บันทึกการเดินทาง EP.18-5 ณ หินสามวาฬ-ภูทอก จ.บึงกาฬ



22.12.2568

เช้านี้ได้เวลาโบกมือลาเวียงจันทน์ กลับสู่เมืองไทยกันครับ วิธีเดินทางขากลับก็ง่ายแสนง่ายเหมือนเดิม เรากดเรียกแอปฯ มารับที่หน้าโรงแรมไปส่งที่ด่านลาวได้เลย จากนั้นก็ผ่านพิธีการ ตม. ให้เรียบร้อย แล้วขึ้นรถบัสข้ามสะพานมิตรภาพกลับฝั่งหนองคายเหมือนตอนขามาเป๊ะๆ เป็นการข้ามประเทศที่สะดวกและรวดเร็วสุดๆ มุ่งหน้ากลับไปเอารถที่ฝากไว้ แล้วไปลุยบึงกาฬกันต่อครับ!


ลาแล้วหนองคาย มุ่งหน้าบึงกาฬ

แวะเติมพลังกันริมทางสักหน่อย


ถึงแล้ว ซื้อตั๋วขึ้นก่อน

ในที่สุดก็มาถึงทางขึ้น 'หินสามวาฬ' แลนด์มาร์คที่ตั้งใจมาครับ ที่นี่เราต้องจอดรถไว้ด้านล่างแล้วใช้บริการรถกระบะของเจ้าหน้าที่ขึ้นไปแทน ค่ารถเหมาคันละ 500 บาทครับ มากันแค่สองคนแอบรู้สึกว่าแรงไปนิด พี่เจ้าหน้าที่เลยแนะนำให้ลองนั่งรอก่อน เผื่อจะมีใครมาช่วยแชร์
โชคดีมากครับ! รอกันแค่ 10 นาที ก็มีครอบครัวหนึ่งมากัน 3 คน พี่เจ้าหน้าที่เลยช่วยประสานงานให้ สรุปว่าเราได้แชร์รถไปด้วยกันครับ นอกจากจะช่วยประหยัดค่ารถไปได้เยอะแล้ว ยังได้รับมิตรภาพดีๆ จากเพื่อนร่วมทางกลุ่มนี้ด้วย ต้องขอบคุณมากๆ เลยครับที่ให้เราแชร์ไปด้วย


ถ้าบอกว่าหินนี้มองเหมือนสิงห์


จะได้เจอวาฬแล้ววว

เอาจริงๆ ถ้าอยากได้ภาพที่เห็นเป็นครอบครัววาฬ พ่อ-แม่-ลูก ครบ 3 ตัวแบบในรูปโปรโมต ต้องถ่ายจากมุมสูงด้วยโดรนเท่านั้นครับ เพราะถ้าเราใช้แค่กล้องมือถือถ่ายจากบนนั้น เราจะได้ภาพกว้างๆ ของวิวป่าและแม่น้ำโขงแทน ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนะ แต่สำหรับใครที่อยากได้รูปมุมเทพสวยๆ ที่นี่เขาก็มีบริการบินโดรนถ่ายรูปให้ด้วยครับ ส่วนค่าบริการผมไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเราเน้นเก็บภาพบรรยากาศด้วยตัวเองมากกว่า เอาจริงๆ ก็ประหยัดงบครับ 555+











รูปคู่ทีพี่คนขับรถช่วยถ่ายให้ครับ


ดูวาฬเสร็จแล้ว ลุยกันที่สถานีต่อไป






เรามาขี่ไม้กวาดเล่นกันสักหน่อย





พี่คนขับแกแอบพกกระจกไปช่วยเป็นเอฟเฟกด้วยครับ










ลงจากหินสามวาฬ เราก็บึ่งไปที่ 'ภูทอก' ต่อครับ ถึงประมาณบ่ายสาม ลองประเมินสถานการณ์แล้ว ถ้าขึ้นตอนนี้ลงมามืดแน่ๆ เลยตกลงกันว่า 'พรุ่งนี้เช้าค่อยลุย' คืนนี้หาที่นอนก่อน โจทย์คือโรงแรมหรือลานกางเต็นท์?
สุดท้ายเรามาจบที่ลานกางเต็นท์เอกชนใกล้ๆ วัดครับ วิวคือที่สุด! มองเห็นภูทอกตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ แถมคุณป้าเจ้าของลานก็น่ารักมากกก ความคิดทันสมัย คุยกันถูกคอฝุดๆ

















แต่แล้ว... ความสงบก็ถูกทำลายครับ ประมาณสามทุ่มมีเสียงเพลงดังขึ้นและแรงขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คนที่มาจับกลุ่มกันข้างๆ ลาน เราพยายามทนจนเกือบตีสอง แต่เสียงเพลงและ 'กิจกรรม' ในวงนั้น มันทำให้เรานอนไม่ได้จริงๆ จนวินาทีนั้นคิดในใจเลยว่า 'หรือเราควรเลิกกางเต็นท์แล้วไปนอนโรงแรมดี?' (เลิกในที่นี้คือเลิกถาวร) สุดท้ายผมตัดสินใจเก็บของข้ามคืนครับ โทรหาคุณป้าให้มาเปิดรั้วให้ ป้าแกตกใจมากที่เห็นสภาพเรา พอเห็นสาเหตุ ป้าเลยรีบไปปลุกสามีแล้วเข้าไปจัดการกลุ่มวัยรุ่นจนแยกย้ายกันไป ป้าแกขอโทษขอโพยใหญ่ บอกว่าปกติไม่มีแบบนี้ สรุปเราเลยตัดสินใจแบกของกลับเข้าเต็นท์นอนต่อครับ แต่ก่อนเข้านอนต้องบอกว่าคืนนี้ดาวที่นี่สวยมากกก เยอะและดูใกล้จนเหมือนจะเอื้อมมือถึง เป็นการจบคืนที่วุ่นวาย ขอนอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน ฝันดีราตรีสวัสดิ์จากใต้แสงดาวที่บึงกาฬครับ

พรุ่งนี้เช้าเรามีนัดขึ้นภูทอกไปเดินบันไดไม้ริมหน้าผาพิสูจน์ศรัทธากันแต่เช้า เสร็จจากภูทอกแล้ว จุดหมายต่อไปของเราคือ จังหวัดนครพนม ครับ เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขงรอเราอยู่

ปล: ใครสนใจรับเต็นท์ไปดูแลต่อทักมาได้เลยนะครับ และมีอุปกรณ์แคมป์ปิ้งอีกนิดหน่อยครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่