เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนี้เราอยู่อเมริกาและเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมาเราได้ซื้อของออนไลน์ไป 9.99USD โดยใช้บัตรเครดิตของธนาคารนึง ซื่งเราก็ได้ของปกติ ต่อมาวันนี้เราได้รับแจ้งเตือนผ่านแอปแอปนึงที่ไม่ใช่แอปธนาคารแต่เป็นแอปสำหรับบัตรเครดิตของธนาคารนี้ ว่ามีการตัดบัตรเครดิตจำนวน 59.99USD เราตกใจจึงรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านทางแอปนั้นโดยเป็นการแชทคุยกับเจ้าหน้าที่ จึงได้รู้ว่าเป็นร้านค้าเดียวกันที่เคยซื้อของไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า"สำหรับยอดรายการดังกล่าวเนื่องจากยังอยู่ในรายการรอบันทึกจะยังไม่สามารถส่งเรื่องตรวจสอบได้" แล้วให้เราติดต่อกลับมาใหม่หลังจากยอดเข้าระบบแล้ว อันนี้เรางงแล้วหนึ่งว่าทำไมตรวจสอบไม่ได้ทันทีหรือระงับการตัดบัตรไม่ให้ยอดโดนตักออกไป เราพยายามคุยว่าเป็นเพราะอะไร เพราะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมต้องรอ สักพักเจ้าหน้าที่แจ้งว่า "มียอดเข้าระบบมีการหักค่าบริการเรียบร้อยแล้ว แต่ในการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบยอดเพิ่มเติมให้ ต้องรบกวนให้คำว่า รายการรอบันทึกหายไป เจ้าหน้าที่จึงจะสามารถประสานกับทางร้านค้าเพื่อตรวจสอบได้" อันนี้เรางงสุดๆว่า ธนาคารต้องติดต่อประสานไปทางร้านค้า นั่นหมายถึงติดต่อไปสอบถามมิจฉาชีพก่อน ตลกมั้ย นี้คือคำพูดที่เจ้าหน้าที่แจ้งมา "ทางเจ้าหน้าที่จะประสานงานไปยังร้านค้าเพื่อตรวจสอบรายการที่เกิดขึ้นให้ก่อนค่ะ โดยจะมีแบบฟอร์มในการตรวจสอบรายการให้ทำรายการ
เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วน จะตั้งพักยอด หากบริษัทต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ระยะเวลาตรวจสอบรายการประมาณ 45-60 วัน หากตรวจสอบพบว่ารายการดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของลูกค้า ทางบริษัทจะทำการปรับปรุงยอดออกจากใบแจ้งยอด ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดค่ะ
แต่หากผลตรวจสอบพิสูจน์แน่ชัดว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของลูกค้า จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อแจ้งให้ทราบ พร้อมเรียกเก็บยอดที่เคยตั้งพักไว้ รวมดอกเบี้ย และค่าตรวจสอบ 214 บาท ต่อรายการ"
เรางงว่าติดต่อไปถามมิจฉาชีพ แล้วมิจฉาชีพจะตอบว่าอะไร และจะติดต่อมิจฉาชีพอย่างไร คือเรารู้สึกอย่างนี้
1. ทั้งๆที่ลูกค้าธนาคารกำลังเดือดร้อน โดยยืนยันกับธนาคารว่าโดนตัดเงินจากบัตรเครดิตไปทั้งๆที่ไม่ได้ทำรายการ แต่ธนาคารเลือกที่จะคุยกับมิจฉาชีพก่อน โดยเราก็นึกภาพไม่ออกว่าจะติดต่อมิจฉาชีพได้ยังงัย ช่องทางไหน ดูเหมือนไม่ปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเลย กลัวมิจฉาชีพจะเสียประโยชน์มากกว่า
2. ไม่ช่วยเหลือลูกค้าในทันทีต้องรอให้ยอดเข้าระบบก่อนถึงจะตรวจสอบได้ ไม่แน่ใจว่าระบบป้องกันมิจฉาชีพมีมั้ย ทั้งๆที่ยอดยังPending ควรจะป้องกันไม่ให้ยอดเข้าระบบหรือไม่ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำระบบแบบไหน เอื้อต่อมิจฉาชีพหรือไม่
3. ถ้าธนาคารตรวจสอบแล้ว จะมีหลักฐานการตรวจสอบอย่างไร เอาอะไรมาพิจารณาว่าเราไม่ได้เป็นคนทำรายการ ในเมื่อเราเป็นเจ้าของบัตรได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าโดนเว็บมิจฉาชีพเอาเลขบัตรไปใช้โดยที่เราไม่ได้ทำรายการแต่เจ้าหน้าที่ต้องเช็คกับมิจฉาชีพก่อน คือไม่เชื่อเจ้าของบัตรและมีทีท่าว่าจะเชื่อมิจฉาชีพมากกว่าหรือไม่ จะบอกว่าเป็นนโยบายของธนาคารก็คงไม่เหมาะสมหรือไม่ เราคงไม่เชื่อใจธนาคารนี้แล้วเพราะทั้งระบบและนโยบายเอื้อต่อการโดนมิจฉาชีพเอาบัตรไปใช้ได้ตลอด โดยที่การช่วยเหลือไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเราเป็นเคสที่โดนเอาเลขบัตรเครดิตไปใช้ในเว็ปต่างประเทศ ไม่ใช่เว็บไทย ควรช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นคนไทยก่อนหรือไม่ ไม่ใช่ต้องเช็คกับมิจฉาชีพที่อยู่ในต่างประเทศก่อน
สุดท้ายเราแจ้งกับธนาคารขอยกเลิกบัตรเครดิต แล้วให้ออกบัตรใหม่ และแจ้งว่าเราขอหลักฐานการติดต่อกับมิจฉาชีพ และผลการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งเราก็จะคอยดูว่าจะออกมาในรูปไหน เราไม่โทษเจ้าหน้าที่ที่คุยกับเราเลย แต่เราไม่พอใจกับระบบและขั้นตอนของธนาคารที่ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเลย ระหว่างนี้พอจะมีใครแนะนำธนาคารไหนมั้ยที่มีระบบและนโยบายที่ดีกว่านี้ ที่ไม่เอื้อต่อมิจฉาชีพ ที่ให้บริการและช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงทีและปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าได้ดีกว่าธนาคารนี้บ้างแนะนำหน่อยค่ะ
มีธนาคารไหนที่ช่วยเหลือลูกค้าจากมิจฉาชีพจริงๆบ้างคะ จะได้เปลี่ยนไปใช้บริการค่ะ
เมื่อบริษัทได้รับเอกสารครบถ้วน จะตั้งพักยอด หากบริษัทต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ระยะเวลาตรวจสอบรายการประมาณ 45-60 วัน หากตรวจสอบพบว่ารายการดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของลูกค้า ทางบริษัทจะทำการปรับปรุงยอดออกจากใบแจ้งยอด ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้จากใบแจ้งยอดค่ะ
แต่หากผลตรวจสอบพิสูจน์แน่ชัดว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของลูกค้า จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อแจ้งให้ทราบ พร้อมเรียกเก็บยอดที่เคยตั้งพักไว้ รวมดอกเบี้ย และค่าตรวจสอบ 214 บาท ต่อรายการ"
เรางงว่าติดต่อไปถามมิจฉาชีพ แล้วมิจฉาชีพจะตอบว่าอะไร และจะติดต่อมิจฉาชีพอย่างไร คือเรารู้สึกอย่างนี้
1. ทั้งๆที่ลูกค้าธนาคารกำลังเดือดร้อน โดยยืนยันกับธนาคารว่าโดนตัดเงินจากบัตรเครดิตไปทั้งๆที่ไม่ได้ทำรายการ แต่ธนาคารเลือกที่จะคุยกับมิจฉาชีพก่อน โดยเราก็นึกภาพไม่ออกว่าจะติดต่อมิจฉาชีพได้ยังงัย ช่องทางไหน ดูเหมือนไม่ปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเลย กลัวมิจฉาชีพจะเสียประโยชน์มากกว่า
2. ไม่ช่วยเหลือลูกค้าในทันทีต้องรอให้ยอดเข้าระบบก่อนถึงจะตรวจสอบได้ ไม่แน่ใจว่าระบบป้องกันมิจฉาชีพมีมั้ย ทั้งๆที่ยอดยังPending ควรจะป้องกันไม่ให้ยอดเข้าระบบหรือไม่ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำระบบแบบไหน เอื้อต่อมิจฉาชีพหรือไม่
3. ถ้าธนาคารตรวจสอบแล้ว จะมีหลักฐานการตรวจสอบอย่างไร เอาอะไรมาพิจารณาว่าเราไม่ได้เป็นคนทำรายการ ในเมื่อเราเป็นเจ้าของบัตรได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าโดนเว็บมิจฉาชีพเอาเลขบัตรไปใช้โดยที่เราไม่ได้ทำรายการแต่เจ้าหน้าที่ต้องเช็คกับมิจฉาชีพก่อน คือไม่เชื่อเจ้าของบัตรและมีทีท่าว่าจะเชื่อมิจฉาชีพมากกว่าหรือไม่ จะบอกว่าเป็นนโยบายของธนาคารก็คงไม่เหมาะสมหรือไม่ เราคงไม่เชื่อใจธนาคารนี้แล้วเพราะทั้งระบบและนโยบายเอื้อต่อการโดนมิจฉาชีพเอาบัตรไปใช้ได้ตลอด โดยที่การช่วยเหลือไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเราเป็นเคสที่โดนเอาเลขบัตรเครดิตไปใช้ในเว็ปต่างประเทศ ไม่ใช่เว็บไทย ควรช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นคนไทยก่อนหรือไม่ ไม่ใช่ต้องเช็คกับมิจฉาชีพที่อยู่ในต่างประเทศก่อน
สุดท้ายเราแจ้งกับธนาคารขอยกเลิกบัตรเครดิต แล้วให้ออกบัตรใหม่ และแจ้งว่าเราขอหลักฐานการติดต่อกับมิจฉาชีพ และผลการตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งเราก็จะคอยดูว่าจะออกมาในรูปไหน เราไม่โทษเจ้าหน้าที่ที่คุยกับเราเลย แต่เราไม่พอใจกับระบบและขั้นตอนของธนาคารที่ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเลย ระหว่างนี้พอจะมีใครแนะนำธนาคารไหนมั้ยที่มีระบบและนโยบายที่ดีกว่านี้ ที่ไม่เอื้อต่อมิจฉาชีพ ที่ให้บริการและช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงทีและปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าได้ดีกว่าธนาคารนี้บ้างแนะนำหน่อยค่ะ