินค้ามากกว่า 15 แบรนด์ในเครือ กระจายอยู่ใน 5 กลุ่ม ทั้ง บิสกิต, เวเฟอร์, ขนมขบเคี้ยว, เค้ก และลูกอม
ลองมาวิเคราะห์กลยุทธ์ และความน่าสนใจในธุรกิจของบริษัทนี้
-
ข้อแรก คือ Product Portfolio ที่หลากหลาย
อย่างที่บอกว่า URC ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตขนม ภายใต้เครือแบรนด์ Jack 'n Jill ที่มีแบรนด์ขนมเยอะมาก เช่น ฟันโอ, ทิวลี่, โรลเลอร์ โคสเตอร์, ไดนาไมท์
ทำให้แบรนด์ขนมของเครือนี้ ครองพื้นที่วางในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต แบบที่ลูกค้าเห็นได้ง่าย ๆ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขนมที่หยิบมา มีเจ้าของเป็นบริษัทเดียวกัน
-
ข้อสอง คือ ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) มีโรงงาน 6 แห่ง และคลังสินค้า 4 แห่งในไทย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 85 ไร่
ซึ่งโรงงานในไทย ถูกวางเป็นฮับผลิตขนมส่งขายทั้งในตลาดไทยเอง และส่งออกขนมไปขายทั่วโลก
เช่น สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในตะวันออกกลางและแถบแอฟริกา
-
ข้อสาม ต่อยอดมาจากข้อสอง คือพอผลิตมาก ๆ ทำให้เกิด Economies of Scale
Economies of Scale คือยิ่งผลิตเยอะ ๆ ต้นทุนต่อชิ้นต่อหน่วย ยิ่งถูกลง
ซึ่งจากการผลิตเพื่อป้อนตลาดในไทยและต่างประเทศด้วยปริมาณมาก บริษัทก็ทำต้นทุนได้ดี และทำราคาขายได้เข้าถึงง่าย
ลองดูราคาขนมของแบรนด์นี้ จะเจอว่า
- ฟันโอ เริ่มต้นห่อละ 12 บาท
- ทิวลี่ เริ่มต้นห่อละ 16 บาท
- โรลเลอร์ โคสเตอร์ เริ่มต้นห่อละ 20 บาท
ซึ่งราคาพอเทียบกับคุณภาพ ความอร่อย ก็คุ้มค่า ทำให้ลูกค้าซื้อง่าย หยิบง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ
ถ้าเราลองกลับไปดูรายได้ 4 ปีที่ผ่านมา
ปี 2564 รายได้ 6,364 ล้านบาท กำไร 386 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 6,730 ล้านบาท ขาดทุน 447 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 6,479 ล้านบาท กำไร 85 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 6,732 ล้านบาท กำไร 227 ล้านบาท
นี่ก็คือทีเด็ดของ URC บริษัทขนม สัญชาติฟิลิปปินส์
ที่ใช้โรงงานในไทย สร้างยอดขาย ปีละ 6,000 กว่าล้านบาท ..
กรณีศึกษา บริษัทขนมฟิลิปปินส์ ใช้โรงงานในไทย สร้างยอดขาย ปีละ 6,000 ล้าน | BrandCase
https://www.facebook.com/share/p/1GFKC1kG4y/?mibextid=wwXIfr
Jack 'n Jill เป็นแบรนด์ขนมสัญชาติฟิลิปปินส์ ที่มีแบรนด์ขนมในเครือหลาย ๆ แบรนด์อีกที เช่น
- ฟันโอ (Fun-O) บิสกิตสอดไส้
- ทิวลี่ (Tivoli) เวเฟอร์กรอบ
- โรลเลอร์ โคสเตอร์ (Roller Coaster) มันฝรั่งทอดกรอบรูปวง
- ไดนาไมท์ (Dynamite) ลูกอมสอดไส้
แล้วบริษัท ยูอาร์ซี เป็นใคร ? ทำไมถึงใช้โรงงานในไทย สร้างยอดขายได้ ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ บริษัท ยูอาร์ซี ไม่ใช่บริษัทของคนไทย แต่เป็นบริษัทสัญชาติฟิลิปปินส์
โดยชื่อว่า Universal Robina Corporation (URC) เป็นบริษัทที่ถูกก่อตั้งโดยตระกูล Gokongwei
หนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในฟิลิปปินส์
ธุรกิจในเครือ URC จริง ๆ แล้วมีหลายอย่างมาก ไม่ใช่แค่ธุรกิจขนม
แต่รวมไปถึง อาหารพร้อมทาน, เครื่องดื่ม, โรงงานแป้ง, ธุรกิจอาหารสัตว์
โดยที่ธุรกิจขนมภายใต้ URC จะมีแบรนด์ Jack 'n Jill ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตามาบ้าง เป็นแบรนด์ใหญ่ที่ครอบขนมหลาย ๆ ประเภทในแบรนด์ย่อยอีกที
สำหรับประเทศไทย URC เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2535 หรือ 34 ปีที่แล้ว
โดยก่อตั้งบริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลิตและขายขนมภายใต้แบรนด์ Jack 'n Jill
โรลเลอร์ โคสเตอร์ คือขนมตัวแรกที่แบรนด์ผลิตมาทำตลาด
ต่อด้วย ทิวลี่ ก่อนที่จะออกขนมแบรนด์ย่อยอื่น ๆ ตามมา
ปัจจุบัน Jack 'n Jill มีสินค้ามากกว่า 15 แบรนด์ในเครือ กระจายอยู่ใน 5 กลุ่ม ทั้ง บิสกิต, เวเฟอร์, ขนมขบเคี้ยว, เค้ก และลูกอม
ลองมาวิเคราะห์กลยุทธ์ และความน่าสนใจในธุรกิจของบริษัทนี้
- ข้อแรก คือ Product Portfolio ที่หลากหลาย
อย่างที่บอกว่า URC ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตขนม ภายใต้เครือแบรนด์ Jack 'n Jill ที่มีแบรนด์ขนมเยอะมาก เช่น ฟันโอ, ทิวลี่, โรลเลอร์ โคสเตอร์, ไดนาไมท์
ทำให้แบรนด์ขนมของเครือนี้ ครองพื้นที่วางในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต แบบที่ลูกค้าเห็นได้ง่าย ๆ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขนมที่หยิบมา มีเจ้าของเป็นบริษัทเดียวกัน
- ข้อสอง คือ ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) มีโรงงาน 6 แห่ง และคลังสินค้า 4 แห่งในไทย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 85 ไร่
ซึ่งโรงงานในไทย ถูกวางเป็นฮับผลิตขนมส่งขายทั้งในตลาดไทยเอง และส่งออกขนมไปขายทั่วโลก
เช่น สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในตะวันออกกลางและแถบแอฟริกา
- ข้อสาม ต่อยอดมาจากข้อสอง คือพอผลิตมาก ๆ ทำให้เกิด Economies of Scale
Economies of Scale คือยิ่งผลิตเยอะ ๆ ต้นทุนต่อชิ้นต่อหน่วย ยิ่งถูกลง
ซึ่งจากการผลิตเพื่อป้อนตลาดในไทยและต่างประเทศด้วยปริมาณมาก บริษัทก็ทำต้นทุนได้ดี และทำราคาขายได้เข้าถึงง่าย
ลองดูราคาขนมของแบรนด์นี้ จะเจอว่า
- ฟันโอ เริ่มต้นห่อละ 12 บาท
- ทิวลี่ เริ่มต้นห่อละ 16 บาท
- โรลเลอร์ โคสเตอร์ เริ่มต้นห่อละ 20 บาท
ซึ่งราคาพอเทียบกับคุณภาพ ความอร่อย ก็คุ้มค่า ทำให้ลูกค้าซื้อง่าย หยิบง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ
ถ้าเราลองกลับไปดูรายได้ 4 ปีที่ผ่านมา
ปี 2564 รายได้ 6,364 ล้านบาท กำไร 386 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 6,730 ล้านบาท ขาดทุน 447 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 6,479 ล้านบาท กำไร 85 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 6,732 ล้านบาท กำไร 227 ล้านบาท
นี่ก็คือทีเด็ดของ URC บริษัทขนม สัญชาติฟิลิปปินส์
ที่ใช้โรงงานในไทย สร้างยอดขาย ปีละ 6,000 กว่าล้านบาท ..