สวัสดีค่าทุกคน วันนี้เราขอมาแชร์ประสบการณ์การใช้งานเครื่องย่อยเศษอาหาร หลังจากใช้งานมาประมาณ 1 ปี บอกเลยว่าเป็นหนึ่งใน
ไอเทมที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเราได้ดีเลยค่ะ
ก่อนหน้านี้บ้านเรามีปัญหาเรื่องการจัดการกับขยะมาก เดิมทีการทิ้งขยะของบ้านเรา เราจะโกยหรือทิ้งทุกอย่างไว้ที่ถังขยะหลังครัว
ซึ่งหมู่บ้านมีรถเข้ามาเก็บขยะ แค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น…. นั่นแปลว่าเราต้องอยู่กับกองขยะพวกนั้นไปเกือบทั้งสัปดาห์ อีกทั้งยัง มีมด
แมลงหวี่ แมลงวัน แมลงสาป และหนอนตามมาเป็นของแถม😭 ที่หนักสุด คือ กลิ่น! ยิ่งบางครั้งมีน้ำขยะไหลมาด้วยแล้ว บอกตรง ๆ ว่า
มันทำให้บ้านดูสกปรกมาก ซึ่งเราและที่บ้านไม่โอเคมากๆ เลย
เราจึงเริ่มมองหาวิธีหรือตัวช่วยในการจัดการปัญหาขยะเปียกนี้ จนได้มารู้จักและลองศึกษาพวกเครื่องย่อยเศษอาหารอยู่สักพักเลย
ก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้ของแบรนด์ Klaren ค่ะ
เจอตอนแบรนด์ไปออกบูธที่งานอิมแพคพอดี เห็นเครื่องจริงแล้วชอบเลยค่ะ หน้าตาน่ารัก และว้าวมาก เพราะเป็นแบรนด์คนไทย
ผลิตในประเทศไทย อีกจุดที่คิดว่าทำให้ตัดสินใจซื้อเลยคือ อาหารแบบน้ำๆ ก็สามารถใส่ได้ โดยไม่ต้องแยกออกเลยค่ะ
สำหรับบ้านเราที่ทำอาหารทานเองถือว่าตอบโจทย์มากๆ 🥰
หลังจากได้เครื่องมาแล้ว (เขาส่งถึงหน้าบ้านเลยค่ะ ไม่ต้องแบก) ก็เริ่มติดตั้งค่ะ จะมี ชุดกรองกลิ่น 1 ชุด และสารตั้งต้น 1 ถุงค่ะ
ด้วยความที่สารตั้งต้นของแบรนด์นี้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ กลิ่นจะออกไปทางแนวกลิ่นดินๆ ค่ะ เมื่อติดตั้งตามคู่มือเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มใช้งาน
ใส่เศษอาหารได้เลยทันทีไม่ต้องรอค่ะ
ช่วงแรกบอกตามตรงว่าการใช้งานจริงแตกต่างจากที่คิดไว้พอสมควรค่ะ ต้องจูนและใช้เวลาทำความเข้าใจเครื่องอยู่ระยะหนึ่งเลย
แต่พอเริ่มเข้าใจ และจับทางได้แล้ว ชีวิตก็ง่ายขึ้นจริงๆ ค่ะ สบายยยมาก เราไม่ต้องทิ้งขยะเปียกๆ ไว้หลังครัวอีกเลย
เครื่องย่อยเศษอาหารของ Klaren จะทำหน้าที่
รองรับพวกขยะเปียกได้แทบทั้งหมด เศษข้าวเหลือ เศษผักและผลไม้ แกงกะทิ
เกาเหลา คือ เปิดฝาแล้วเทลงไปเลยค่ะ แต่
ข้อจำกัดของเครื่อง จะไม่สามารถใส่พวกกระดูก หรือของแข็งๆ ได้ พวกนี้ยังต้องแยกทิ้ง
เองนะคะ แต่สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาเลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ขยะเปียกที่ส่งกลิ่น แค่นี้ก็ช่วยลดความสกปรกหลังครัวไปได้เยอะมากแล้วค่า
เครื่องจะทำงานแปรสภาพให้แบบอัตโนมัติ ถ้าถามว่า 24 ชั่วโมงได้ปุ๋ยเลยจริงมั้ย ส่วนใหญ่ที่เราใช้งานมาเป็นแบบนั้นค่ะ
24 ชั่วโมง
เครื่องจะย่อยได้ทั้งหมดแล้วค่ะ แต่จะมีเศษอาหารบางอย่างก็ใช้เวลานานกว่านั้น เช่น พวกผักบางชนิด หรือเปลือกผลไม้ค่ะ แต่ถ้ายังไม่ต้องการ
เอาปุ๋ยมาใช้ก็ทิ้งเศษอาหารไปได้เรื่อยๆ ไม่เป็นไรเลยค่ะ
ถ้าวันไหนรู้สึกของในถังเปียกๆ
(เหมือนเราที่เผลอเทเยอะเกิน 555) ก็กดโหมด Dehydrate ช่วยค่ะ โหมดนี้จะมีเสียงลมดังชัดขึ้นหน่อย
เพราะช่วยให้ของแห้งไวขึ้นค่ะ
อีกเรื่องที่ตอนแรกเราแอบกังวล คือ กลิ่นกับเสียง เพราะต้องเปิดเครื่องทำงานตลอดเวลา แต่พอได้ลองใช้จริงแล้ว ก็กังวลไปเองเยอะมาก
ค่ะ5555 เรื่องกลิ่นที่เราเจอแทบไม่มีเลย จะมีกลิ่นอยู่บ้างเวลาที่เครื่องทำการแปรสภาพหรือเวลาที่เปิดฝาเครื่องตอนเทเศษอาหาร อาจจะเพราะ
ส่วนตัวแล้ว เราตั้งเครื่องไว้ในครัวไทย ที่มีประตูหน้าต่างอากาศหมุนเวียนได้ค่ะ ก็จะมีได้กลิ่นจางๆ แล้วก็หายไป ถ้าเทียบกับกลิ่นขยะแล้ว เครื่องนี้
ดีกว่าเยอะค่ะ
ส่วนเรื่องเสียง สำหรับเราแล้วก็ยอมรับว่าแอบมีดังอยู่เหมือนกันค่ะ เครื่องจะมีเสียงตอนที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ดังอยู่ตลอดเวลา (แค่โหมด
Dehydrate ที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ) และไม่ได้อยู่ในระดับรบกวนค่ะ
แรก ๆ ที่เราตัดสินใจซื้อเครื่องนี้มา ที่บ้านไม่เห็นด้วยเลยค่ะ บอกว่าแพง ไม่เห็นจะจำเป็นอะไร หรือซื้อแบรนด์อื่นที่ถูกกว่านี้ก็ได้ แต่อย่างที่
บอกเลยค่ะ เหตุผลที่เราเลือก Klaren เพราะเป็นแบรนด์คนไทย คิดว่าถ้าหากต้องซ่อมก็มีศูนย์ในไทย ไม่น่ายาก และเราพิสูจน์มาแล้วค่ะ ว่า
สามารถใส่น้ำซุปน้ำแกงได้จริง ไม่ต้องมาแยกออกหรือไปเททิ้งลงท่อให้เกิดปัญหาอื่น เครื่องนี้รับจบจริงค่ะ5555
อีกอย่างเลย ปุ๋ยที่ได้จากการย่อยก็เอาไปปลูกต้นไม้แต่งสวนได้ดีเลย ทำให้รู้สึกว่าขยะไม่ได้หายไปเฉย ๆ แต่ถูกเอากลับมาใช้ประโยชน์ต่อ
ได้จริง ซึ่งการโหลดออกมาใช้งาน
เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นของเครื่องที่เราชอบมากค่ะ เพราะสามารถ
กดโหลดอัตโนมัติได้เลย ไม่ต้องมาตักเอง
สิริรวมที่บ้านใช้งานมาประมาณ 1 ปี ตอนนี้แฮปปี้กันทุกคนแล้วค่ะ ไม่มีใครบ่นเรื่องกลิ่น เรื่องขยะอีกเลย คุยกันในบ้านว่าเป็นของที่ตัดสินใจ
มาแล้วไม่ผิดหวังเลย ป้ายยาเพื่อนไปหลายคนแล้วค่ะ5555 เพราะสิ่งที่ได้กลับมา มันคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลองเปิดใจกันดูนะคะ
มีแล้วมันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง สะดวก สบาย ช่วยลดขยะ และสิ่งกวนใจไปได้เยอะเลยค่า
ปล. กระทู้นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ อาจจะไม่เหมือนกันทุกบ้าน ตอบโจทย์บ้านเราเลยอยากมาแชร์ค่า
[CR] แชร์ประสบการณ์การใช้เครื่องย่อยเศษอาหารมา 1 ปี ชีวิตง่ายขึ้นจริงไหม?
เกาเหลา คือ เปิดฝาแล้วเทลงไปเลยค่ะ แต่ข้อจำกัดของเครื่อง จะไม่สามารถใส่พวกกระดูก หรือของแข็งๆ ได้ พวกนี้ยังต้องแยกทิ้ง
เองนะคะ แต่สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาเลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ขยะเปียกที่ส่งกลิ่น แค่นี้ก็ช่วยลดความสกปรกหลังครัวไปได้เยอะมากแล้วค่า
เครื่องจะทำงานแปรสภาพให้แบบอัตโนมัติ ถ้าถามว่า 24 ชั่วโมงได้ปุ๋ยเลยจริงมั้ย ส่วนใหญ่ที่เราใช้งานมาเป็นแบบนั้นค่ะ 24 ชั่วโมง
เครื่องจะย่อยได้ทั้งหมดแล้วค่ะ แต่จะมีเศษอาหารบางอย่างก็ใช้เวลานานกว่านั้น เช่น พวกผักบางชนิด หรือเปลือกผลไม้ค่ะ แต่ถ้ายังไม่ต้องการ
เอาปุ๋ยมาใช้ก็ทิ้งเศษอาหารไปได้เรื่อยๆ ไม่เป็นไรเลยค่ะ
ถ้าวันไหนรู้สึกของในถังเปียกๆ (เหมือนเราที่เผลอเทเยอะเกิน 555) ก็กดโหมด Dehydrate ช่วยค่ะ โหมดนี้จะมีเสียงลมดังชัดขึ้นหน่อย
เพราะช่วยให้ของแห้งไวขึ้นค่ะ
อีกเรื่องที่ตอนแรกเราแอบกังวล คือ กลิ่นกับเสียง เพราะต้องเปิดเครื่องทำงานตลอดเวลา แต่พอได้ลองใช้จริงแล้ว ก็กังวลไปเองเยอะมาก
ค่ะ5555 เรื่องกลิ่นที่เราเจอแทบไม่มีเลย จะมีกลิ่นอยู่บ้างเวลาที่เครื่องทำการแปรสภาพหรือเวลาที่เปิดฝาเครื่องตอนเทเศษอาหาร อาจจะเพราะ
ส่วนตัวแล้ว เราตั้งเครื่องไว้ในครัวไทย ที่มีประตูหน้าต่างอากาศหมุนเวียนได้ค่ะ ก็จะมีได้กลิ่นจางๆ แล้วก็หายไป ถ้าเทียบกับกลิ่นขยะแล้ว เครื่องนี้
ดีกว่าเยอะค่ะ
ส่วนเรื่องเสียง สำหรับเราแล้วก็ยอมรับว่าแอบมีดังอยู่เหมือนกันค่ะ เครื่องจะมีเสียงตอนที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ดังอยู่ตลอดเวลา (แค่โหมด
Dehydrate ที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ) และไม่ได้อยู่ในระดับรบกวนค่ะ
บอกเลยค่ะ เหตุผลที่เราเลือก Klaren เพราะเป็นแบรนด์คนไทย คิดว่าถ้าหากต้องซ่อมก็มีศูนย์ในไทย ไม่น่ายาก และเราพิสูจน์มาแล้วค่ะ ว่า
สามารถใส่น้ำซุปน้ำแกงได้จริง ไม่ต้องมาแยกออกหรือไปเททิ้งลงท่อให้เกิดปัญหาอื่น เครื่องนี้รับจบจริงค่ะ5555
อีกอย่างเลย ปุ๋ยที่ได้จากการย่อยก็เอาไปปลูกต้นไม้แต่งสวนได้ดีเลย ทำให้รู้สึกว่าขยะไม่ได้หายไปเฉย ๆ แต่ถูกเอากลับมาใช้ประโยชน์ต่อ
ได้จริง ซึ่งการโหลดออกมาใช้งาน เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นของเครื่องที่เราชอบมากค่ะ เพราะสามารถกดโหลดอัตโนมัติได้เลย ไม่ต้องมาตักเอง
สิริรวมที่บ้านใช้งานมาประมาณ 1 ปี ตอนนี้แฮปปี้กันทุกคนแล้วค่ะ ไม่มีใครบ่นเรื่องกลิ่น เรื่องขยะอีกเลย คุยกันในบ้านว่าเป็นของที่ตัดสินใจ
มาแล้วไม่ผิดหวังเลย ป้ายยาเพื่อนไปหลายคนแล้วค่ะ5555 เพราะสิ่งที่ได้กลับมา มันคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลองเปิดใจกันดูนะคะ
มีแล้วมันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง สะดวก สบาย ช่วยลดขยะ และสิ่งกวนใจไปได้เยอะเลยค่า
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้