✨️เปิดตำนาน 5,000 ปี เจาะลึกความลับ "เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง" มรดกโลกจากอุดรธานี
🏺
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงนี่ถือเป็น "จดหมายเหตุ" ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของบรรพบุรุษไทยเมื่อหลายพันปีก่อนได้ดีที่สุดเลย
🇹🇭
#เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง
จังหวัดอุดรธานี ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่มันคือหลักฐานทางโบราณคดีที่ทำให้โลกต้องตะลึง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก โดย UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2535
เราสามารถแบ่งยุคสมัยของเครื่องปั้นดินเผาตามลักษณะที่เปลี่ยนไปได้ดังนี้
🏺ยุคต้น 5,600 - 3,000 ปีมาแล้ว มักเป็นสีดำ มีลายขูดขีด และลายเชือกทาบ
🏺ยุคกลาง 3,000 - 2,300 ปีมาแล้ว ภาชนะมีสีขาวนวล ทรงปากแตร เริ่มมีการปั้นไหล่ภาชนะให้หักมุม
🏺ยุคปลาย 2,300 - 1,800 ปีมาแล้ว ยุคทอง มีการเขียนลายเส้นสีแดง (สีจากแร่เฮมาไทต์) บนพื้นนวล เป็นลายก้นหอยและลายเรขาคณิต
🏺ลวดลายก้นหอย (Spiral Design)
เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องวัฏจักรชีวิต หรืออาจสื่อถึงสายน้ำและธรรมชาติ
🏺เทคนิคการทำ
ชาวบ้านเชียงยุคโบราณไม่ได้ใช้แป้นหมุนไฟฟ้าแบบปัจจุบันนะ แต่ใช้การ "ปั้นด้วยมือ" แล้วใช้ไม้ตีกระทบกับหินเพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
🏺ภูมิปัญญาการเผา
ใช้การเผากลางแจ้ง ซึ่งต้องใช้ความชำนาญสูงในการคุมอุณหภูมิให้คงที่
เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้มักถูกขุดพบร่วมกับโครงกระดูกในฐานะ "เครื่องเซ่นศw" แสดงให้เห็นว่าคนสมัยนั้นมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาe และมีการแบ่งลำดับชั้นทางสังคมผ่านสิ่งของที่ฝังไปด้วย
📢เกร็ดน่ารู้
สีแดงที่ใช้เขียนลายในยุคปลาย มาจากหินสีแดงหรือแร่เหล็ก (Hematite) นำมาบดผสมน้ำ ซึ่งติดทนนานมาจนถึงทุกวันนี้เลย
The Earth
#อุดรธานี
https://www.facebook.com/share/p/14TjXo9az5u/
✨️เปิดตำนาน 5,000 ปี เจาะลึกความลับ "เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง" มรดกโลกจากอุดรธานี🏺
🏺
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงนี่ถือเป็น "จดหมายเหตุ" ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของบรรพบุรุษไทยเมื่อหลายพันปีก่อนได้ดีที่สุดเลย
🇹🇭
#เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง
จังหวัดอุดรธานี ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่มันคือหลักฐานทางโบราณคดีที่ทำให้โลกต้องตะลึง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก โดย UNESCO เมื่อปี พ.ศ. 2535
เราสามารถแบ่งยุคสมัยของเครื่องปั้นดินเผาตามลักษณะที่เปลี่ยนไปได้ดังนี้
🏺ยุคต้น 5,600 - 3,000 ปีมาแล้ว มักเป็นสีดำ มีลายขูดขีด และลายเชือกทาบ
🏺ยุคกลาง 3,000 - 2,300 ปีมาแล้ว ภาชนะมีสีขาวนวล ทรงปากแตร เริ่มมีการปั้นไหล่ภาชนะให้หักมุม
🏺ยุคปลาย 2,300 - 1,800 ปีมาแล้ว ยุคทอง มีการเขียนลายเส้นสีแดง (สีจากแร่เฮมาไทต์) บนพื้นนวล เป็นลายก้นหอยและลายเรขาคณิต
🏺ลวดลายก้นหอย (Spiral Design)
เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องวัฏจักรชีวิต หรืออาจสื่อถึงสายน้ำและธรรมชาติ
🏺เทคนิคการทำ
ชาวบ้านเชียงยุคโบราณไม่ได้ใช้แป้นหมุนไฟฟ้าแบบปัจจุบันนะ แต่ใช้การ "ปั้นด้วยมือ" แล้วใช้ไม้ตีกระทบกับหินเพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการ
🏺ภูมิปัญญาการเผา
ใช้การเผากลางแจ้ง ซึ่งต้องใช้ความชำนาญสูงในการคุมอุณหภูมิให้คงที่
เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้มักถูกขุดพบร่วมกับโครงกระดูกในฐานะ "เครื่องเซ่นศw" แสดงให้เห็นว่าคนสมัยนั้นมีความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาe และมีการแบ่งลำดับชั้นทางสังคมผ่านสิ่งของที่ฝังไปด้วย
📢เกร็ดน่ารู้
สีแดงที่ใช้เขียนลายในยุคปลาย มาจากหินสีแดงหรือแร่เหล็ก (Hematite) นำมาบดผสมน้ำ ซึ่งติดทนนานมาจนถึงทุกวันนี้เลย
The Earth
#อุดรธานี
https://www.facebook.com/share/p/14TjXo9az5u/