ต่อจากนั้นก็ไม่ได้เจออะไรอีกเลย เมื่อเราเข้าอายุ 22 ปี
เราได้ตั้งครรภ์จะบอกว่าไม่พร้อมก็คงจะใช่และช่วงเวลานั้นถือว่าพ่อของลูกทิ้งห่างออกไประยะหนึ่ง แล้วทางบ้านเราก็ไม่มีใครที่จะสนใจเพราะคิดว่าเราไม่พร้อมและ
ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ช่วงนั้นก็อาจจะเป็นช่วงโควิดเศรษฐกิจไม่ดีคนตกงานก็เยอะ แต่ก็นะ ..... เราเลือกที่จะเก็บเด็กไว้เพราะคิดว่า
หนึ่งชีวิตได้เกิดไม่คิดทิ้งเพราะเขาไม่ผิด
เรามีเงินเก็บอยู่จำนวนนิดหน่อยก็น่าจะพอเช่าห้องในราคาที่ถูกได้
เราหาห้องได้เดือนละ 1,000 บาทก็ถือเป็นความโชคดีห้องก็กว้างและสะอาดตาบรรยากาศร่มรื่นและน่าอยู่มากแม้จะได้ห้องเช่าในราคาถูกตามงบในกระเป๋าแต่ช่วงเวลานั้นไม่มีบริษัทไหนรับเราเข้าทำงานเพราะเรากำลังตั้งท้องอยู่
แต่เราก็ไม่ได้ลำบากสักเท่าไหร่นัก
เพราะเรามีพี่ชายคนโตที่บวชพระคอยเอาข้าวเอาของมาให้ก็ได้ข้าววัดนี่แหละค่ะ
กินประทังชีวิตทั้งเราและลูกในท้องส่วนค่าเช่าห้องก็ได้พี่ชายคนกลางจ่ายให้ทุกเดือนเราลำบากแค่ตรงที่ต้องขี่มอไซค์ไปหาหมอในระยะทางประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ช่วงเวลานั้นมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปและดูเหมือนว่าชีวิตตกต่ำไปหมดคนดูแลก็ไม่มีนะคะแต่เราก็ไม่ท้อค่ะเพราะมีตัวน้อยอยู่ในท้องเราอดทนใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าจนท้องเข้าเดือนที่ 5เราเริ่มจะเจอสิ่งแปลกๆ
แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างนะคะแต่จะมาเป็นเสียงก่อน
เช่น เสียงของตก เสียงคนเรียก เสียงเคาะกระจก
เสียงเหมือนบทสวดมนต์ แต่คนท้องอยู่คนเดียวก็อย่างว่านะคะ
คนโบราณกล่าวว่า ห้ามขานรับ
แต่เราฟังเหมือนไม่ใช่ภาษาไทยนะคะแต่ฟังเท่าไหร่ก็ฟังไม่ออกไม่รู้ภาษาอะไรกันแน่
ใครกันในเงาที่ฉันเห็น3
เราได้ตั้งครรภ์จะบอกว่าไม่พร้อมก็คงจะใช่และช่วงเวลานั้นถือว่าพ่อของลูกทิ้งห่างออกไประยะหนึ่ง แล้วทางบ้านเราก็ไม่มีใครที่จะสนใจเพราะคิดว่าเราไม่พร้อมและ
ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ช่วงนั้นก็อาจจะเป็นช่วงโควิดเศรษฐกิจไม่ดีคนตกงานก็เยอะ แต่ก็นะ ..... เราเลือกที่จะเก็บเด็กไว้เพราะคิดว่า
หนึ่งชีวิตได้เกิดไม่คิดทิ้งเพราะเขาไม่ผิด
เรามีเงินเก็บอยู่จำนวนนิดหน่อยก็น่าจะพอเช่าห้องในราคาที่ถูกได้
เราหาห้องได้เดือนละ 1,000 บาทก็ถือเป็นความโชคดีห้องก็กว้างและสะอาดตาบรรยากาศร่มรื่นและน่าอยู่มากแม้จะได้ห้องเช่าในราคาถูกตามงบในกระเป๋าแต่ช่วงเวลานั้นไม่มีบริษัทไหนรับเราเข้าทำงานเพราะเรากำลังตั้งท้องอยู่
แต่เราก็ไม่ได้ลำบากสักเท่าไหร่นัก
เพราะเรามีพี่ชายคนโตที่บวชพระคอยเอาข้าวเอาของมาให้ก็ได้ข้าววัดนี่แหละค่ะ
กินประทังชีวิตทั้งเราและลูกในท้องส่วนค่าเช่าห้องก็ได้พี่ชายคนกลางจ่ายให้ทุกเดือนเราลำบากแค่ตรงที่ต้องขี่มอไซค์ไปหาหมอในระยะทางประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงทุกสัปดาห์ช่วงเวลานั้นมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปและดูเหมือนว่าชีวิตตกต่ำไปหมดคนดูแลก็ไม่มีนะคะแต่เราก็ไม่ท้อค่ะเพราะมีตัวน้อยอยู่ในท้องเราอดทนใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าจนท้องเข้าเดือนที่ 5เราเริ่มจะเจอสิ่งแปลกๆ
แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างนะคะแต่จะมาเป็นเสียงก่อน
เช่น เสียงของตก เสียงคนเรียก เสียงเคาะกระจก
เสียงเหมือนบทสวดมนต์ แต่คนท้องอยู่คนเดียวก็อย่างว่านะคะ
คนโบราณกล่าวว่า ห้ามขานรับ
แต่เราฟังเหมือนไม่ใช่ภาษาไทยนะคะแต่ฟังเท่าไหร่ก็ฟังไม่ออกไม่รู้ภาษาอะไรกันแน่