JJNY : หมอสุภัทรแจงโดนเล่นงาน│“ศรายุทธิ์”ถามเป็นจงใจสกัดส้มหรือไม่│ยังไม่วางใจ! ทหารเขมรก่อกวน│ความนิยม‘ทาคาอิจิ’ร่วง

หมอสุภัทร แจงโดนเล่นงาน ตั้งแต่ค้าน กัญชาเสรี โอดผิดที่ซื้อ ATK ถูกเกินไป
.

.
หมอสุภัทร แจงโดนเล่นงาน ตั้งแต่ค้าน กัญชาเสรี โอดผิดที่ซื้อ ATK ถูกเกินไป ทำให้กระทรวงไม่สามารถซื้อแพงได้ เชื่อเป็นการเตะตัดขาไม่ให้เข้าสู่สภา
.
กรณีมีกระแสข่าว อกพ.กระทรวงสาธารณสุข ลงมติวาระด่วน 4 : 3 ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากราชการมาลงสมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชนออกจากราชการ จากกรณีการจัดซื้อ ATK ให้แพทย์ชนบทบุกกรุงช่วงโควิด
.
ต่อมาวันที่ 26 ม.ค.2569 นพ.สุภัทร ฮาวุรรณกิจ อดีต ผอ.รพ.สะบ้าย้อย ในฐานะแกนนำแพทย์ชนบท และผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน โฟนอินชี้แจงในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ความว่า สาเหตุน่าจะมาจากการโดนเล่นงาน แต่กระบวนการเล่นงานอาจไม่สำเร็จ เมื่อปี 2564 โควิดระบาดในกรุงเทพฯ เรายกแพทย์ชนบทมาตรวจ atk ให้คนกรุงฯ
.
เราจัดซื้อ atk กันเองมาตรวจให้ กทม. หารือกับกระทรวงสาธารณสุขตอนนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งประเทศตรวจไป 2 แสนราย รพ.อื่นด้วย กลับไปไม่มีปัญหาอะไร แต่ผ่านไป 2 ปี หลังจากที่ตนออกคัดค้านกัญชาเสรี ทำให้ถูกสั่งย้ายโรงพยาบาล
.
ข้อกล่าวหาคือ ผมจัดซื้อจัดจ้าง atk ผิดระเบียบ ผมตอบชี้แจงข้อกล่าวหาไป แต่กรรมการไม่เคยเรียกสอบด้วยวาจา ผมตอบไปเป็น 100 หน้าก็ยังไม่เรียกชี้แจง จนวันนี้ผมยังไม่เจอกรรมการสอบวินัยเลย มีการนำเรื่องเข้ากระทรวง มีมติ 4:3 รัฐมนตรีคนปัจจุบัน พัฒนา พร้อมพัฒน์ พรรคภูมิใจไทย เป็นคนตัดสินชี้ขาด
.
ตอนนั้นมาชื่นชมกันทุกท่าน แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ยังออกข่าวชื่นชมเราเลย
.
ซึ่งเรื่องนี้เป็นคดีที่ปักหลังไว้ แล้วรอใช้งาน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อทำให้ผมถูกตัดสิทธิ์ในฐานะที่ผมลงเลือกตั้ง จ.สงขลา แต่ทั้งนี้ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือแจ้งมา แต่มีกรรมการหนึ่งในนั้น 7 ท่าน รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ท่านเลยบอกเรื่องนี้ขอนำไปพิจารณาในกรรมการชุดใหญ่ เลยทำให้วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่มีการลงมติ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่สามารถลงนามปลดผมออกจากราชการได้” นพ.สุภัทร ระบุ
.
หมอสุภัทร กล่าวต่อว่า ตอนนั้นเราได้ atk มาอย่างยากลำบาก ซื้อมาในราคา 230 บาท กรมควบคุมโรค ซื้อ 350 บาท สปสช. ตั้งราคากลางให้เบิกคืนมาได้ที่ 450 บาท
.
เมื่อถามว่าแล้วผิดตรงไหน นพ.สุภัทร กล่าวว่า ผิดที่ซื้อถูกเกินไป อาจทำให้กระทรวงไม่สามารถซื้อแพงกว่าผมได้
.
นพ.สุภัทร กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนต้องตรวจ rt pcr รอคิวนานมาก เราไม่ได้แบ่งซื้อแบ่งจ้าง เราซื้อตามความจำเป็น เราตรวจแบบไม่จำกัดจำนวน เราไม่รู้วันนี้มาจำนวนเท่าไหร่ ของหมดก็สั่งเพิ่ม ก็ตรงไปตรงมา กรณีนี้ไม่เกี่ยวเรื่องกับระเบียบ แต่เป็นพยายามทำปัญหาให้หมดสิทธิ์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง
.
น่าเห็นใจข้าราชการประจำมาก กระทรวงสาธารณสุข ช่วงหลังการเมืองเข้ามาบีบมาก หากตนมีโอกาสได้เข้าไปแก้ไขในกระทรวงสาธารณสุข พร้อมยืนยัน ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร สส. และยิ่งต้องช่วยเลือกเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
.
มั่นใจว่าเป็นความพยายามทางการเมืองที่เตะตัดขาเพื่อไม่ให้ตนเข้าสู่สภาให้ได้ และเชื่อมั่นว่าพี่น้องในสงขลา รวมถึงประชาชนทั้งประเทศ เห็นความไม่เป็นธรรมในเรื่องนี้มาก” หมอสุภัทร กล่าว
.
.
.

.
“ศรายุทธิ์” รับ เปลี่ยนตัวไม่ทัน หาก “หมอสุภัทร” ถูกปลดเซ่นปม ATK ถาม เป็นเกมจงใจสกัดพรรคส้มหรือไม่
.
“ศรายุทธิ์” เลขาธิการพรรคประชาชน รับ หาก “หมอสุภัทร” ถูกปลดพ้นราชการเซ่นวินัยร้ายแรง จัดซื้อ ATK โควิด-19 ขยับตัวยาก เปลี่ยนตัวไม่ทัน อดตั้งคำถามไม่ได้ เป็นเกมจงใจสกัดพรรคส้ม
.
26 ม.ค. 2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข หรือ อ.ก.พ.สธ. พิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน
.
โดยนายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอความชัดเจนว่าท้ายที่สุดผลจะออกมาเป็นอย่างไร หากขั้นตอนชัดเจนแล้วว่าถูกออกจากราชการด้วยเหตุผลความผิดวินัยร้ายแรง ก็จะส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติ ซึ่งทางเราเองก็คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ ต้องเดินต่อไป ถือว่าเราอาจจะสูญเสียไป 1 คน
.
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับหมอสุภัทรแล้วหรือยัง นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ได้ยินข่าวมายังไม่ได้พูดคุยเลย เนื่องจากเดินทางอยู่ต่างจังหวัด
.
ส่วนจะมีแผนเตรียมการรองรับไว้หรือไม่ หากผลออกมาแล้ว นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า ขอยังไม่มีความเห็นดีกว่า เพราะต้องรอความชัดเจนก่อนในแง่ของกฎหมาย แต่ตนคิดว่าถ้าผลออกมาอย่างไร ก็ต้องคงตามนั้น
.
เมื่อถามว่าสังคมอาจจะมองว่าการโดนความผิดในช่วงนี้ เป็นการเมืองหรือไม่ นายศรายุทธิ์ ระบุว่า ก็ตั้งข้อสังเกตได้ เป็นสิ่งที่ทางเราเองก็ตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่คดีต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ ทั้งเรื่องที่ผู้สมัครของเราก่อนหน้านี้ รวมถึงการที่มีข่าวเรื่อยๆว่าจะมีอีกแน่นอน เราก็อดที่จะตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไม่ได้ว่าเป็นสกัดกั้นพรรคประชาชนหรือไม่ เป็นการตั้งคำถาม
.

.
ยังไม่วางใจ ! หลังทหารเขมรก่อกวนประชิดชายแดน
.
ยังไม่วางใจ ! แต่ไม่อยากให้มองทหารเขมร ก่อกวนตามแนวหน้า เป็นการส่งสัญญาณสู้รบรอบที่ 3 มองการเสริมบังเกอร์ - ประชิดชายแดน เป็นเรื่องปกติ ระบุ ข่าวส่งสัญญาณเจรจาผ่าน พล.อ. เตีย บัญ ต้องดูรายละเอียด ชี้พฤติกรรมจะเป็นตัวตัดสิน
.
วันนี้ ( 26 ม.ค.69 ) พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามหลักการแล้ว หลักการสู้รบเราจะระงับความสัมพันธ์ทางการทหารไปก่อนใช่หรือไม่ เช่น ความช่วยเหลือด้านการทหาร ความร่วมมือต่าง ๆ ว่า เวลายังไม่เหมาะสม เอาไว้เหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ว่าช่วงนี้เป็นแบบนี้ พักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้วพักยาว พักนาน มันก็อยู่ที่ท่าทีและพฤติกรรม ถ้าคุยกันดีมีเจตนาจริงใจ และมีความร่วมมือแก้ไขปัญหา เดี๋ยวมันก็จะดีเอง อยู่ที่การตบมือ ต้องตบมือสองฝั่ง ส่วนพฤติกรรมตอนนี้ยังไม่โอเคใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ดีขึ้น แต่ยังต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเร็ว
.
ขณะเดียวกันเหมือนว่ามีคลิปทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุก่อกวน แนวหน้าไทยมากขึ้น หลายคนมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่ 3 ใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ขออย่าไปมองแบบนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังจากหยุดยิง เราเริ่มมีการวางกำลัง และต้องวางระบบเครื่องกีดขวางในการป้องกันตนเอง ต่างฝ่ายต่างทำ เมื่อเริ่มนิ่ง เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้น เริ่มเข้ามาใกล้ มาดู มาศึกษา มาตรวจสอบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของการพัฒนาระดับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว แต่ในขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใคร ทำพฤติกรรมใด ๆ ไปยั่วยุ หรือทำให้มันเกิดโมโหและตกใจ ขออย่าให้โมโหและอย่าตกใจ ถือว่าใช้ได้
.
ส่วนที่มีการเสริมบังเกอร์ พลเอก อุกฤษฎ์ เผยว่า ทุกคนก็ทำ เราก็ทำ เขาก็ทำ สำหรับข่าวปลอม เฟกนิวส์ การบิดเบือนข้อมูล ได้มีการกำชับ อะไรหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ ยอมรับว่าคุยกันทั้งในทีมแถลงข่าว และทุกส่วน ขณะนี้มิติด้านความสัมพันธ์ การทูต ข่าวสาร ทหาร และเศรษฐกิจ เราเดินไปพร้อม ๆ กัน หลังจากนี้เตรียมการไว้แล้ว โดยมีการพูดคุยหารือในระดับกองทัพไทย ทุกหน่วยงาน ว่าเราจะทำข้อเสนออะไรอย่างไรในอนาคต ช่วงนี้ดูสถานการณ์ และรักษาระดับไว้ก่อน แต่อยู่บนพื้นฐาน เราพร้อมทุกกรณี
.
กรณี พล.อ. เตีย บัญ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ประสานมายังฝั่งไทยขอเจรจา เพราะกัมพูชาอยากจะยุติสงบศึก เป็นกระแสข่าวจริงหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดและท่าที นอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญ ต้องดูพฤติกรรมและพฤติการณ์ ซึ่งต้องประเมินทุกอย่างในองค์รวมถึงจะสรุปได้ว่าเราควรจะเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน ไม่สามารถเข้าไปดูได้จริงว่าเป็นอย่างไร ต้องดูจากทุกอย่างและประมวล พร้อมตั้งสมมติฐาน หากตั้งสมมติฐานถูก ก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิด ก็ต้องแก้ไข เราจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี
.
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าทหารกัมพูชา ปรับกำลังประชิดชายแดน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นั้น พลเอก อุกฤษฎ์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่มองว่าเป็นการปรับกำลัง มองว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากเขาเห็นสภาพการวางกำลังของฝ่ายไทย เขาก็จะเริ่มค่อย ๆ พัฒนาการปฏิบัติการทางทหารในแนวหน้ามากขึ้น เหมือนปรับสภาพให้สอดรับกับการวางกำลัง เขาเห็นว่าเรายังไง เขาก็เข้ามาดู มาปรับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่