ภาพถ่ายเอ็กซเรย์เท้าของคุณผู้หญิงที่ใส่ "รองเท้าส้นสูง" มันอาจจะดูสวย แต่มันทำให้เท้าบาดเจ็บ
ภาพนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากในการอธิบายว่า "ความสวยต้องแลกมาด้วยอะไร" ในเชิงสรีรวิทยา เมื่อเรามองผ่านเครื่องเอกซเรย์ เราจะเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างกระดูกอย่างชัดเจน
การถ่ายเทน้ำหนักที่ผิดธรรมชาติ
ปกติแล้วเท้ามนุษย์ถูกออกแบบมาให้กระจายน้ำหนักระหว่างส้นเท้าและจมูกเท้า แต่ในภาพนี้ น้ำหนักตัวเกือบ 90% ถูกกดลงไปที่กระดูกส่วนปลายเท้า (Metatarsals) และนิ้วเท้าเพียงอย่างเดียว
ข้อเท้าอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง
กระดูกข้อเท้าถูกบิดให้อยู่ในลักษณะ "จิกปลายเท้า" ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เอ็นรอบข้อเท้าถูกยืดออกจนตึงเครียด เสี่ยงต่อภาวะข้อเท้าพลิกได้ง่ายมาก
นิ้วเท้าถูกบีบอัด
สังเกตบริเวณปลายรองเท้าที่มักจะแคบ ทำให้นิ้วเท้าถูกเบียดรวมกัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ "ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเก" (Hallux Valgus) หรือกระดูกโปนข้างเท้านั่นเอง
เมื่อส้นเท้าถูกยกสูงขึ้นเป็นเวลานาน เอ็นร้อยหวายจะหดสั้นลงเรื่อยๆ จนอาจทำให้เกิดอาการปวดส้นเท้าหรือรองช้ำเมื่อกลับมาใส่รองเท้าส้นแบน
ผลกระทบระยะยาวที่มากกว่าแค่ความปวด
ไม่ใช่แค่เท้าเท่านั้นที่รับภาระ แต่การใส่ส้นสูงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อร่างกาย
เข่า ต้องรับแรงกระแทกมากขึ้นเพื่อช่วยพยุงการทรงตัว
สังเกตว่าเมื่อใส่ส้นสูง ก้นจะงอนขึ้นและหลังจะแอ่นไปข้างหน้าเพื่อรักษาจุดศูนย์ถ่วง สิ่งนี้ทำให้ กระดูกสันหลังส่วนเอวรับภาระหนัก จนเกิดอาการปวดหลังเรื้อรังได้
เกร็ดความรู้
ยิ่งส้นสูงเท่าไหร่ แรงกดทับที่จมูกเท้าจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เช่น ส้นสูง 3 นิ้ว จะเพิ่มแรงกดทับที่เท้าส่วนหน้าได้มากกว่าปกติถึง 76% เลยทีเดียว
ส้น... สูง ส้นสูง อ.ต.ร. อันตราย