สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาวพันทิปทุกคน
ผม "หมอพูม" นะครับ วันนี้ขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ประเทศฝรั่งเศส ด้วยตัวเองฉบับอัปเดตปี 2026 ครับ
เกริ่นก่อนว่า ตัวผมเองมีประวัติการเดินทางที่ผ่านมาก็มีแค่ไปเที่ยวญี่ปุ่น สิงคโปร์ เอง ส่วนทริปไกลๆ อย่างสหรัฐอเมริกาก็ยื่นวีซ่าเองครับ แต่ถ้าเป็นโซนยุโรปหรือจีน ก่อนหน้านี้ผมไปกับทัวร์ตลอด (ฮ่องกง อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส จีน)
ครั้งนี้วางแผนจะไปเที่ยวเองช่วง 20-30 พฤษภาคม 2569 เลยต้องลุกขึ้นมาจัดการเอกสารเองทุกขั้นตอน โดยโจทย์ของผมคือ "ไม่อยากลางาน" และ "ทำให้ถูกต้อง ครบถ้วน ในงบที่สมเหตุสมผล" ครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ หรือคนที่ทำงานจันทร์-ศุกร์ เหมือนกันนะครับ
:: Timeline การเตรียมตัว ::
ผมเริ่มวางแผนจริงจังตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ครับ โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:
6 มกราคม 2569: ไปถ่ายรูปสำหรับทำวีซ่า ล้างมาครึ่งโหล ราคา 180 บาท
7 มกราคม 2569: ส่งเอกสารทางไปรษณีย์เพื่อต่อวีซ่าสหรัฐอเมริกา (ช่วงนี้ต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ เพราะพาสปอร์ตตัวจริงจะไม่อยู่กับตัวครับ)
9 มกราคม 2569:
ซื้อตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นการบินไทย (BKK-CDG) ไป-กลับ คนละ 31,055 บาท
ซื้อประกันการเดินทางของ MSIG ผ่าน heygoody ได้ส่วนลด 40% เหลือคนละ 1,287 บาท (ประหยัดไปได้เยอะครับ)
13 มกราคม 2569: ยื่นขอหนังสือรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษจากโรงพยาบาล
14 มกราคม 2569: ไปที่ว่าการอำเภอ เพื่อคัดสำเนาทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรส (ภาษาอังกฤษ) ค่าธรรมเนียมใบละ 10 บาท รวมเป็น 20 บาทครับ
16 มกราคม 2569: ได้รับหนังสือรับรองการทำงานเรียบร้อย
21 มกราคม 2569: ได้รับเล่มพาสปอร์ตคืนจากการต่อวีซ่าอเมริกาช่วงสายๆ พอได้เล่มปุ๊บ ผมก็รีบกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ France-Visas และสร้างบัญชี TLScontact ทันทีครับ
:: การนัดหมาย TLScontact (ทำไมต้อง Prime Time?) ::
ผมเลือกนัดหมายแบบ Prime Time Appointment ในวันเสาร์ เวลา 13:30 น. ครับ
ถึงแม้ว่าตอนที่กดจอง คิววันศุกร์ (วันธรรมดา) จะยังว่างอยู่ แต่สำหรับคนทำงาน จันทร์-ศุกร์ แบบผม การยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับการไม่ต้องลางาน หรือทิ้งคนไข้ไปทำธุระ ผมมองว่าคุ้มค่าครับ
ค่า Prime Time: คนละ 1,600 บาท
Service Fee: คนละ 931 บาท
ชำระตัดบัตรเครดิตได้เลยครับ สะดวกมาก
:: ทริคการเตรียมเอกสาร (Agoda & Statement) ::
1. ใบจองโรงแรม (Agoda):
ผมจองแบบ "จองก่อนจ่ายทีหลัง" และ "ยกเลิกฟรี" ครับ
ปัญหาที่เจอ: Agoda ถ้ายังไม่ตัดเงิน จะใส่ชื่อผู้เข้าพักได้แค่คนเดียว
ทางแก้: ในช่องชื่อผู้จอง ให้ใส่ชื่อ-นามสกุลเรา ส่วนช่องนามสกุล ให้ใส่ "and ชื่อแฟน" ครับ วิธีนี้ชื่อของทั้งสองคนจะโชว์ในใบจองครบถ้วนครับ
2. หลักฐานการเงิน (Statement):
ผมใช้บัญชีของ SCB และ ธอส. ครับ
บัญชีเงินเดือน SCB: ขอ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (จริงๆ สถานทูตขอ 3 เดือน แต่ค่าธรรมเนียม 100 บาทเท่ากันครับ ถ้าขอ 6 เดือน - 1 ปี จะ 200 บาท)
บัญชีเงินเก็บ ธอส.: ผมขอทั้ง Certificate และ Statement ย้อนหลัง 1 ปี เสียค่าธรรมเนียมแค่คนละ 100 บาทเช่นกัน
คำแนะนำ: ควรขอเอกสารไม่เกิน 7 วันก่อนวันยื่นวีซ่านะครับ เพื่อความสดใหม่ของข้อมูล
:: รีวิววันยื่นเอกสาร (23 มกราคม 2569) ::
สถานที่: Sathorn City Tower
ผมขับรถไปเอง จอดที่ชั้นใต้ดินได้เลยครับ

ขั้นตอนการยื่น:
จุดคัดกรองชั้น 1: แลกบัตรประชาชน รับกระดาษ QR Code สแกนเข้าตึก ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 12
ด่านตรวจความปลอดภัย TLS:
ข้อควรระวัง: ห้ามนำ Tablet, Laptop, iPad เข้าเด็ดขาด! (เหมือน VFS Italy)
น้ำดื่มก็ห้ามเข้าครับ ผมโดนให้วางขวดน้ำไว้หน้าประตู
ต้องมาให้ตรงรอบเวลานะครับ มาก่อนเวลาก็เข้าไม่ได้
จุดตรวจเอกสาร: เจ้าหน้าที่จะเสนอขาย Premium Lounge (ราคา 1,675 บาท) ซึ่งจะมีบริการตรวจเอกสารละเอียด ถ่ายรูปฟรี ปริ้นท์ฟรี ฯลฯ แต่ผมเตรียมตัวมาค่อนข้างพร้อม เลยปฏิเสธไปครับ
เคาน์เตอร์รับเรื่อง: ยื่นเอกสารทั้งหมด แจ้งว่าจะรับเล่มคืนทาง EMS (เจ้าหน้าที่จะให้จ่าหน้าซองถึงตัวเอง)
ชำระเงิน: จ่ายค่า Visa Fee 3,351 บาท และค่าส่ง EMS 180 บาท (รูดบัตรเครดิตได้)
Biometrics: ถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือ เป็นอันเสร็จพิธีครับ
ขากลับลงมาสแกนบัตรจอดรถ เสียค่าจอดไป 50 บาทครับ
:: สรุปค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่า (ต่อคน) ::
ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee): 3,351 บาท
ค่าบริการศูนย์ (Service Fee): 931 บาท
ค่านัดหมายพิเศษ (Prime Time): 1,600 บาท
ค่าส่งไปรษณีย์ (Express Courier): 180 บาท
ค่าถ่ายรูป: 180 บาท
ค่าคัดสำเนาเอกสารราชการ: 20 บาท
ค่าขอ Statement: 200 บาท
ค่าจอดรถ: 50 บาท
รวมเบ็ดเสร็จ: ประมาณ 6,487 บาท ครับ (ราคานี้รวมความสะดวกสบายในการมาวันเสาร์แล้วนะครับ)
:: บทส่งท้าย ::
ตอนนี้ผมก็นอนลุ้นผลวีซ่ายาวๆ ครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวนะครับ ใครมีคำถามตรงไหนพิมพ์ทิ้งไว้ได้เลย ถ้าผมว่างจากเวรแล้วจะมาตอบให้นะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดี วีซ่าผ่านฉลุย ได้ไปเที่ยวตามฝันครับ! 🇫🇷
[CR] รีวิวขอวีซ่าฝรั่งเศส 2026 ฉบับยื่นเองครั้งแรก นัดวันเสาร์ (Prime Time) ไม่ต้องลางาน ฉบับหมอพูม
ผม "หมอพูม" นะครับ วันนี้ขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ประเทศฝรั่งเศส ด้วยตัวเองฉบับอัปเดตปี 2026 ครับ
เกริ่นก่อนว่า ตัวผมเองมีประวัติการเดินทางที่ผ่านมาก็มีแค่ไปเที่ยวญี่ปุ่น สิงคโปร์ เอง ส่วนทริปไกลๆ อย่างสหรัฐอเมริกาก็ยื่นวีซ่าเองครับ แต่ถ้าเป็นโซนยุโรปหรือจีน ก่อนหน้านี้ผมไปกับทัวร์ตลอด (ฮ่องกง อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส จีน)
ครั้งนี้วางแผนจะไปเที่ยวเองช่วง 20-30 พฤษภาคม 2569 เลยต้องลุกขึ้นมาจัดการเอกสารเองทุกขั้นตอน โดยโจทย์ของผมคือ "ไม่อยากลางาน" และ "ทำให้ถูกต้อง ครบถ้วน ในงบที่สมเหตุสมผล" ครับ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ หรือคนที่ทำงานจันทร์-ศุกร์ เหมือนกันนะครับ
:: Timeline การเตรียมตัว ::
ผมเริ่มวางแผนจริงจังตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2568 ครับ โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้:
6 มกราคม 2569: ไปถ่ายรูปสำหรับทำวีซ่า ล้างมาครึ่งโหล ราคา 180 บาท
7 มกราคม 2569: ส่งเอกสารทางไปรษณีย์เพื่อต่อวีซ่าสหรัฐอเมริกา (ช่วงนี้ต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ เพราะพาสปอร์ตตัวจริงจะไม่อยู่กับตัวครับ)
9 มกราคม 2569:
ซื้อตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นการบินไทย (BKK-CDG) ไป-กลับ คนละ 31,055 บาท
ซื้อประกันการเดินทางของ MSIG ผ่าน heygoody ได้ส่วนลด 40% เหลือคนละ 1,287 บาท (ประหยัดไปได้เยอะครับ)
13 มกราคม 2569: ยื่นขอหนังสือรับรองการทำงานฉบับภาษาอังกฤษจากโรงพยาบาล
14 มกราคม 2569: ไปที่ว่าการอำเภอ เพื่อคัดสำเนาทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรส (ภาษาอังกฤษ) ค่าธรรมเนียมใบละ 10 บาท รวมเป็น 20 บาทครับ
16 มกราคม 2569: ได้รับหนังสือรับรองการทำงานเรียบร้อย
21 มกราคม 2569: ได้รับเล่มพาสปอร์ตคืนจากการต่อวีซ่าอเมริกาช่วงสายๆ พอได้เล่มปุ๊บ ผมก็รีบกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ France-Visas และสร้างบัญชี TLScontact ทันทีครับ
:: การนัดหมาย TLScontact (ทำไมต้อง Prime Time?) ::
ผมเลือกนัดหมายแบบ Prime Time Appointment ในวันเสาร์ เวลา 13:30 น. ครับ
ถึงแม้ว่าตอนที่กดจอง คิววันศุกร์ (วันธรรมดา) จะยังว่างอยู่ แต่สำหรับคนทำงาน จันทร์-ศุกร์ แบบผม การยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับการไม่ต้องลางาน หรือทิ้งคนไข้ไปทำธุระ ผมมองว่าคุ้มค่าครับ
ค่า Prime Time: คนละ 1,600 บาท
Service Fee: คนละ 931 บาท
ชำระตัดบัตรเครดิตได้เลยครับ สะดวกมาก
:: ทริคการเตรียมเอกสาร (Agoda & Statement) ::
1. ใบจองโรงแรม (Agoda):
ผมจองแบบ "จองก่อนจ่ายทีหลัง" และ "ยกเลิกฟรี" ครับ
ปัญหาที่เจอ: Agoda ถ้ายังไม่ตัดเงิน จะใส่ชื่อผู้เข้าพักได้แค่คนเดียว
ทางแก้: ในช่องชื่อผู้จอง ให้ใส่ชื่อ-นามสกุลเรา ส่วนช่องนามสกุล ให้ใส่ "and ชื่อแฟน" ครับ วิธีนี้ชื่อของทั้งสองคนจะโชว์ในใบจองครบถ้วนครับ
2. หลักฐานการเงิน (Statement):
ผมใช้บัญชีของ SCB และ ธอส. ครับ
บัญชีเงินเดือน SCB: ขอ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (จริงๆ สถานทูตขอ 3 เดือน แต่ค่าธรรมเนียม 100 บาทเท่ากันครับ ถ้าขอ 6 เดือน - 1 ปี จะ 200 บาท)
บัญชีเงินเก็บ ธอส.: ผมขอทั้ง Certificate และ Statement ย้อนหลัง 1 ปี เสียค่าธรรมเนียมแค่คนละ 100 บาทเช่นกัน
คำแนะนำ: ควรขอเอกสารไม่เกิน 7 วันก่อนวันยื่นวีซ่านะครับ เพื่อความสดใหม่ของข้อมูล
:: รีวิววันยื่นเอกสาร (23 มกราคม 2569) ::
สถานที่: Sathorn City Tower
ผมขับรถไปเอง จอดที่ชั้นใต้ดินได้เลยครับ
ขั้นตอนการยื่น:
จุดคัดกรองชั้น 1: แลกบัตรประชาชน รับกระดาษ QR Code สแกนเข้าตึก ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 12
ด่านตรวจความปลอดภัย TLS:
ข้อควรระวัง: ห้ามนำ Tablet, Laptop, iPad เข้าเด็ดขาด! (เหมือน VFS Italy)
น้ำดื่มก็ห้ามเข้าครับ ผมโดนให้วางขวดน้ำไว้หน้าประตู
ต้องมาให้ตรงรอบเวลานะครับ มาก่อนเวลาก็เข้าไม่ได้
จุดตรวจเอกสาร: เจ้าหน้าที่จะเสนอขาย Premium Lounge (ราคา 1,675 บาท) ซึ่งจะมีบริการตรวจเอกสารละเอียด ถ่ายรูปฟรี ปริ้นท์ฟรี ฯลฯ แต่ผมเตรียมตัวมาค่อนข้างพร้อม เลยปฏิเสธไปครับ
เคาน์เตอร์รับเรื่อง: ยื่นเอกสารทั้งหมด แจ้งว่าจะรับเล่มคืนทาง EMS (เจ้าหน้าที่จะให้จ่าหน้าซองถึงตัวเอง)
ชำระเงิน: จ่ายค่า Visa Fee 3,351 บาท และค่าส่ง EMS 180 บาท (รูดบัตรเครดิตได้)
Biometrics: ถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือ เป็นอันเสร็จพิธีครับ
ขากลับลงมาสแกนบัตรจอดรถ เสียค่าจอดไป 50 บาทครับ
:: สรุปค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่า (ต่อคน) ::
ค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee): 3,351 บาท
ค่าบริการศูนย์ (Service Fee): 931 บาท
ค่านัดหมายพิเศษ (Prime Time): 1,600 บาท
ค่าส่งไปรษณีย์ (Express Courier): 180 บาท
ค่าถ่ายรูป: 180 บาท
ค่าคัดสำเนาเอกสารราชการ: 20 บาท
ค่าขอ Statement: 200 บาท
ค่าจอดรถ: 50 บาท
รวมเบ็ดเสร็จ: ประมาณ 6,487 บาท ครับ (ราคานี้รวมความสะดวกสบายในการมาวันเสาร์แล้วนะครับ)
:: บทส่งท้าย ::
ตอนนี้ผมก็นอนลุ้นผลวีซ่ายาวๆ ครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวนะครับ ใครมีคำถามตรงไหนพิมพ์ทิ้งไว้ได้เลย ถ้าผมว่างจากเวรแล้วจะมาตอบให้นะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดี วีซ่าผ่านฉลุย ได้ไปเที่ยวตามฝันครับ! 🇫🇷
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น