[เตือนภัยร้ายแรง] ข้าราชการตัวเล็กๆ เกือบหมดตัว! "นาง ก." อ้างโทรจาก สนง.ใหญ่ กรุงไทย หลอกขายประกัน หักเงินเกลี้ยงบัญชีเ

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับพี่น้องชาวพันทิป และผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เคารพ
ผมตัดสินใจเขียนกระทู้นี้ด้วยความอัดอั้นตันใจและน้ำตาตกใน ในฐานะข้าราชการชั้นผู้น้อยคนหนึ่งที่พยายามใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เงินเดือนก็น้อยนิดอาศัยเบี้ยเลี้ยงประทังชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แต่กลับต้องมาเจอเล่ห์เหลี่ยมของ "คนกันเอง" ในคราบสถาบันการเงินที่ผมเชื่อใจที่สุด หลอกลวงจนผมต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนฝูง เสียทั้งเงิน เสียทั้งเครดิต และเสียความรู้สึกจนบรรยายไม่ถูก
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การขายประกันน่ารำคาญทั่วไป แต่มันคือ "การปล้นแบบถูกกฎหมาย" ที่มีระบบระเบียบรองรับ และหน่วยงานรัฐที่ควรจะช่วยเรากลับเพิกเฉย ผมจึงขอพื้นที่ตรงนี้แฉพฤติกรรมและขอความเป็นธรรมครับ
🛑 จุดเริ่มต้นของฝันร้าย: 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความ... หลอกลวง
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 68 เวลาเที่ยงๆ ขณะที่ผมกำลังทำงาน มีสายโทรศัพท์เข้ามาจาก "นาง ก." (นามสมมุติ) น้ำเสียงดูเป็นทางการ น่าเชื่อถือ อ้างตัวชัดเจนว่าเป็น "เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่" ย้ำนะครับว่าอ้างว่าเป็น ธนาคาร และระบุสาขาที่ผมเปิดบัญชี (สาขาศาลายา) ได้ถูกต้องแม่นยำ ทำให้ผมตายใจนึกว่าเป็นการติดต่อธุระสำคัญจากธนาคารจริงๆ
นาง ก. ร่ายยาวเรื่อง "สิทธิพิเศษ" มอบวงเงินสำรอง 20,000 บาท และพ่วงประกันอุบัติเหตุ ผมรีบปฏิเสธไปทันทีด้วยความซื่อว่า "ผมเบิกได้ครับพี่ ผมเป็นข้าราชการ" (คิดว่าพูดแค่นี้ก็น่าจะจบ เพราะเราไม่มีความจำเป็นต้องซื้อ)
แต่ นาง ก. "เพิกเฉย" ต่อคำปฏิเสธของผมโดยสิ้นเชิงครับ! เธอยังคงร่ายมนต์ขายของต่อ โดยบอกราคา 525 บาทต่อเดือน ด้วยความเกรงใจและเห็นว่าพูดจาดี ผมจึงคิดว่าจะช่วยซื้อสักเดือนนึง (ด้วยความซื่อจริงๆ ครับ อยากช่วยคนทำมาหากิน) แต่พอถึงตอนจะหักเงิน ผมบอกว่า "สมุดบัญชีไม่ได้อยู่กับตัว จำเลขไม่ได้ เอาไว้ทำวันหลัง" (กะว่าจะวางสายเพื่อตัดบทไป)
🛑 ความน่ากลัวจุดที่ 1: รู้ข้อมูลเราดียิ่งกว่าตัวเรา (PDPA อยู่ไหน?)
ทันทีที่ผมบอกจำเลขบัญชีไม่ได้ นาง ก. สวนกลับมาทันทีว่า "ไม่ต้องดูสมุดค่ะ เดี๋ยวพี่บอกเลขบัญชีน้องให้ น้องจดนะ แล้วทวนตามพี่"
ช็อกครับ!... คำถามถึง ธนาคารกรุงไทย: พนักงานขายประกัน (Telesales) คนนี้ รู้เลขบัญชีเงินเดือนของผมได้ยังไง? ใครอนุญาตให้คุณส่งข้อมูลส่วนตัวทางการเงินที่ละเอียดขนาดนี้ของผมไปให้คนนอก (หรือบริษัทลูก) โทรมาล้วงเงินในกระเป๋าผม? แบบนี้ผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ไหมครับ? ธนาคารมีความลับลูกค้าบ้างไหม?
🛑 ความน่ากลัวจุดที่ 2: มัดมือชก หักเงินทันที (ไม่มีเงินก็ต้องจ่าย)
นาง ก. เร่งรัดให้ผมตกลง โดยบอกว่าต้องจ่ายพรุ่งนี้เลย และที่โหดร้ายคือ "มัดมือชกเก็บล่วงหน้า 2 เดือน" (1,050 บาท) ผมตกใจมาก บอกว่า "พรุ่งนี้ผมไม่มีเงินครับ ขอเป็นสิ้นเดือนได้หรือเปล่า ผมจะช่วยซื้อ"
นาง ก. ปฏิเสธเสียงแข็งว่า "ไม่ได้ ต้องพรุ่งนี้ (15 ก.พ. 68)" แล้วบอกว่ากรมธรรม์จะส่งมาทางอีเมลตอนเที่ยง ผมจนปัญญา จึงตอบไปแค่ว่า "จะพยายาม" (ซึ่งในทางกฎหมาย ไม่ใช่การตอบรับคำเสนอที่สมบูรณ์เลย เพราะมีเงื่อนไขว่าต้องหาเงินให้ได้ก่อน)
🛑 ผลลัพธ์: เงินหาย กรมธรรม์ทิพย์ ชีวิตพัง
กรมธรรม์ไม่เคยมา: วันรุ่งขึ้น (15 ก.พ.) ผมรอเช็คอีเมล ไม่มีอะไรส่งมาเลย ผมก็นึกว่าเรื่องจบไปแล้ว เพราะผมก็ไม่มีเงินในบัญชีให้หักจริงๆ
เงินหายเงียบๆ: เดือน มี.ค. 68 เงินเบี้ยเลี้ยงอันน้อยนิดของผมเข้าบัญชี (ซึ่งผมไปยืมเพื่อนมา 2,000 บาท เพื่อหมุนเวียนค่ากับข้าว รอเงินเดือนออก) ปรากฏว่าโดนดูดหายไปวับ!
ครั้งที่ 1: 13 มี.ค. โดน 525 บาท
ครั้งที่ 2: 23 มี.ค. โดนอีก 525 บาท
ครั้งที่ 3: 23 มี.ค. (วันเดียวกัน) โดนเบิ้ลอีกรอบ!
รวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 1,575 บาท! ทั้งที่ผมต้องกดเงินนี้ไปคืนเพื่อนที่ยืมมา กลายเป็นว่าผมไม่มีเงินคืนเพื่อน เสียเครดิต เพื่อนเลิกคบ หาว่าผมเบี้ยวหนี้ ความเดือดร้อนมันเป็นโดมิโน่ครับ
🛑 ความเจ็บปวดจากการตามเรื่อง: โดนซ้ำเติมจากธนาคาร
ธนาคารปัดสวะ: ผมโทรหา Call Center กรุงไทย ได้รับคำตอบที่เย็นชาว่า "ให้ไปคุยกับบริษัทประกันเอง ธนาคารเป็นแค่ช่องทางตัดเงิน ไม่เกี่ยวกับธนาคาร"
พอผมถามชื่อ "นาง ก." ให้ช่วยตรวจสอบ Call Center บอก "ธนาคารไม่มีพนักงานชื่อนี้"
อ้าว! แล้วคนที่โทรมาอ้างว่าเป็น สนง.ใหญ่ รู้เลขบัญชีผม หักเงินผมผ่านระบบธนาคารคุณ คือผีหลอกเหรอครับ? คุณปล่อยให้มิจฉาชีพ (หรือพันธมิตรของคุณ) มาแอบอ้างชื่อธนาคารหากินกับลูกค้าแบบนี้หรือ?
สาขาก็ช่วยไม่ได้ แถมซ้ำเติม: ผมวิ่งไปสาขาศาลายา เจ้าหน้าที่บอกหน้าตาเฉยว่า "ธนาคารไม่มีนโยบายโทรหาลูกค้านะ ต่อไปก็อย่าไปรับสาย"
นี่คือคำตอบที่ลูกค้าผู้เสียหายควรได้รับเหรอครับ? เงินผมหายในบัญชีคุณ แต่คุณบอกให้ผมอย่ารับสาย?
มิหนำซ้ำ พอผมจะขอคัด Statement เพื่อนำไปเป็นหลักฐานแจ้งความและร้องเรียน ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมผมอีก 200 บาท! (ตามภาพประกอบ)
น้ำตาจะไหลครับ เงินโดนปล้นไปแล้ว ยังต้องเสียเงินให้ธนาคารอีก 200 เพื่อขอดูหลักฐานการโดนปล้น นี่หรือคือ "กรุงไทย... คู่คิด" ของประชาชน?
🛑 จุดพีคที่สุด: คปภ. (ที่พึ่งสุดท้าย หรือ หลุมดำ?)
ผมแบกหน้าไปร้องเรียน คปภ. จังหวัดนครปฐม หวังพึ่งบารมีหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล
เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารชี้แจงจากบริษัทประกันมาว่า "นาง ก. ทำถูกระเบียบทุกอย่าง มีการตกลงทำประกัน"
ผมแย้งไปว่าขอฟัง "ไฟล์เสียงสนทนา" (อยากรู้ว่าผมไปตกลง "ยืนยัน" ตอนไหน ในเมื่อผมบอกว่าไม่มีเงิน)
ผมขอ "ใบเสร็จรับเงิน" (หักเงินไปแล้วใบเสร็จอยู่ไหน กรมธรรม์อยู่ไหน)
แต่ คปภ. กลับเพิกเฉย! ไม่มีการตรวจสอบไฟล์เสียง ไม่มีการเรียกดูใบเสร็จ
สุดท้ายมีหนังสือแจ้งมาทีหลังว่า "ยุติเรื่อง" เพราะบริษัทเสนอคืนเบี้ยประกัน และผม "ไม่คัดค้านภายใน 10 วัน"
ถามจริงครับ? ผมเป็นชาวบ้านตาดำๆ จะไปรู้ระเบียบ 10 วันของท่านได้อย่างไร? หนังสือแจ้งมาเมื่อไหร่ผมยังไม่เห็น ประกันคืนเงินมาช่องทางไหนผมยังไม่รู้เรื่อง (เช็ค? เข้าบัญชี? เมื่อไหร่?) แต่ท่านปิดเคสผมแล้ว? นี่คือการคุ้มครองผู้บริโภคหรือคุ้มครองบริษัทประกันครับ? ดึงเรื่องผมไว้ 8 เดือน แต่ปิดจบง่ายๆ แบบนี้?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่