แพลตฟอร์ม AR-15 รุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด (Re-engineered) เพื่อมาแทนที่ตระกูล AR-556 เดิม โดยเปิดตัวในช่วงงาน SHOT Show 2026 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ภาพรวมและแนวคิดการออกแบบ
Ruger Harrier ไม่ใช่เพียงการปรับโฉมภายนอก แต่เป็นการ "ออกแบบใหม่ตั้งแต่ศูนย์" (Clean-sheet redesign) โดยเน้นไปที่ความกระชับของชิ้นส่วน (Fit) การทำงาน (Function) และความทนทาน รวมถึงการรองรับอุปกรณ์เสริมในตลาด (Aftermarket compatibility) ที่ดีกว่าเดิม โดยปืนรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานแห่งใหม่ของ Ruger ในเมืองฮีบรอน รัฐเคนทักกี (ซึ่งเคยเป็นโรงงานของ Anderson Mfg เดิม)
รุ่นที่เปิดตัว (แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก)
ในช่วงแรก Ruger ส่ง Harrier ลงตลาด 2 รุ่น ในขนาดกระสุน 5.56 NATO / .223 Rem:
Model 28600 (รุ่นจัดเต็ม)
ระบบแก๊สความยาวระดับกลาง (Mid-length gas system) ซึ่งช่วยให้แรงรีคอยล์นุ่มนวลขึ้น
อุปกรณ์ตกแต่งใช้ชุดพานท้ายและกริปจาก Magpul (พานท้ายรุ่น DT Carbine และกริป MOE-K2)
ชุดกระโจมมือแบบ Free-float ยาว 15 นิ้ว พร้อมราง Picatinny แบบเต็มความยาว (Full-length) ด้านบน
ราคาเปิดตัว (MSRP) $749
Model 28601 (รุ่นมาตรฐาน/สไตล์ Mil-Spec)
ระบบแก๊สความยาวระดับคาร์ไบน์ (Carbine-length gas system)
อุปกรณ์ตกแต่งใช้กริปสไตล์ A2 แบบคลาสสิก และพานท้าย M4 แบบยืดหดได้
ชุดกระโจมมือแบบ Free-float ยาว 15 นิ้ว แต่ราง Picatinny ด้านบนจะเป็นแบบเว้นช่วง (Partial rail) เพื่อลดน้ำหนัก
ราคาเปิดตัว (MSRP) $699
จุดเด่นทางวิศวกรรมและคุณสมบัติใหม่
ชุดโครงปืน (Receivers) ทำจากอลูมิเนียมฟอร์จ 7075-T6 เคลือบผิว Hard-coat Anodized Type III ตามมาตรฐานทหาร (Mil-spec)
สกรูปรับความตึง (Receiver Tension Screw) มีการติดตั้งสกรูที่โครงปืนส่วนล่าง (Lower) เพื่อใช้ปรับความแน่นระหว่างโครงปืนส่วนบนและส่วนล่าง ช่วยลดอาการคลอนและเพิ่มความแม่นยำ
ลำกล้อง (Barrel) ยาว 16.1 นิ้ว แบบ Government Profile อัตราเกลียว 1:8 นิ้ว (6 เกลียว) เคลือบผิวด้วย Black Nitride ทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อความทนทานต่อการกัดกร่อนและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ชุดลูกเลื่อน (BCG) เคลือบผิวแบบ Nitride ทั้งตัวลูกเลื่อน (Bolt) และตัวพา (Carrier) รวมถึงมีการตอกย้ำ (Stake) ส่วน Gas Key อย่างแน่นหนา เข็มแทงชนวนเคลือบโครเมียม
ปลอกลดแสงใช้หัวแบบ A2 มาตรฐาน เกลียวปากลำกล้องขนาด 1/2"-28 สามารถถอดเปลี่ยนใส่เครื่องช่วยลดเสียง (Suppressor) ได้ง่าย
ความจุ 30 นัด (มาพร้อมแม็กกาซีน Magpul PMAG 1 เล่ม)
น้ำหนักตัวปืน ประมาณ 2.99 - 3.08 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
ความยาวโดยรวม 35.25 - 35.87 นิ้ว
ชุดลั่นไก Single-stage แบบ GI มาตรฐาน (Mil-spec)
การมาของ
Ruger Harrier แสดงให้เห็นว่า Ruger ต้องการยกระดับปืน AR-15 เกรดเริ่มต้น (Entry-level) ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นโดยการใช้ลำกล้องแบบ Nitride แทนแบบ Manganese Phosphate เดิม และเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Tension Screw และชุดกระโจมมือ Free-float มาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน เพื่อสู้กับคู่แข่งในตลาดที่ปัจจุบันให้สเปกมาสูงขึ้นในราคาที่ชาวบ้าน (อเมริกัน) เข้าถึงได้
https://www.thefirearmblog.com/blog/shot-2026-ruger-s-re-engineered-ar-15-platform-ruger-harrier-44825665
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2353 Ruger Harrier rifle
ภาพรวมและแนวคิดการออกแบบ
Ruger Harrier ไม่ใช่เพียงการปรับโฉมภายนอก แต่เป็นการ "ออกแบบใหม่ตั้งแต่ศูนย์" (Clean-sheet redesign) โดยเน้นไปที่ความกระชับของชิ้นส่วน (Fit) การทำงาน (Function) และความทนทาน รวมถึงการรองรับอุปกรณ์เสริมในตลาด (Aftermarket compatibility) ที่ดีกว่าเดิม โดยปืนรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานแห่งใหม่ของ Ruger ในเมืองฮีบรอน รัฐเคนทักกี (ซึ่งเคยเป็นโรงงานของ Anderson Mfg เดิม)
รุ่นที่เปิดตัว (แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก)
ในช่วงแรก Ruger ส่ง Harrier ลงตลาด 2 รุ่น ในขนาดกระสุน 5.56 NATO / .223 Rem:
Model 28600 (รุ่นจัดเต็ม)
ระบบแก๊สความยาวระดับกลาง (Mid-length gas system) ซึ่งช่วยให้แรงรีคอยล์นุ่มนวลขึ้น
อุปกรณ์ตกแต่งใช้ชุดพานท้ายและกริปจาก Magpul (พานท้ายรุ่น DT Carbine และกริป MOE-K2)
ชุดกระโจมมือแบบ Free-float ยาว 15 นิ้ว พร้อมราง Picatinny แบบเต็มความยาว (Full-length) ด้านบน
ราคาเปิดตัว (MSRP) $749
Model 28601 (รุ่นมาตรฐาน/สไตล์ Mil-Spec)
ระบบแก๊สความยาวระดับคาร์ไบน์ (Carbine-length gas system)
อุปกรณ์ตกแต่งใช้กริปสไตล์ A2 แบบคลาสสิก และพานท้าย M4 แบบยืดหดได้
ชุดกระโจมมือแบบ Free-float ยาว 15 นิ้ว แต่ราง Picatinny ด้านบนจะเป็นแบบเว้นช่วง (Partial rail) เพื่อลดน้ำหนัก
ราคาเปิดตัว (MSRP) $699
จุดเด่นทางวิศวกรรมและคุณสมบัติใหม่
ชุดโครงปืน (Receivers) ทำจากอลูมิเนียมฟอร์จ 7075-T6 เคลือบผิว Hard-coat Anodized Type III ตามมาตรฐานทหาร (Mil-spec)
สกรูปรับความตึง (Receiver Tension Screw) มีการติดตั้งสกรูที่โครงปืนส่วนล่าง (Lower) เพื่อใช้ปรับความแน่นระหว่างโครงปืนส่วนบนและส่วนล่าง ช่วยลดอาการคลอนและเพิ่มความแม่นยำ
ลำกล้อง (Barrel) ยาว 16.1 นิ้ว แบบ Government Profile อัตราเกลียว 1:8 นิ้ว (6 เกลียว) เคลือบผิวด้วย Black Nitride ทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อความทนทานต่อการกัดกร่อนและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ชุดลูกเลื่อน (BCG) เคลือบผิวแบบ Nitride ทั้งตัวลูกเลื่อน (Bolt) และตัวพา (Carrier) รวมถึงมีการตอกย้ำ (Stake) ส่วน Gas Key อย่างแน่นหนา เข็มแทงชนวนเคลือบโครเมียม
ปลอกลดแสงใช้หัวแบบ A2 มาตรฐาน เกลียวปากลำกล้องขนาด 1/2"-28 สามารถถอดเปลี่ยนใส่เครื่องช่วยลดเสียง (Suppressor) ได้ง่าย
ความจุ 30 นัด (มาพร้อมแม็กกาซีน Magpul PMAG 1 เล่ม)
น้ำหนักตัวปืน ประมาณ 2.99 - 3.08 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
ความยาวโดยรวม 35.25 - 35.87 นิ้ว
ชุดลั่นไก Single-stage แบบ GI มาตรฐาน (Mil-spec)
การมาของ Ruger Harrier แสดงให้เห็นว่า Ruger ต้องการยกระดับปืน AR-15 เกรดเริ่มต้น (Entry-level) ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นโดยการใช้ลำกล้องแบบ Nitride แทนแบบ Manganese Phosphate เดิม และเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Tension Screw และชุดกระโจมมือ Free-float มาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน เพื่อสู้กับคู่แข่งในตลาดที่ปัจจุบันให้สเปกมาสูงขึ้นในราคาที่ชาวบ้าน (อเมริกัน) เข้าถึงได้
https://www.thefirearmblog.com/blog/shot-2026-ruger-s-re-engineered-ar-15-platform-ruger-harrier-44825665