นายกฯ อนุทิน นำแถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คาดแล้วเสร็จตุลาคม ๒๕๖๙
.
๒๖ มกราคม ๒๕๖๙ เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน
.
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า
การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ในการนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปตามพระราชประเพณี และสมพระเกียรติทุกประการ ได้กราบบังคมทูลเชิญ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้ และมอบหมายให้
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชนุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว
.
สำหรับการออกแบบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศทีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน ๗ ชั้นเชิงกลอนเสมอด้วยพระมาหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง
ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคตและสื่อถึงพระราชสมัญญา
“แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร ดังพรหมของบุตร
ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร ๙ ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด
.
พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข ๔ ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา ๒ ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพพื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม
“สิริกิติ์” ส่วนฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
สำหรับภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับ และรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธี
.
ในการนี้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้าง
พระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ ให้แก่
สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้าง ส่วน
พระโกศพระบรมอัฐิ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง ๘ เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน ๔ แบบ และโคมไฟ
.
การจัดสร้างพระเมรุมาศในครั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ จากนั้นจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวาบพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
.
🖤🙏 ความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พระเมรุมาศส่วนยอดทรงมงกุฎแปลง คาดแล้วเสร็จตุลาคม ๒๕๖๙
นายกฯ อนุทิน นำแถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คาดแล้วเสร็จตุลาคม ๒๕๖๙
.
๒๖ มกราคม ๒๕๖๙ เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน
.
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ในการนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปตามพระราชประเพณี และสมพระเกียรติทุกประการ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้ และมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชนุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว
.
สำหรับการออกแบบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม ที่สะท้อนพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศทีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน ๗ ชั้นเชิงกลอนเสมอด้วยพระมาหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคตและสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร ดังพรหมของบุตร ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร ๙ ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุด
.
พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข ๔ ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา ๒ ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพพื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ส่วนฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
.
สำหรับภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับ และรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธี
.
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้างพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้าง ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง ๘ เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่าง ๆ ประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน ๔ แบบ และโคมไฟ
.
การจัดสร้างพระเมรุมาศในครั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ และจะแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ จากนั้นจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวาบพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
.