เดี๋ยวคุณน้าจัดให้! เรื่องภาษีเนี่ยถ้าเราเข้าใจหลักการ มันจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าธุรกิจไปได้เยอะเลยนะคะ มาค่ะ... เดี๋ยวคุณน้าจะสรุปเรื่อง "ภาษีซื้อต้องห้าม" จากบทความที่คุณน้าไปอ่านมาให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุดเองค่ะ
ภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไร? (ฉบับคุณน้าเล่าให้ฟัง)
โดยปกติเวลาเราทำธุรกิจที่จด VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เวลาเราไปซื้อของแล้วจ่ายภาษีไป เราก็อยากเอาภาษีนั้น (ภาษีซื้อ) มาหักลบกับภาษีที่เราเก็บจากลูกค้า (ภาษีขาย) เพื่อจะได้จ่ายภาษีให้กรมสรรพากรน้อยลงใช่ไหมคะ?
แต่กฎหมายเขาบอกว่า "ไม่ใช่ทุกอย่างจะเอามาหักได้นะจ๊ะ!" มันมีภาษีบางประเภทที่ต่อให้เราจ่ายเงินไปจริง มีใบกำกับภาษีถูกต้องเป๊ะ แต่สรรพากรเขาสั่ง "ห้ามนำมาใช้หักภาษีขาย" ค่ะ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า ภาษีซื้อต้องห้าม นั่นเอง
คุณน้าสรุปกลุ่มหลักๆ ที่เจอบ่อยมาให้แล้วค่ะ:
1. กลุ่มที่ห้ามหัก VAT แต่ยังเอาไปลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้
กลุ่มนี้คุณน้าบอกเลยว่า "เสียสิทธิหนึ่งแต่ยังได้อีกสิทธิหนึ่ง" ค่ะ คือเอามาลดภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้ แต่เอาไปรวมเป็นต้นทุนเพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนปลายปีได้:
- ค่ารับรองลูกค้า: ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารมื้อหรู หรือของขวัญที่ซื้อให้ลูกค้า ภาษีที่จ่ายไปห้ามเอามาหักภาษีขายเด็ดขาดค่ะ
- รถยนต์นั่ง (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง): ใครซื้อรถเก๋งมาใช้ในบริษัท ภาษีซื้อจากการซื้อรถ เช่ารถ ซ่อมแซม หรือแม้แต่ค่าน้ำมันรถเก๋งคันนั้น สรรพากรเขาก็ห้ามเอามาหัก VAT ค่ะ (ยกเว้นเราทำธุรกิจขายรถหรือเช่ารถโดยตรงนะจ๊ะ)
- ใบกำกับภาษีมีที่ผิด: เช่น พิมพ์ชื่อบริษัทเราตกหล่น ที่อยู่ผิด หรือมีการขีดฆ่าแก้ไขโดยไม่มีการประทับตราเซ็นกำกับ กลุ่มนี้ต้องระวังมากค่ะ
2. กลุ่มที่ห้ามใช้สิทธิใดๆ เลย (อันตรายมาก!)
กลุ่มนี้คือห้ามทั้งหัก VAT และห้ามลงเป็นค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ ถ้าหยิบมาใช้ถือว่าผิดเต็มๆ:
- ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ: เช่น คุณน้าซื้อตู้เย็นไปใช้ในห้องนอนตัวเองที่บ้าน แต่ดันไปขอใบกำกับภาษีในนามบริษัท แบบนี้ไม่ได้นะคะ!
- ใบกำกับภาษีปลอม: ไปจ้างเขาออกใบกำกับภาษีมาทั้งที่ไม่มีการซื้อขายจริง อันนี้คุณน้าขอเตือนเลยนะคะว่าโทษหนักถึงขั้นติดคุกเลยนะลูก
- ไม่มีใบกำกับภาษี: จ่ายเงินไปแล้วแต่ทำใบเสร็จหาย หรือไม่ได้ขอมา แบบนี้ก็อดใช้สิทธิค่ะ
เคล็ดลับจากคุณน้า
เวลาลูกๆ ได้ใบกำกับภาษีมา ให้รีบเช็กชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ดีนะคะ ถ้าเห็นว่าผิดให้รีบขอให้เขาแก้ใหม่ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนลืม เพราะถ้าสรรพากรมาตรวจเจอภายหลัง นอกจากจะหักภาษีไม่ได้แล้ว ยังต้องเสียค่าปรับ (เบี้ยปรับ/เงินเพิ่ม) อีกหลายเท่าตัวเลยนะคะ มันไม่คุ้มกันเลยค่ะ
สรุปสั้นๆ จากใจคุณน้า: เรื่องภาษีต้องละเอียดรอบคอบค่ะ แยกกองเอกสารให้ชัดเจนว่าอันไหน "ใช้ได้" อันไหน "ต้องห้าม" เพียงเท่านี้ธุรกิจของเราก็เดินหน้าต่อได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ
เช็กภาษีซื้อต้องห้าม คืออะไร? รวมทุกข้อที่ผู้ประกอบต้องรู้!
ภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไร? (ฉบับคุณน้าเล่าให้ฟัง)
โดยปกติเวลาเราทำธุรกิจที่จด VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เวลาเราไปซื้อของแล้วจ่ายภาษีไป เราก็อยากเอาภาษีนั้น (ภาษีซื้อ) มาหักลบกับภาษีที่เราเก็บจากลูกค้า (ภาษีขาย) เพื่อจะได้จ่ายภาษีให้กรมสรรพากรน้อยลงใช่ไหมคะ?
แต่กฎหมายเขาบอกว่า "ไม่ใช่ทุกอย่างจะเอามาหักได้นะจ๊ะ!" มันมีภาษีบางประเภทที่ต่อให้เราจ่ายเงินไปจริง มีใบกำกับภาษีถูกต้องเป๊ะ แต่สรรพากรเขาสั่ง "ห้ามนำมาใช้หักภาษีขาย" ค่ะ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า ภาษีซื้อต้องห้าม นั่นเอง
คุณน้าสรุปกลุ่มหลักๆ ที่เจอบ่อยมาให้แล้วค่ะ:
1. กลุ่มที่ห้ามหัก VAT แต่ยังเอาไปลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้
กลุ่มนี้คุณน้าบอกเลยว่า "เสียสิทธิหนึ่งแต่ยังได้อีกสิทธิหนึ่ง" ค่ะ คือเอามาลดภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้ แต่เอาไปรวมเป็นต้นทุนเพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนปลายปีได้:
- ค่ารับรองลูกค้า: ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารมื้อหรู หรือของขวัญที่ซื้อให้ลูกค้า ภาษีที่จ่ายไปห้ามเอามาหักภาษีขายเด็ดขาดค่ะ
- รถยนต์นั่ง (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง): ใครซื้อรถเก๋งมาใช้ในบริษัท ภาษีซื้อจากการซื้อรถ เช่ารถ ซ่อมแซม หรือแม้แต่ค่าน้ำมันรถเก๋งคันนั้น สรรพากรเขาก็ห้ามเอามาหัก VAT ค่ะ (ยกเว้นเราทำธุรกิจขายรถหรือเช่ารถโดยตรงนะจ๊ะ)
- ใบกำกับภาษีมีที่ผิด: เช่น พิมพ์ชื่อบริษัทเราตกหล่น ที่อยู่ผิด หรือมีการขีดฆ่าแก้ไขโดยไม่มีการประทับตราเซ็นกำกับ กลุ่มนี้ต้องระวังมากค่ะ
2. กลุ่มที่ห้ามใช้สิทธิใดๆ เลย (อันตรายมาก!)
กลุ่มนี้คือห้ามทั้งหัก VAT และห้ามลงเป็นค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ ถ้าหยิบมาใช้ถือว่าผิดเต็มๆ:
- ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ: เช่น คุณน้าซื้อตู้เย็นไปใช้ในห้องนอนตัวเองที่บ้าน แต่ดันไปขอใบกำกับภาษีในนามบริษัท แบบนี้ไม่ได้นะคะ!
- ใบกำกับภาษีปลอม: ไปจ้างเขาออกใบกำกับภาษีมาทั้งที่ไม่มีการซื้อขายจริง อันนี้คุณน้าขอเตือนเลยนะคะว่าโทษหนักถึงขั้นติดคุกเลยนะลูก
- ไม่มีใบกำกับภาษี: จ่ายเงินไปแล้วแต่ทำใบเสร็จหาย หรือไม่ได้ขอมา แบบนี้ก็อดใช้สิทธิค่ะ
เคล็ดลับจากคุณน้า
เวลาลูกๆ ได้ใบกำกับภาษีมา ให้รีบเช็กชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ดีนะคะ ถ้าเห็นว่าผิดให้รีบขอให้เขาแก้ใหม่ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนลืม เพราะถ้าสรรพากรมาตรวจเจอภายหลัง นอกจากจะหักภาษีไม่ได้แล้ว ยังต้องเสียค่าปรับ (เบี้ยปรับ/เงินเพิ่ม) อีกหลายเท่าตัวเลยนะคะ มันไม่คุ้มกันเลยค่ะ
สรุปสั้นๆ จากใจคุณน้า: เรื่องภาษีต้องละเอียดรอบคอบค่ะ แยกกองเอกสารให้ชัดเจนว่าอันไหน "ใช้ได้" อันไหน "ต้องห้าม" เพียงเท่านี้ธุรกิจของเราก็เดินหน้าต่อได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ