เสียรู้! เรียน SAT จนแทบหมดตัว มารู้ก็เกือบสายไป

กระทู้คำถาม
ประสบการณ์การส่งลูกติวสอบ DSAT ที่แทบหมดตัว

ลูกสาวอยู่สาธิตปทุมวันค่ะ สอบได้กระดาน 3 ตอนเข้าม1 เพราะคุณแม่เป็นศิษย์เก่าที่นี่

ให้ลูกเตรียมตัวสอบ SAT ตั้งแต่ ม.2  เพราะรู้ว่าลูกเรียนอ่อน ก็เลยติวเดี่ยวกับอาจารย์ท่านหนึ่งอายุ 73
ท่านดีนะคะ แต่ลูกสาวเราไม่ตรงจริต เลยหยุดเรียน

พอม.4 รู้ตัวว่าต้องสอบ SAT เลยไปสมัครเรียนที่สยาม ในสถาบันที่ทางสถาบันเคลมให้คุณแม่ฟังว่าเป็นอันดับหนึ่งของเมืองไทย

เรียนทุกคอร์สที่สถาบันมีค่ะ ไม่ว่าจะเป็น SAT math, verbal, IELTS

เรียนตั้งแต่ ม.4-ม.6 สอบตั้งแต่ปี 2023 จนวันนี้ลูกได้ verbal ไม่ถึง 500 ส่วน Math ได้ไม่ถึง 600
ติวเตอร์ IELTS พูดมาคุณแม่แทบจะเป็นลมว่า "ไม่มีแรงสอนแล้ว จากนี้ให้ลูกไปดิ้นรนเอง"
ส่วนเจ้าของ สถาบันก็เมินเฉยกับลูกเรา เพราะเห็นคะแนนน้อย โปรโมทไม่ได้ และยังบอกลูกเราว่า "น้องไม่เหมาะกับภาคอินเตอร์ น่าไปสอบภาคไทย"


ค่าเรียนเสียไปประมาณ ล้านเศษๆ  คุณแม่ได้แต่เสียใจ น้อยใจว่า เราก็เป็น loyal customer เรียนทุกอย่างไม่เคยปฎิเสธ วันนี้ลูกเราไม่ได้คะแนนยื่น สถาบันจะไม่โอบอุ้มดูแลลูกสาวเราหน่อยหรือ เพราะเด็กก็เครียดมาก

จนวันที่ประชุมผู้ปกครองสาธิตปทุมวัน ได้มีโอกาสปรับทุกข์กับผู้ปกครองท่านหนึ่ง ท่านก็เห็นใจ เลยแนะนำครูลูกสาวมาให้ และบอกว่า ครูคนนี้ไม่โฆษณา แต่ดังแบบในวงใน เด็กคะแนนสูง

คุณแม่คิดในใจ "เราจะเสียรู้อีกมั้ยเนี่ย"

ปรากฎ พาลูกสาวมาเรียนกับอาจารย์ท่านนั้น ในย่านบางโพ อาจารย์ผู้หญิงท่านนี้  มีเมตตา แม้จะเข้มงวด แต่กวดขัน จนลูกสาวคะแนนขึ้นจาก 400 กว่า เป็น 580 ด้วยวิธีสุจริต คะแนนรวมได้ 1360 ไม่ซื้อข้อสอบแบบที่ทำกันในหลายสถาบัน
และสอนลูกสาวจนวันนี้ สอบติด BBA TU คุณแม่ดีใจมากค่ะ

นับเป็นบทเรียนราคาแพง กว่าจะมาเจอครูที่ใช่ หมดไปเป็นล้าน

หวังว่าจะเป็นประสบการณ์ให้คุณพ่อคุณแม่ ปี 2026 ที่กำลังส่งลูกเรียน SAT นะคะ
คุณแม่อ้อม คุณหมอที่แสนดี แต่จุดอ่อนคือ ลูกนั่นแหละค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่